ทองคําทรงตัวต่ํากว่าระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์; รอข้อมูล CPI สหรัฐฯ
โดย Kathy Lien กรรมการผู้จัดการด้านกลยุทธ์ฟอเร็กซ์จาก BK Asset Management
ภาพรวมตลาดฟอเร็กซ์ประจำวันที่ 15 พฤษภาคม 2019
วันนี้ยังมีการจับตามมองกันที่ยอดขายปลีกของสหรัฐฯ ว่าจะเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้มีการซื้อขาย ดอลลาร์สหรัฐ ต่ำลงกว่าเงินสกุลหลักอื่นๆ หรือไม่ การที่ ยอดขายปลีกเดือนที่แล้ว มีค่าลดลงนั้นสร้างความแปลกใจให้กับตลาดเป็นอย่างมาก จากที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 0.2% ยอดการใช้จ่ายกลับสวนทางลงในอัตราเดียวกัน นับเป็นการลดลงของยอดขายปลีกเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 5 เดือน ซึ่งทำให้ทราบว่าแม้ว่าตลาดแรงงานจะมีภาพรวมดีขึ้น ผู้บริโภคก็ยังมีความระมัดระวังในการใช้จ่ายอยู่ แม้ว่ารายรับของสถานีบริการน้ำมันจะสูงขึ้น แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะชดเชยการลดลงของค่าใช้จ่ายในการซื้ออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ วัสดุก่อสร้าง ยานพาหนะรวมทั้งชิ้นส่วนได้ ค่าใช้จ่ายที่ไม่เกียวกับยานพาหนะและแก๊สลดลงไป -0.2% ถึงแม้ว่า อุตสาหกรรมการผลิตในเขตนิวยอร์ก จะเพิ่มมากขึ้น ปริมาณการผลิตภาคอุตสาหกรรม ก็ยังคงมีค่าลดลงเป็นครั้งที่ 3 ในรอบ 4 เดือน เพียงแค่ข้อมูลดังกล่าวก็ทำให้นักลงทุนมีความกังวลมากระดับหนึ่งแล้ว แต่เมื่อนำมาพิจารณาร่วมกับความตึงเครียดของการเจรจาทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ด้วยแล้ว นักลงทุนจึงต้องระวังการเกิดการชะลอตัวที่หนักกว่าเดิมในช่วง 3 ถึง 6 เดือนต่อจากนี้ด้วย เรายังหวังว่าข้อมูลตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ จะอ่อนตัวลงกว่านี้ ซึ่งจะช่วยไม่ให้ตลาดหุ้นและ USD/JPY ฟื้นตัวเร็วเกินไป อย่างมาก USD/JPY น่าจะขึ้นไปแตะ 110.50-111 ได้แต่ก็ไม่น่าจะเกินกว่านั้น
เหตุผลหลักที่เรายังไม่เห็นว่าความถดถอยเป็นวงกว้างในสินทรัพย์ของสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นตลาดหุ้นหรือเงิน ดอลลาร์ เนื่องจากมีรายงานว่าประธานาธิบดีทรัมป์วางแผนที่จะเลื่อนกำหนดการประกาศภาษีรถยนต์ออกไปอีก 6 เดือน ขณะนี้ยังไม่มีประกาศอย่างเป็นทางการ (ซึ่งมีการวางแผนไว้แล้วจนกระทั่งถึงวันเสาร์) นักลงทุนต่างหวังเพียงว่าทรัมป์จะไม่ช่วยเหลือจีนและยุโรปในเวลาเดียวกันเท่านั้นเอง ยูโร ฟื้นตัวกลับมาอยู่เหนือ 1.12 และน่าจะกลับมาซื้อขายกันในระดับราคาสูงสุดของเดือนพฤษภาคมได้อีกครั้งในไม่กี่วันข้างหน้านี้ ตัวเลข GDP ของยูโรโซนก็เป็นไปตามคาด