บิทคอยน์แตะ $95k หลังจาก Strategy ซื้อ และ CPI คงที่
ภาพรวมตลาดฟอเร็กซ์ประจำวันที่ 9 เมษายน 2019
นับตั้งแต่ต้นปีเป็นต้นมา บรรดาผู้ลงทุนก็พากันเทขายเงินยูโรอย่างต่อเนื่องและเข้าเปิดสัญญาขายทุกครั้งที่ราคาเงยขึ้น กดดันให้ยูโรดิ่งลงไปอีก ขณะที่กำลังจะเข้าสู่ การประชุมนโยบายทางการเงิน ของธนาคารกลางยุโรปในเดือนนี้ EUR/USD กำลังเด้งกลับจากการปิดจุดทำกำไร ผู้ลงทุนในตลาดบางฝ่ายก็คาดหวังว่าธนาคารกลางฯ จะเล็งเห็นความเปลี่ยนแปลงครั้งล่าสุดในตัวเลขภาคกิจการบริการและภาคการค้าปลีก แต่ทว่าธนาคารกลางยุโรปยังคงมีความกังวลถึง 6 ประการในขณะนี้ และทุกประการเหล่านั้นก็ไม่มีความคืบหน้าที่ชัดเจนเลยในเดือนที่ผ่านมา สหรัฐฯ ก็กำลังกลับมาอีกครั้งพร้อมการขู่เรียกเก็บภาษีศุลกากรรูปแบบใหม่ต่อสหภาพยุโรปนอกเหนือจากภาษีศุลกากรยานยนต์ที่มีอยู่แต่เดิมแล้ว และสหรัฐฯ ยังระบุอีกว่าชีสและไวน์จะต้องมีการเก็บภาษีด้วย ซึ่งรวมมูลค่าแล้วยุโรปอาจต้องเสียภาษีศุลกากรมูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐฯ ทั้งนี้เบลเยียมกำลังเตรียมตัวเพื่อตอบโต้เอาคืนสหรัฐฯ ด้วยการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประเทศบ้าง และเผยว่าการตอบโต้กันไปมาเช่นนี้จะไม่ส่งผลดีต่อสกุลเงินเป็นแน่ ส่วนอิตาลีก็กำลังอยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยอันเนื่องมาจากการเติบโตที่อ่อนแอในเยอรมนีและยุโรป การเจรจาทางการค้าจีน-สหรัฐฯ รวมถึง Brexit ก็ยังไม่มีความคืบหน้าใด ๆ ที่ชัดเจน และทั้งสองปัจจัยดังกล่าวก็เป็นชนวนสำคัญที่ส่งผลอย่างรุนแรงต่อเศรษฐกิจฝั่งยูโรโซนและเศรษฐกิจโลก อีกทั้งอัตราเงินเฟ้อก็ลดต่ำลงแม้ว่า ราคาน้ำมัน จะฟื้นขึ้นและยูโรอ่อนค่าลง
ปัจจัย 6 ประการที่ทำให้ธนาคารกลางยุโรปยังไม่ไว้วางใจ:
1. ภาษีศุลกากรสินค้ายานยนต์
2. ช่วงเปลี่ยนผ่านเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอยของอิตาลี
3. Brexit
4. การเจรจาการค้าจีน-สหรัฐฯ
5. ลัทธิคุ้มครองการค้า / การเติบโตของเศรษฐกิจโลก
6. อัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ
ฉะนั้นแม้ว่าจะยังมีโอกาสอยู่บ้างเล็กน้อยที่ธนาคารกลางยุโรปจะให้ความช่วยเหลือค่าเงินยูโร ด้วยการกล่าวถึงแนวโน้มการใช้นโยบายรักษาเสถียรภาพทางการเงิน แต่ก็ยังคงมีหลายปัจจัยที่ธนาคารกลางยังกังวลอยู่ จากการประชุมครั้งล่าสุดที่ นายมาริโอ ดรากี เป็นตัวแปรสำคัญทำให้เงินยูโรดิ่งลงด้วยการแสดงความกังวลต่อปัจจัยเหล่านั้น