ทองคําทําสถิติสูงสุดใหม่หลัง CPI สหรัฐฯ เป็นบวก; เงินพุ่งทะลุ $90/ออนซ์
ภาพรวมตลาดฟอเร็กซ์ประจำวันที่ 16 เมษายน 2019
โดย Kathy Lien กรรมการผู้จัดการกลยุทธ์ฟอเร็กซ์จาก BK Asset Management
หากพิจารณาโดยพื้นฐานแล้ว แทบไม่มีเหตุผลที่ควรคาดหวังการเกิดตลาดกระทิงจาก เงินยูโร เลย เศรษฐกิจยุโรปกำลังอ่อนแอลง และประธาน Bundesbank ของเยอรมนี นายเจนส์ ไวด์แมนน์ได้ออกมาเตือนเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าการเติบโตทางเศรษฐกิจของฝั่งยูโรโซนในปี 2019 อาจชะลอตัวลงอย่างมาก เนื่องจากขณะนี้สหรัฐฯ ก็กำลังข่มขู่ยุโรปอย่างหนักด้วยภาษีศุลกากรหลายรายการ รวมถึงผลตอบแทนจากพันธบัตรแบบสิบปีของ เยอรมนี-สหรัฐฯ ที่มุ่งลงสู่แดนลบ แม้ว่า ผลสำรวจ ZEW จะเผยให้เห็นว่าความกังวลต่อภาพรวมของภูมิภาคเริ่มลดลง แต่ตัวเลข ผลผลิตทางอุตสาหกรรม ของเยอรมนีที่ออกมาต่ำลงกลับทำให้ทุกฝ่ายเริ่มหันมากังวลกับสถานการณ์ในปัจจุบันเสียมากกว่า ตามหลักเทคนิคแล้ว แม้ว่าการที่ EUR/USD จะไปไม่ถึง 1.13 ตามมาด้วยการเกิดจุดสูงสุดที่ต่ำลงกับจุดต่ำสุดที่ต่ำลงจะเผยให้เห็นถึงความอ่อนแอก็ตาม และคู่สกุลเงินก็ไม่สามารถปิดตัวเหนือเส้น SMA แบบ 50 วันได้เป็นวันที่สามติดต่อกันแล้ว จึงแสดงให้เห็นว่ามีแนวโน้มที่คู่สกุลเงินจะลงไปต่ำกว่า 1.12 อีก แต่อย่างไรก็ดี หากรายงานตัวเลขทางการค้าและอัตราเงินเฟ้อทางฝั่งยุโรปออกมาดีเกินคาด ก็อาจหนุนยูโรให้สูงขึ้นและทำให้คู่สกุลเงินคงตัวอยู่ในช่วงราคา 1.1250-1.1325 ก็เป็นได้ ส่วนทางด้านรายงาน งบดุลการค้า และ รายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจ ของสหรัฐฯ ในวันพุธนี้ก็อาจช่วยหนุน เงินดอลลาร์ ด้วยเช่นกัน
หลังจากการทะลุกรอบราคาเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ขณะนี้แทบไม่มีความเคลื่อนไหวใด ๆ จากคู่ USD/JPY เลย จากแรงซื้อที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้และการฟื้นตัวของผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลที่น่าจะช่วยหนุนให้คู่สกุลเงินพุ่งสูงขึ้น แต่คู่สกุลเงินกลับซื้อขายอยู่ในช่วงราคาแคบ ๆ ที่ห่างกันราว 20 ปิปเพียงเท่านั้น การคงตัวมีเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากออปชันมูลค่า 1.1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ที่มีราคาใช้สิทธิอยู่ที่ระดับ 112 จะหมดอายุในวันพุธนี้ ภายหลังจากออปชันหมดอายุแล้ว เราอาจได้เห็นความคืบหน้าของสกุลเงินที่ชัดเจนมากขึ้น ทั้งนี้ตัวเลข ภาคการผลิต ล่าสุดที่ออกมานับว่าเป็นสัญญาณที่ดีล่วงหน้าก่อนการรายงานดุลการค้า และรายงานสรุปภาวะทางเศรษฐกิจอาจพลิกฟื้นหลังจากเมื่อเดือนมีนาคมแสดงสัญญาณอ่อนแอที่เกิดจากการปิดทำเนียบขาว
เมื่อวานนี้ เงินปอนด์สเตอร์ลิง อ่อนค่าลงเกินความคาดหมายแม้ ข้อมูลตลาดแรงงาน จะออกมาค่อนข้างดี การเติบโตของอัตราค่าจ้าง ออกมาตามคาดหมายในเดือนกุมภาพันธ์ และยังมีการปรับแก้ตัวเลขของเดือนมกราคมให้สูงขึ้นอีกด้วย แม้จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานจะเพิ่มขึ้นแต่ตัวเลขการจ้างงานก็ทำสถิติใหม่ด้วยการเพิ่มขึ้นสูงถึง 179,000 ตำแหน่ง ขณะที่ อัตราว่างงาน จาก ILO ก็คงตัวอยู่ที่ 3.9% ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำสุดในรอบเกือบ 45 ปี ทั้งนี้การรายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค ในวันพุธนี้น่าจะช่วยหนุนสกุลเงินให้แข็งค่าขึ้น หลังจากการเติบโตของอัตราค่าจ้าง ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่สูงขึ้นและราคาภาคการค้าปลีกที่สูงขึ้นต่างก็บ่งชี้ถึงภาวะเงินเฟ้อที่สูงขึ้น
บรรดาสกุลเงินเพื่อการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ต่างก็เป็นที่น่าจับตาในอีก 24 ชั่วโมงข้างหน้า เนื่องจากมีกำหนดการประกาศ ดัชนีราคาผู้บริโภคไตรมาสแรก ของจีนและนิวซีแลนด์ เริ่มจาก NZD ซึ่ง ราคาสินค้าประเภทนม เพิ่มขึ้นในการประมูลครั้งที่ห้าติดต่อกัน รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวมที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงแรงกดดันด้านราคาที่เพิ่มมากขึ้นในไตรมาสแรก ที่ผ่านมา NZD/USD ประสบความยากลำบากในการทะยานขึ้นไปอีกครั้งหลังจากที่คงตัวอยู่เหนือเส้น SMA แบบ 200 วันมาเป็นระยะเวลานาน บรรดานักเศรษฐศาสตร์คาดว่าดัชนี CPI จะเพิ่มขึ้น 0.3% และถ้าหากข้อมูลออกมาเป็นไปตามคาดหรือเกินคาด คู่ NZD/USD อาจเพิ่มขึ้นถึง 68 เซนต์ นอกจากนี้ รายงานตัวเลข GDP ของจีนก็น่าจับตาเช่นกัน เนื่องจากหลายฝ่ายคาดว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวมากกว่าเดิมในไตรมาสที่หนึ่ง จึงน่าสนใจว่าตัวเลขที่ออกมาจะส่งผลอย่างไรต่อสกุลเงินบ้าง ถ้าหาก GDP กลับออกมาดีกว่าคาดการณ์ เราอาจได้เห็นคู่สกุลเงินพุ่งขึ้นไปทำระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน
