3 เหตุผลที่เราคงคำแนะนำ “TRADING” 1) ค่าเช่าที่ราชพัสดุที่เพิ่มขึ้นสำหรับสนามบินดอนเมืองและสนามบินภูมิภาคมีผลกระทบจำกัดมากต่อประมาณการ ไม่น่ากังวล แต่ 2) จำนวนนักท่องเที่ยวที่ยังอ่อนแอต่อเนื่องและโตต่ำแม้เทียบกับช่วงฐานต่ำจากเหตุการณ์เรือล่มปีก่อนเป็นปัจจัยที่กดดันราคาหุ้นมากกว่า จับตา 3) ปัจจัยสำคัญคือ การเปิดประมูล pick up counter ในปี 2563 และการออกมาตรฐานช่วยเหลือภาคการท่องเที่ยว เป็นแรงกระตุ้นให้กลับมาน่าสนใจอีกครั้ง
แจ้งรายละเอียดค่าเช่าที่ราชพัสดุสำหรับสนามบินดอนเมืองและสนามบินภูมิภาค
-
AOT แจ้งตลาดวานนี ตกลงปรับอัตราค่าตอบแทนการใช้ประโยชน์ที่ราชพัสดุของท่าอากาศยานดอนเมืองและท่าอากาศยานภูมิภาค จากเดิมจ่าย 5% สำหรับท่าอากาศยานที่มีกำไร และ 2% สำหรับท่าอากาศยานที่ขาดทุน เป็น 5.5% ของรายได้ทั้งหมดโดยไม่หักค่าใช้จ่าย โดยจะใช้อัตราดังกล่าวตั้งแต่ปี 2560 ถึงปี 2575
-
อิงเงื่อนไขดังกล่าว AOT ต้องจ่ายค่าใช้จ่ายย้อนหลังสำหรับค่าเช่าที่ปรับเพิ่มขึ้นในปี 2560-2561 เป็นเงิน 243 ล้านบาท นอกจากนี้สำหรับค่าเช่าปี 2562 บริษัทฯคาดอาจต้องจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มในปี 2562 ราว 162 ล้านบาท เทียบกับประมาณการก่อนหน้าของบริษัทฯ
ผลกระทบจากค่าเช่าใหม่จำกัดมากต่อประมาณการ
-
ค่าเช่าย้อนหลังและค่าใช้จ่ายส่วนเพิ่มในปี 2562 รวม 405 ล้าน จะถูกบันทึกในงบกำไรขาดทุนใน 4Q62 เป็นรายการที่ surprise เราและตลาด แต่มีผลกระทบจำกัดเพียง 1.5% ของประมาณการกำไรทั้งปี 2561/62
-
ในระยะยาวค่าเช่าส่วนเพิ่มจาก rate 5% สำหรับสนามบินที่มีกำไร และ 2% สำหรับสนามบินที่ขาดทุน เป็น 5.5% ทุกสนามบิน หรือคิดเป็นส่วนเพิ่มราว 200 ล้านบาทต่อปี มีผลกระทบจำกัดเช่นกัน เทียบกับฐานกำไรของ AOT ที่เราคาดแตะ 4.3 หมื่นล้านในปี 2561/62 ที่ได้รับสัญญา Duty Free ใหม่เต็มปี
คาด 3Q62 อ่อนแอ … ตามจำนวนนักท่องเที่ยว
เราคาดกำไรปกติ 3Q61/62 ที่ 6.2 พันล้านบาท (-18%QoQ, -3% YoY) ตามจำนวนนักท่องเที่ยวที่อ่อนแอ ขณะที่ AOT อาจไม่ต้องบันทึกสำรองพนักงานตามกฏหมายใน 3Q61/62 เนื่องจากเป็นต้องรอผ่านคณะกรรมการรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ก่อน หากประมาณการของเราถูกต้อง กำไรปกติ 9M61/62 จะคิดเป็น 75% ของประมาณการกำไรทั้งปีที่ 2.7 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ดี AOT มักจะบันทึกค่าใช้จ่ายพิเศษใน 4Q62 และต้องตั้งค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมกรณีค่าเช่าที่ราชพัสดุดังกล่าว ทำให้ประมาณการกำไรปี 2562 เราอาจสูงไปราว 5%
คงประมาณการและราคาเหมาะสม 75 บาทต่อหุ้น แนะนำเพียง “TRADING”
เรายังคงประมาณการและราคาเหมาะสมที่ 75 บาทต่อหุ้น (DCF WACC 8.5% Terminal growth 2.5%) แม้ประมาณการปี 2562 อาจมี downside risk แต่ผลกระทบต่อราคาเหมาะสมจำกัด เราอยู่ระหว่างจับตาแนวโน้มตัวเลขนักท่องเที่ยวและการเปิดประมูล pick up counter ที่จะมีผลกระทบกับราคาเหมาะสมมากกว่า ก่อนจะปรับประมาณการอีกครั้ง
FYE Dec (THBmn) |
2016/17A |
2017/18A |
2018/19F |
2019/20F |
2020/21F |
|
Revenue |
55,265 |
60,897 |
65,363 |
72,168 |
93,846 |
|
EBITDA |
33,024 |
37,785 |
40,219 |
44,347 |
61,948 |
|
Core Profit |
20,443 |
25,036 |
27,037 |
29,994 |
43,532 |
|
Net Profit |
20,684 |
25,171 |
27,037 |
29,994 |
43,532 |
|
Core EPS |
1.4 |
1.8 |
1.9 |
2.1 |
3.0 |
|
Core EPS Growth (%) |
6.9 |
22.5 |
8.0 |
10.9 |
45.1 |
|
DPS |
0.9 |
1.1 |
1.1 |
1.3 |
1.8 |
|
Core P/E (x) |
50.3 |
41.1 |
38.0 |
34.3 |
23.6 |
|
EV/EBITDA (x) |
29.8 |
25.8 |
24.0 |
22.1 |
15.7 |
|
Dividend Yield (%) |
1.2 |
1.5 |
1.6 |
1.7 |
2.5 |
|
Net gearing (%) |
net cash |
net cash |
net cash |
net cash |
net cash |
|
ROE (%) |
16.5 |
18.3 |
18.0 |
18.4 |
23.9 |
|
Source : Company, Yuanta
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Yuanta Securities