หุ้นเอเชีย: นิกเกอิทำสถิติสูงสุดจากการคาดการณ์มาตรการกระตุ้น; จีนได้แรงหนุนจากเทค
ภาพรวมตลาดฟอเร็กซ์ประจำวันที่ 26 เมษายน 2019
โดย Kathy Lien กรรมการผู้จัดการด้านกลยุทธ์ฟอเร็กซ์จาก BK Asset Management
เงินดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้นกว่าทุกสกุลเงินหลักในสัปดาห์ที่แล้ว เนื่องจากข้อมูลทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแข็งแกร่งมากขึ้น รวมถึงมูลค่าหุ้นที่เพิ่มขึ้นด้วย เหล่าผู้ลงทุนต่างก็ให้ความสนใจกับความเคลื่อนไหวล่าสุดในตลาดหุ้นสหรัฐฯ และได้รับแรงหนุนจากข้อมูลทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นผนวกกับอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ จากตัวเลข GDP เมื่อวันศุกร์ได้เผยว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ มีการขยายตัวขึ้น 3.2% ในไตรมาสแรก ออกมาดีกว่าการคาดการณ์ของตลาดว่าจะขยายตัวขึ้นเพียง 2.3% แม้ว่าตัวเลขทางการค้าและปริมาณสินค้าคงคลังจะมีบทบาทสำคัญในการขยายตัวครั้งนี้ แต่รายจ่ายผู้บริโภคเมื่อเดือนมีนาคมก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน แต่ถึงกระนั้นเงินดอลลาร์ก็กลับไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ จากรายงานเหล่านั้น เพราะผู้ลงทุนยังคงกังวลว่าการเติบโตของดัชนีราคาที่ออกมาอ่อนแอลงอาจส่งผลต่อทัศนคติในแง่บวกของเฟดได้
การประชุมเฟด ในวันพุธที่จะถึงนี้ เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญและสุ่มเสี่ยงที่สุด ทุกฝ่ายต่างก็ตั้งข้อสงสัยว่าเฟดจะรับรู้ถึงความคืบหน้าของข้อมูลทางเศรษฐกิจหรือไม่ อันจะเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าการชะลอตัวทางเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เป็นเพียงแค่ชั่วคราวเท่านั้น หรือเฟดอาจไม่ยี่หระต่อข้อมูลเหล่านั้นเพราะขณะนี้ยังมีอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำและการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้า ฉะนั้นเมื่ออ้างอิงจากผลงานดัชนีราคาเมื่อวันศุกร์ ผู้ลงทุนจึงเชื่อว่าเฟดน่าจะมีมุมมองอย่างหลังมากกว่า ทั้งนี้ เงินดอลลาร์สหรัฐฯ เคยดิ่งลงฮวบหลังจากการเผยแผนภาพแบบจุดที่แสดงให้เห็นว่า คณะผู้ร่างนโยบายสหรัฐฯ ส่วนใหญ่เชื่อว่าไม่จำเป็นที่จะต้องเพิ่มอัตราดอกเบี้ยอีกในปีนี้ โดย ณ ขณะนั้น นายเพาเวลล์ ประธานเฟดได้กล่าวว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังอยู่ในสภาพที่ดี แต่ยังคงมีความเสี่ยงอย่างมหันต์จากการเจรจาทางการค้า, Brexit, ภาษีศุลกากรยุโรป, การขาดดุลแฝด และเศรษฐกิจโลกโดยรวมที่ชะลอตัวลง และจนกว่าเหตุการณ์ความไม่แน่นอนเหล่านั้นจะคลี่คลายลงไปได้ เขายังเชื่อว่า "ขณะนี้เป็นเวลาอันเหมาะสมที่เฟดจะอดทน เฝ้าระวังและรอดูต่อไป"
ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อัตราการจ้างงาน, ยอดค้าปลีก, ตัวเลขภาคการผลิต และอัตราเงินเฟ้อต่างก็พากันปรับตัวสูงขึ้น เฟดคงจะโล่งอกที่ได้เห็นความคืบหน้าเหล่านี้ ทว่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ จะปรับขึ้นตามก็ต่อเมื่อเฟดชี้ชัดว่าการคาดการณ์ของตลาดว่าจะมีการ การลดอัตราดอกเบี้ย นั้นไม่ถูกต้อง เพราะ Fed Fund Futures ได้เอนเอียงไปทางการลดอัตราดอกเบี้ยถึง 67% แล้วในปีนี้ แม้ว่าจะไม่มีประธานเฟดคนใดเคยเปรยถึงการลดอัตราดอกเบี้ยมาก่อนก็ตาม หนำซ้ำประธานเฟดหลายท่านยืนยันว่าถ้าข้อมูลทางเศรษฐกิจออกมาดีขึ้นก็อาจจะมีการเพิ่มอัตราดอกเบี้ยในปีนี้ ฉะนั้นถ้านายเพาเวลล์ไม่ได้แสดงท่าทีว่าจะมีการลดอัตราดอกเบี้ย เงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็จะพุ่งขึ้นต่อ และผู้ลงทุนก็จะหันไปให้ความสนใจกับ อัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร แทน ด้วย จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ของเดือนนี้ที่ดิ่งลงสู่ระดับที่ต่ำสุดในรอบ 50 ปี หลายฝ่ายจึงคาดว่าอัตราการจ้างงานจะมีการเติบโต เนื่องจากตลาดแรงงานในขณะนี้มีความแข็งแกร่งมาก แต่อย่างไรก็ดี เทศกาลวันหยุดยาว 10 วันของญี่ปุ่นจะทำให้สภาพคล่องทางการเงินลดลง และอาจทำให้ USD/JPY มีความผันผวนยิ่งขึ้น
ส่วนสกุลเงินที่ทำผลงานได้ดีที่สุดเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาคือ เงินดอลลาร์นิวซีแลนด์ เราเริ่มเห็นสัญญาณที่ NZD กำลังจะสร้างฐานที่ระดับต่ำสุดแล้ว เนื่องจาก ดุลการค้า ที่ออกมาดีเกินคาด และการเกินดุลการค้าของนิวซีแลนด์ในเดือนมีนาคมที่เติบโตขึ้นถึง 922 ล้าน มากกว่าที่คาดการณ์ไว้ถึง 7 เท่า นอกจากนี้ตัวเลขการส่งออกก็พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเนื่องจากอุปสงค์สินค้าประเภทนมจากจีนที่เพิ่มขึ้น และถ้าหากอุปสงค์ดังกล่าวยังคงอยู่ต่อไปได้ ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ก็ไม่จำเป็นที่จะต้องพิจารณาการใช้นโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย
