หุ้นเอเชีย: นิกเกอิทำสถิติสูงสุดจากการคาดการณ์มาตรการกระตุ้น; จีนได้แรงหนุนจากเทค
ภาพรวมตลาดฟอเร็กซ์ประจำวันที่ 11 เมษายน 2019
โดย Kathy Lien กรรมการผู้จัดการกลยุทธ์ฟอเร็กซ์จาก BK Asset Management
ผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลเด้งกลับขึ้นมาเป็นครั้งแรกในรอบ 3 วันของการซื้อขาย จึงพลอยหนุนให้ USD/JPY ราคาสูงขึ้นตามไปด้วย รายงานตัวเลขทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯ ออกมาแข็งแกร่งกว่าคาดการณ์ แต่ ดัชนีราคาผู้บริโภค (PPI) และ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน กลับมีผลกระทบต่อสกุลเงินต่าง ๆ เพียงเล็กน้อยเท่านั้น อย่างไรก็ดี ดัชนี PPI เพิ่มขึ้น 0.6% ต่างจากที่คาดการณ์ไว้ 0.3% ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานกลับน้อยลงสู่ระดับที่ต่ำสุดในรอบ 40 ปีเลยทีเดียว สำหรับ PPI ก็เช่นเดียวกับ ดัชนีCPI ที่เพิ่มขึ้นมาได้เพราะราคาของอาหารและพลังงาน ส่วนจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานก็ลดลงเป็นสัปดาห์ที่สี่ติดต่อกัน เป็นสัญญาณเผยให้เห็นว่าตลาดแรงงานกำลังตึงตัว และบริษัทต่าง ๆ เริ่มประสบปัญหาในการเชิญชวนลูกจ้างมาเข้าทำงานกับบริษัท เมื่อเดือนที่แล้วมีการสร้างตำแหน่งงานใหม่ขึ้นมาถึง 190,000 ตำแหน่ง การแข็งค่าขึ้นของคู่สกุลเงิน USD/JPY จึงสะท้อนให้เห็นถึงความคาดหวังว่าตัวเลขการเติบโตของการจ้างงานจะทะลุเป้า 200,000 ตำแหน่งในเดือนเมษายนนี้
ทว่าสมาชิกธนาคารกลางกลับไม่มองโลกในแง่ดีเท่าไรนัก จากการให้คำกล่าวของเฟดที่เผยแง่มุมในทิศทางตรงกันข้าม รองประธานเฟด นายคลาริดา เผยว่าตลาดแรงงานมีสุขภาพที่ดีและเศรษฐกิจกำลังเป็นไปในทิศทางที่เหมาะสม ประธานเฟด นายวิลเลียมส์ ก็เห็นด้วยเช่นกัน แต่ประธานเฟดอีกท่าน นายบุลลาร์ด กลับเห็นต่างว่าในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาถือว่าเป็นจุดสิ้นสุดของการดำเนินนโยบายการเงินเพื่อกลับสู่สภาวะปกติแล้ว และเขาต้องการให้ยกเลิกการใช้คำว่า "อดทนรอ" จาก แถลงการณ์นโยบายทางการเงิน เพราะคำดังกล่าวมีความหมายส่อไปในทางนโยบายแบบตึงตัว สำหรับอนาคตอันใกล้นี้ การประกาศ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จากมหาวิทยาลัยมิชิแกนน่าจะช่วยให้ค่าเงิน ดอลลาร์สหรัฐฯ แข็งค่าขึ้น เนื่องจากการที่หุ้นขึ้นจะช่วยหนุนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคให้มากขึ้นตามไปด้วย ตามหลักเทคนิคแล้ว เส้น SMA แบบ 200 วันที่ระดับ 111.50 เป็นแนวต้านที่สำคัญสำหรับ USD/JPY ถ้าราคาทะลุแนวต้านไปได้ มีลุ้นว่าคู่สกุลเงินจะขึ้นไปใกล้ระดับสูงสุดในรอบปี 2019 ที่ 112.13 แต่ถ้าเจอแนวต้านที่ 111.50 แล้วงอตัวลงมา เป็นไปได้สูงว่าจะหวนกลับลงไปต่ำกว่าระดับ 111