เศรษฐกิจของเยอรมนี ขยายตัวในไตรมาสแรกได้ 0.4% ทำให้ EZ เติบโตดีขึ้นได้ในอัตราเดียวกัน อัตราการเติบโตในภูมิภาคเมื่อเทียบปีต่อปี ยังคงไม่เปลี่ยนแปลงอยู่ที่ระดับ 1.2% แต่ การเติบโตรายปีของเยอรมนี ลดลงจาก 0.9% เป็น 0.6% ตัวเลขการเติบโตของยุโรปดังกล่าวไม่ได้สร้างความประหลาดใจแต่อย่างใด แต่ตัวเลขเหล่านี้น่าจะดีพอที่จะทำให้เกิดการขยับของค่าเงินยูโรได้ก่อนที่ทรัมป์จะประกาศภาษีรถยนต์ในสัปดาห์นี้ รายงาน ดุลการค้า ที่ยูโรโซนจะประกาศในวันพรุ่งนี้ ประกอบกับสัญญาณการพัฒนาที่ดีขึ้นของเยอรมนีน่าจะเป็นตัวชี้ว่ายุโรปในภาพรวมน่าจะแข็งแกร่งขึ้น สกุลเงินต่างๆ ก็มีการปรับตัวเพิ่มขึ้นตามจากข้อตกลงการขึ้นภาษี เหล็ก และ อะลูมิเนียม ระหว่างสหรัฐฯ กับเม็กซิโก
แม้ว่าสหราชอาณาจักรจะยังไม่มีการประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจใดๆ แต่เงิน สเตอร์ลิง วันนี้กลายเป็นสกุลเงินที่ตกต่ำที่สุด นายกรัฐมนตรีเมย์ของอังกฤษมีกำหนดการเข้าพบคณะรัฐมนตรีเพื่อหารือเกี่ยวกับทิศทางในอนาคต นางเมย์ยังคงได้รับแรงกดดันอย่างหนักให้แจ้งกำหนดการลาออกจากตำแหน่ง แต่เธอก็ได้แถลงอย่างชัดเจนแล้วว่าจะไม่ลาออกก่อนที่ข้อตกลง Brexit จะผ่านการเห็นชอบจากรัฐสภา มีรายงานจากหลายกระแสว่าเมย์อาจจะขอถอนตัวในเดือนมิถุนายนก็เป็นได้ การที่ตัวเลขข้อมูลแรงงานของสหราชอาณาจักร์อ่อนตัวลง ประกอบกับการเลี่ยงความเสี่ยงและความคืบหน้าที่ยังไม่ชัดเจนในการเจรจาเรื่อง Brexit จึงทำให้เกิดผลกระทบกับค่าเงินสเตอร์ลิงอย่างหนัก GBP/USD อาจดิ่งลงไปอยู่ในระดับต่ำที่สุดของปี 2019 ที่ 1.2773 ก็เป็นได้
ในขณะที่ ดอลลาร์แคนาดา ยังคงมีการซื้อขายกันที่ราคาสูงกว่าเดิมโดยไม่สนใจแรงกดดันด้านราคาที่ลดต่ำลง การเติบโตของดัชนีราคาผู้บริโภคชะลอตัวลงจาก 0.7% ไปอยู่ที่ 0.4% ในเดือน เมษายน อัตราการเติบโตเมื่อเทียบปีต่อปี มีค่าสูงขึ้น แต่แนวโน้มที่จะเกิดเงินเฟ้อกลับลดลงเนื่องจาก การเติบโตของราคาหลัก มีไม่มาก เงิน ดอลลาร์ออสเตรเลีย และ ดอลลาร์นิวซีแลนด์ ยังคงขาดทุนต่อเนื่องเมื่อ AUD/USD ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบปีเนื่องจากสงครามทางการค้าระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ส่งผลกระทบกับออสเตรเลียค่อนข้างมาก เงินดอลลาร์ออสเตรเลียได้รับผลกระทบจาก ตัวเลขตลาดแรงงาน ของออสเตรเลียที่จะประกาศให้ทราบในเย็นวันนี้ ข้อมูลดัชนี PMI ชี้ว่าสภาพตลาดแรงงานใน 3 ภาคอุตสาหกรรมหลัก คือ ภาคบริการ, ภาคการผลิต และภาคการก่อนสร้างยังคงย่ำแย่ weakened ดังนั้นหากตัวเลขข้อมูลยังคงไม่ดี ค่าเงินดอลลาร์ออสเตรเลียก็จะยังคงขาดทุนต่อไป
