InfoQuest - นักบริหารเงินจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เปิดเผยว่า เช้านี้เงินบาทเปิดตลาดที่ระดับ 36.82 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากปิด ตลาดเมื่อเย็นวานนี้ที่ระดับ 36.81 บาท/ดอลลาร์ เงินบาทยังไร้ปัจจัยใหม่ ขณะที่สกุลเงินในภูมิภาคอ่อนค่าเล็กน้อย โดยคาดว่าวันนี้เงินบาทจะแกว่งออกข้างเพื่อรอปัจจัยชี้นำ ใหม่คืนนี้ คือ ถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI) เดือนเม.ย. ของ สหรัฐ นักบริหารเงิน ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันนี้ไว้ที่ 36.70 - 36.90 บาท/ดอลลาร์ SPOT ล่าสุด อยู่ที่ระดับ 36.7700 บาท/ดอลลาร์
* ปัจจัยสำคัญ
- เงินเยนอยู่ที่ 156.46 เยน/ดอลลาร์ จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 155.86 เยน/ดอลลาร์ - เงินยูโรอยู่ที่ 1.0787 ดอลลาร์/ยูโร จากเย็นวานนี้ที่ระดับ 1.0783 ดอลลาร์/ยูโร - อัตราแลกเปลี่ยนเงินบาท/ดอลลาร์ ถัวเฉลี่ยถ่วงน้ำหนักระหว่างธนาคารของ ธปท.อยู่ที่ระดับ 36.797 บาท/ดอลลาร์ - ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาอัญมณีและเครื่องประดับแห่งชาติ (องค์การมหาชน) หรือจีไอที เปิดเผยว่า การส่งออก อัญมณีและเครื่องประดับ ไม่รวมทองคำ เดือน มี.ค.67 มีมูลค่า 691.55 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 9.77% ฟื้นตัวต่อเนื่อง 7 เดือนติด แต่หากรวมทองคำมีมูลค่า 1,083.37 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 50.73% ขณะที่ยอดรวม 3 เดือน ปี 67 (ม.ค.-มี.ค.) การส่งออกไม่ รวมทองคำ มีมูลค่า 2,513.73 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่ม 13.36% หากรวมทองคำ มูลค่า 4,115.13 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ลดลง 0.28% - สื่อนอกเผย "ไบเดน" จ่อขึ้นภาษีรถอีวีจีนเป็น 4 เท่า พุ่งแตะ 102.5% หวังป้องอุตฯ รถยนต์ไฟฟ้าในประเทศเต็มที่ คาด กำแพงภาษีจีนรอบใหม่นี้ อาจไม่รวมโซลาร์เซลล์บางรายการ ขณะที่นักวิเคราะห์มอง "ไทย" อาจกลายเป็นแหล่งลงทุนทางเลือกใหม่ ของ "เทสลา" ยักษ์อีวีเบอร์ 1 สหรัฐ - ดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลัก ๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กในวันจันทร์ (13 พ.ค.) โดยดอลลาร์ปรับตัวตามทิศทางอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐที่ชะลอตัวลง ก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยข้อมูลเงินเฟ้อใน สัปดาห์นี้ - สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบในวันจันทร์ (13 พ.ค.) เนื่องจากนักลงทุนขายทำกำไรหลังจากราคาทองคำพุ่งขึ้นอย่าง แข็งแกร่งในช่วงที่ผ่านมา ขณะที่นักลงทุนจับตาการเปิดเผยตัวเลขเงินเฟ้อของสหรัฐ และถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธาน ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ เพื่อประเมินแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของเฟด - มอร์แกน สแตนลีย์ออกรายงานระบุว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มปรับลดอัตราดอกเบี้ยในเดือนก.ย. จากเดิมที่ คาดไว้ในเดือนก.ค. นอกจากนี้ มอร์แกน สแตนลีย์คาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% จำนวน 3 ครั้งในปีนี้ - นักลงทุนจับตาถ้อยแถลงของนายเจอโรม พาวเวล ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์นี้ เพื่อหาสัญญาณบ่งชี้ กำหนดเวลาในการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสหรัฐ ทั้งนี้ นายพาวเวลมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ (14 พ.ค.) เวลา 21.00 น.ตามเวลา ไทย ในการประชุมประจำปีของสมาคมธนาคารต่างชาติที่กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ - นักลงทุนจับตาการเปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ของสหรัฐ รวมทั้งรายงานผลประกอบ การของบริษัทจดทะเบียนในสัปดาห์นี้ - ผลการสำรวจนักวิเคราะห์คาดว่า ดัชนี CPI ทั่วไป (Headline CPI) ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงาน ปรับตัวขึ้น 3.4% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี จากระดับ 3.5% ในเดือนมี.ค. - นักลงทุนจับตาข้อมูลเศรษฐกิจด้านอื่น ๆ ของสหรัฐในสัปดาห์นี้ ได้แก่ ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมเดือนเม.ย.จาก สหพันธ์ธุรกิจอิสระแห่งชาติสหรัฐ (NFIB), ยอดค้าปลีกเดือนเม.ย., ดัชนีตลาดที่อยู่อาศัยเดือนพ.ค.จากสมาคมผู้สร้างบ้านแห่งชาติ (NAHB), จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์, ตัวเลขการเริ่มสร้างบ้านและการอนุญาตก่อสร้างเดือนเม.ย., การผลิตภาค อุตสาหกรรมเดือนเม.ย. และดัชนีชี้นำเศรษฐกิจเดือนเม.ย.จาก Conference Board