ทองคำสามารถพุ่งสู่จุดสูงสุดใหม่เหนือ 5,600 ดอลลาร์ในปี 2026 ได้หรือไม่
ทิศทางราคาน้ำมัน WTI และ Brent ในสัปดาห์นี้
ทิศทางราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้ยังคงมีความผันผวนอย่างมากไม่ว่าจะเป็นทั้ง WTI หรือแม้กระทั่ง Brent โดยในสัปดาห์นี้หลายวันที่ผ่านมามีความผันผวนเนื่องมาจากในส่วนของความผันผวนของตลาดหุ้นไม่ว่าจะเป็นทั้งตลาดหุ้นดาวโจนส์ฟิวเจอร์รวมทั้งตลาดหุ้นหลักที่ยังมีความผันผวน ไม่ว่าจะเป็นทั้งสงครามทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน หรือปัจจัยหนุนที่เกี่ยวเนื่องกับการผลิตน้ำมันในช่วงนี้
โดยปัจจัยหนุนหลักที่นักลงทุนตลาดเงินต่างจับตามองก็คือในช่วงวันที่ 12 พฤศจิกายนผ่านมาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์มีการส่งสัญญาณในการเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนซึ่งได้มีการส่งสัญญาณออกมาว่า การเจรจาทางการค้าในครั้งนี้มีมุมมองออกมาในปัจจัยเชิงบวกและอาจจะมีการลงนามในเฟสที่หนึ่งใน เร็ววันนี้
แต่อีกหนึ่งปัจจัยที่ยังส่งผลเชิงลบกับทิศทางราคาน้ำมันก็คือความเสี่ยงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะมีการขึ้นภาษีรถยนต์ที่ยุโรปในอีกเร็วเร็วนี้โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ให้การส่งสัญญาณออกมาในเชิงที่ยุโรปยังคงเอาเปรียบกับสหรัฐอเมริกาจึงส่งผลทำให้ตลาดหุ้นมีการปรับตัวร่วง ลงกดดันทิศทางราคาน้ำมันให้มีการปรับตัวร่วงลงเช่นเดียวกัน
นักลงทุนตลาดเงินติดตามอีกหนึ่งปัจจัยคือในช่วงวันที่ 13 พฤศจิกายน 2019 รวมทั้ง 14 พฤศจิกายน 2019 ที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะมีการแถลงต่อหน้าสภาคองเกรส ซึ่งเป็นการแถลงเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ สหรัฐต่อคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจร่วมของสภาคองเกรส
ทั้งนี้นักลงทุนต่างคาดหวังว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะส่งสัญญาณเกี่ยวกับทิศทางอัตราดอกเบี้ยในอนาคตนอกจากนี้นักลงทุนยังรอดูว่าประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาจะมีปฏิกิริยาอย่างไรหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้กล่าวโจมตีธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมที่นิวยอร์กเมื่อวานนี้
โดยที่ประธานธนาคารกลางสหรัฐลังเลในการที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนั้นถือว่าเป็นปัจจัยตัวถ่วงการขยายตัวของเศรษฐกิจสหรัฐและสนุกกับการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นวอสตรีทโดนัลด์ ทรัมป์ได้กล่าวเอาไว้
โดยในการส่งสัญญาณของประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาในครั้งนี้จะสร้างความผันผวนให้กับตลาดหุ้นอย่างแน่นอนโดยเฉพาะตลาดหุ้นฟิวเจอร์ที่จะกดดันให้ตลาดทิศทางของราคาน้ำมันมีความผันผวนในช่วงของสัปดาห์นี้
โดยที่ในตอนนี้ WTI มีการปรับตัวร่วงลงอยู่ในระดับ 56.30 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล หรือร่วงลงมาอยู่แล้วที่ 0.84%ก่อนที่จะมีการกล่าวต่อหน้าคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจในสภาคองเกรส ในวันที่ 13 พฤศจิกายนนี้และในส่วนของ Brent ร่วงลงมาอยู่ในระดับ 61.52 ดอลล่าร์ต่อบาร์เรล โดยร่วงลงมาในระดับ 1.20%
ทั้งนี้จากการที่มีการร่วงลงมาอย่างต่อเนื่องเนื่องจากนักลงทุนตลาดเงินและนักลงทุนต่างยังมีความกังวลในการที่จะมีการขึ้นภาษีรถยนต์ระหว่างสหรัฐอเมริกาและยุโรปซึ่งอาจจะสร้างความผันผวนและอาจจะสร้างความกังวลทำให้ตลาดหุ้นมีการปรับตัวร่วงลงอย่างต่อเนื่อง
โดยในส่วนของนักลงทุนตลาดเงินต่างจับตามองในช่วงวันที่ 13 ถึง 14 พฤศจิกายน 2019 นี้ดังนั้นในการติดตามประธานธนาคารกลางสหรัฐอเมริกาที่จะมีการกล่าวต่อหน้าคณะกรรมการ ในสภาคองเกรส จึงเป็นสิ่งที่น่าติดตามอย่างมากในสัปดาห์นี้