ความคืบหน้าครั้งใหญ่ที่สุดในตลาดฟอเร็กซ์คือ การตัดสินใจของสหภาพยุโรปที่อนุมัติเลื่อนการถอนตัวของสหราชอาณาจักรเป็นวันที่ 31 ตุลาคมแทน การยืดเวลาครั้งนี้นานกว่าที่นายกเมย์ขอไว้ และสั้นกว่าทางเลือกแบบหนึ่งปีดังที่สมาชิกอียูบางท่านเสนอ โดยจะมีการสรุปอย่างเป็นทางการในเดือนมิถุนายนนี้ และถ้าหากสหราชอาณาจักรต้องการถอนตัวเร็วกว่านี้ก็สามารถทำได้ ฉะนั้นหมายความว่าสหราชอาณาจักรจะต้องเข้าร่วมในการเลือกตั้งสภายุโรป นอกเสียจากว่าจะสามารถสรุปข้อตกลงได้ในรัฐสภาเพื่อที่จะถอนตัวจากอียูก่อนวันที่ 1 มิถุนายน ข่าวดีก็คือการเลื่อนเวลาครั้งนี้ช่วยเลี่ยงภัยจากการเกิด Brexit แบบไม่มีข้อตกลงที่อาจทำให้ตลาดการเงินกระทบกระเทือนอย่างรุนแรงได้ แต่ข่าวร้ายก็คือผู้ลงทุนกลับไม่พอใจกับการเลื่อนเวลาครั้งนี้เท่าไรนัก อียูปฏิเสธที่จะนำข้อตกลงการถอนตัวกลับมาเจรจาใหม่ จึงเกิดความหวาดกลัวว่านายกเมย์จะยังไม่ได้รับแรงสนับสนุนที่มากพอ ในการผลักดันข้อตกลงการถอนตัวฉบับปัจจุบันให้ผ่านได้ภายในระยะเวลา 6 เดือนนี้ แต่คราวนี้นายกเมย์จะมีเวลามากขึ้นในการจัดตั้งการเลือกตั้งทั้งประเทศ การลาออกจากตำแหน่งของนายกเมย์ หรือเปิดให้ลงประชามติเป็นครั้งที่สองแทน ฉะนั้นแทนที่ เงินปอนด์สเตอร์ลิง จะพลิกฟื้นขึ้น ค่าเงินกลับคงตัวในช่วงปิดวันซื้อขายเมื่อจับคู่กับเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
หลังจากที่ธนาคารกลางยุโรปออกมาเตือนเกี่ยวกับปัจจัยเสี่ยงทางลบและสถานการณ์ความไม่แน่นอนต่าง ๆ เมื่อวันพุธ ขณะนี้ เงินยูโร ไม่ได้รับผลกระทบใด ๆ อีกต่อไป และกลับมาซื้อขายในระดับที่ใกล้เคียงกับเงินสกุลหลัก จากการประชุมนโยบายทางการเงินครั้งล่าสุด ประธานธนาคารกลางยุโรป นายมาริโอ ดรากี ได้แสดงความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจโลกที่กำลังชะลอตัว และแย้มว่ามีความเป็นไปได้ที่จะมีการใช้แผนการกระตุ้นเศรษฐกิจ เขาเผยว่า TLTRO 3 เป็นเกราะป้องกันชั้นแรกในการต่อสู้กับการเติบโตทางเศรษฐกิจที่เชื่องช้า และหากความอ่อนแอหนักข้อขึ้น เขามี "เครื่องมือจำนวนมาก" เตรียมไว้แล้ว และในเดือนมิถุนายน ธนาคารฯ ก็จะตัดสินใจว่าควรเยียวยาอัตราดอกเบี้ยที่ติดลบหรือไม่ แต่สำหรับช่วงนี้นายดรากีได้ชี้แจงแล้วว่าธนาคารฯ กำลังประสบกับปัญหารุมเร้าหลายประเด็น ไม่ว่าจะเป็นภาษีศุลกากรหรือ Brexit อีกทั้งลัทธิการคุ้มครองทางการค้า อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ และความเป็นไปได้ที่จะเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในอิตาลีอีก ฉะนั้นนอกเหนือจากธนาคารกลางยุโรปจะคิดว่า การเพิ่มอัตราดอกเบี้ย ในปีนี้ยังไม่จำเป็นแล้ว ธนาคารฯ ยังอาจเลื่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยไปอีกหากจำเป็น เดือนมิถุนายนนี้ธนาคารฯ จะประกาศรายละเอียดเกี่ยวกับโครงการ TLTRO และอาจขยายเวลาของโครงการออกไปอีกหากภาวะชะลอตัวยังยืดเยื้อ เงินยูโรอ่อนค่าลงเนื่องจากความกังวลต่อธนาคารกลางยุโรปยังคงมีความหนักหน่วง ขัดแย้งกับ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน ของสหรัฐฯ เมื่อวานนี้ที่มีความแข็งแกร่ง ฉะนั้นเราจึงคาดว่าเงินยูโรจะเคลื่อนที่ไปที่ระดับ 1.10
