ประเด็นเศรษฐกิจและตลาดการเงินสัปดาห์นี้ แนะนำจับตาการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงินทั่วทั้งเอเชียครับ
ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) เป็นหนึ่งในสองธนาคารกลาง ที่จะมีมติ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Cash Rate) ที่ระดับ 1.00% เพราะลดดอกเบี้ยลง 2 ครั้ง ครั้งละ 0.25% นับตั้งแต่เดือนมิถุนายน อีกที่นึงคือธปท.เรา
ส่วนที่อื่น
ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) จะ“ลด”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Cash Rate) 0.25% สู่ระดับ 1.25% ระดับต่ำสุดนับตั้งแต่มีการใช้นโยบายการเงินมา
ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) จะ“ลด”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Repurchase Rate) 0.25% สู่ระดับ 5.50% นับเป็นการลดดอกเบี้ยครั้งที่ 4 ของปีนี้
ธนาคารกลางฟิลิปปินส์ (BSP) ก็จะ“ลด”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Repurchase Rate) 0.25% สู่ระดับ 4.25%
ฝั่งประเทศไทยของเรานั้น คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะ“คง”อัตราดอกเบี้ยนโยบาย (Repo Rate) ที่ระดับ 1.75% แม้เศรษฐกิจจะมีแนวโน้มขยายตัวต่ำจากการค้าโลกที่ซบเซาและอัตราเงินเฟ้อก็ชะลอตัวลง แต่ธปท.มีความเป็นห่วงความเสี่ยงด้านเสถียรภาพระบบการเงินอยู่ จึงจะไม่ลดดอกเบี้ยเหมือนที่อื่น
วิเคราะห์ตลาด สัปดาห์นี้ หุ้นลง
ตลาดจะระวังตัวมากขึ้น เพราะเข้าสู่ภาวะปิดรับความเสี่ยง (Risk Off) ในท้ายสัปดาห์ก่อน ขณะที่ในระยะสั้นก็มีการประชุมธนาคารกลางมากมาย ในระยะสั้นจึงมีความเป็นไปได้ที่เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในประเทศมีนโยบายการเงินที่ผ่อนคลายลง
นอกจากนี้ทิศทางของเงินหยวนก็มีความน่าสนใจมากขึ้น เนื่องจากอ่อนค่ารับคำขู่ของทรัมป์เรื่องการเก็บภาษี อ่อนค่าจาก 6.85 ไปเป็น 6.95 หยวนต่ออลลาร์ ถ้าสัปดาห์นี้เงินอ่อนค่าแตะระดับ 7 หยวนต่อดอลลาร์ ก็อาจส่งผลให้เกิดแรงขายสกุลเงินเอเชียอื่นๆตามมาด้วย
อย่างไรก็ดี เงินบาทอาจไม่อ่อนค่าเร็วนักเนื่องจากในระยะสั้นยังคงมีแรงขายทองที่ราคาปรับตัวขึ้นเข้ามากดดันอยู่ในช่วงนี้ กรอบเงินบาทสัปดาห์นี้ 30.60-31.10 บาทต่อดอลลาร์
โชคดีนะครับทุกท่าน