เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
โดย Kathy Lien กรรมการผู้จัดการด้านกลยุทธ์ฟอเร็กซ์จาก BK Asset Management
ภาพรวมตลาดฟอเร็กซ์ประจำวันที่ 23 ตุลาคม 2019
สถานการณ์ทางการเมืองในยุโรปปัจจุบันกำลังครองพื้นที่สื่อส่วนใหญ่ในสัปดาห์นี้ แต่สิ่งเหตุการณ์สำคัญที่กำลังจะมีขึ้นต่อจากนี้คือการประกาศดัชนี PMI ของยูโรโซนซึ่งมีกำหนดรายงานออกมาในวันพฤหัสบดีนี้ รวมทั้ง การแถลงนโยบายทางการเงิน ของธนาคารกลางยุโรปในเดือนตุลาคมนี้ด้วย หลังจากที่ได้นำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจหลายอย่างออกมาใช้ในช่วงเดือนกันยายนจึงคาดว่าในเดือนนี้ธนาคารกลางจะยังไม่ดำเนินการใดๆ อีก ต่างจากการแถลงของธนาคารกลางยุโรปในวันที่ 12 กันยายนซึ่งทำให้ค่าเงิน EUR/USD ขยับตัวในวันเดียวได้ถึง 160 pip การเคลื่อนไหวของคู่เงินนี้ในเดือนนี้จึงน่าจะไม่มากนัก เนื่องจากตลาดเริ่มไม่ให้ความสำคัญกับเหตุการณ์นี้แล้ว
สาระสำคัญในการประชุมของธนาคารกลางยุโรปในครั้งนี้คงจะเป็นเรื่อง การแถลงข่าว เกี่ยวกับนายมาริโอ ดรากีเสียมากกว่า แต่หากพิจารณาถึงวาระการดำรงตำแหน่งอันยาวนานถึง 8 ปีของเขาแล้ว โอกาสที่ธนาคารกลางยุโรปจะแถลงเกี่ยวกับเรื่องนโยบายการเงินน่าจะเป็นไปได้ค่อนข้างน้อย เพราะการประชุมในครั้งนี้น่าจะเกี่ยวข้องกับพิธีการต่างๆ เสียมากกว่า แต่เขาก็อาจจะทำเรื่องร้องขอให้รัฐบาลดำเนินการเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจบางอย่างได้เช่นกัน
ตัวเลขทางเศรษฐกิจที่กำลังจะประกาศออกมานี้น่าจะมีโอกาสเป็นไปได้สูงมากว่าเศรษฐกิจของเยอรมนีในช่วงไตรมาสที่สามกำลังจะตกอยู่ในภาวะถดถอยจริงๆ แต่หากพิจารณาสถานการณ์ในปัจจุบันจะเห็นได้ว่า ตั้งแต่มีการนำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ ออกมาใช้จากการประชุมครั้งที่ผ่านมา เศรษฐกิจก็เริ่มมีทิศทางการพัฒนาที่ดีขึ้น ยอดขายปลีก ทั่วภูมิภาคยังปรับตัวสูงขึ้นได้ ผู้บริโภคเริ่มคลายความกังวลเนื่องจาก อัตราการว่างงาน ก็ลดต่ำลง ความเชื่อมั่นของนักลงทุนและภาคธุรกิจ ยังทรงตัวอยู่ในระดับเดิมได้ แต่ อัตราเงินเฟ้อ ยังต่ำ อุตสาหกรรมในภาค การผลิต และ บริการ ของเดือนกันยายนยังคงอ่อนตัวลงอยู่ ก่อนที่จะมีการประชุมของธนาคารกลางยุโรป เราก็จะได้ทราบแล้วว่าสถานกาณณ์เศรษฐกิจของเดือนตุลาคมนั้นจะดีหรือร้ายเช่นไร เมื่อพิจารณาจากข้อมูลจากรายงานข้างต้น ประกอบกับสถานการณ์ Brexit ที่ยังต้องเลื่อนกำหนดออกไปในขณะนี้นั้น ธนาคารกลางยุโรปน่าจะยังไม่มีอะไรให้ต้องเป็นกังวลในเดือนนี้มากเท่าใดนัก
ข้อมูลจากเจ้าหน้าที่รัฐในยูโรโซนเผยว่า ธนาคารกลางยุโรปยังไม่ได้ต้องการให้มีการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกในช่วงหลายเดือนต่อจากนี้ แม้ว่าจะมีการคาดการณ์กันว่าเศรษฐกิจในเดือนธันวาคมจะเริ่มชะลอตัวลงอีกก็ตาม การเข้าร่วมประชุมธนาคารกลางยุโรปเป็นครั้งแรกของนางคริสติน ลาการ์ดในเดือนธันวาคมจึงน่าจะเป็นการเปิดเผยมากขึ้นเกี่ยวกับนโยบายที่อาจจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในช่วงนั้น
ดังนั้นโอกาสที่จะเป็นไปได้มากที่สุดก็คือ การประชุมธนาคารกลางยุโรปที่กำลังจะเกิดขึ้นนี้จะไม่ส่งผลใดๆ กับเงินยูโร เพราะปัจจุบัน ยูโร มีทิศทางการซื้อขายเป็นไปตามความเคลื่อนไหวของสถานการณ์ Brexit แต่เมื่อยิ่งใกล้กำหนดที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะแถลงนโยบายทางการเงินออกมา การไหลเวียนของ ดอลลาร์สหรัฐ ก็จะยิ่งทำให้ยูโรเกิดการเคลื่อนไหวตาม เมื่อพิจารณาข้อมูลทางเทคนิคจะพบว่า EUR/USD ได้ปรับลดลงไปอยู่ต่ำกว่าเส้น SMA 100 วันซึ่งถือเป็นระดับสำคัญไปแล้ว แต่การที่เฟดยังคงมีท่าทีว่าจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงอีก เราก็น่าจะได้เห็นเงินคู่นี้ทะลุ 1.1150 ขึ้นไปได้