ถึงเราจะไม่คาดหวังว่าจะเกิดเหตุการณ์เดียวกันในครั้งนี้เนื่องจากตอนนี้เงินยูโรยังมีแนวโน้มเอนเอียงไปทางขาขึ้น แต่ถ้าหากดรากียังมุ่งเป้าไปยังปัจจัยด้านลบ คู่ EUR/USD จะดิ่งลง แม้ยังมีแนวรับจากระดับต่ำสุดที่เคยทำไว้ในเดือนมีนาคมที่ระดับ 1.1176 ซึ่งอย่างน้อยในวันนี้ก็น่าจะลงไปไม่ทะลุแนวรับ ทว่าหากมีข่าวดี EUR/USD อาจดันขึ้นไปถึง 1.1350 ได้ เรายังเชื่อว่าแนวโน้มความเสี่ยงยังอยู่ในขาลง เพราะผลตอบแทน พันธบัตรรัฐบาลแบบสิบปี ของเยอรมนียังคงอยู่ในแดนลบ โดยคู่ EUR/USD น่าจะซื้อขายใกล้ระดับ 1.10
ต่อไปนี้คือภาพรวมการเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจทางฝั่งยูโรโซน นับตั้งแต่การประชุมธนาคารกลางยุโรปครั้งสุดท้าย:

เงินปอนด์สเตอร์ลิง ก็จะได้รับความสนใจเช่นกันในวันนี้ จากการประชุมสภายุโรปเพื่อพิจารณาคำขอเลื่อนเส้นตายไปเป็นวันที่ 30 มิถุนายน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ นายเธรีซา เมย์ ยังไม่สามารถสร้างข้อผูกมัดใด ๆ ได้ในระหว่างการเดินทางไปเยือนเบอร์ลินและปารีสก่อนการประชุม แต่หลายสำนักข่าวมีรายงานว่าขณะนี้สภายุโรปยังไม่มีข้อคัดค้านใดเป็นพิเศษต่อคำขอดังกล่าว และนายบาร์นิเยร์ผู้แทนสหภาพยุโรปก็เคยชี้แจงไว้อย่างชัดเจนแล้วว่าจะไม่มีการนำข้อตกลงการถอนตัวกลับมาพิจารณาใหม่ อีกทั้งพรรคฝ่ายค้านก็ได้ออกมาเผยแล้วว่ารัฐบาลอังกฤษยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงด้านจุดยืนต่อสหภาพศุลกากร ฉะนั้นทางเลือกเดียวที่เหลืออยู่คือรัฐสภาจะต้องอนุมัติข้อตกลงปัจจุบัน แม้เมย์จะยืนกรานว่ามีกระแสการสนับสนุนจากรัฐสภามากขึ้น แต่เราจะได้ทราบผลที่แน่ชัดก็ต่อเมื่อมีการลงคะแนนเสียงอีกครั้ง การที่คู่ GBP/USD ยังซื้อขายอยู่เหนือระดับ 1.30 นั้นหมายความว่าผู้ลงทุนได้คาดเดาไปแล้วว่าการขอยืดเวลาจะต้องได้รับการอนุมัติอย่างแน่นอน
ส่วน เงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักส่วนใหญ่ และคู่ USD/JPY ดิ่งลงต่ำกว่าระดับ 111 ในระหว่างวัน เหตุผลส่วนใหญ่เนื่องมาจากการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของผู้ลงทุน เพราะมีกำหนดการประกาศข้อมูลทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และก่อนหน้านี้เราเคยได้พูดคุยเกี่ยวกับตัวเลข อัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร ไปแล้วที่ข้อมูลออกมาไม่น่าพอใจเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ซึ่งช่วยเน้นย้ำการตัดสินใจของเฟดที่เลือกไม่ปรับเปลี่ยนอัตราดอกเบี้ยไปตลอดทั้งปีนี้ ในวันนี้น่าจะเป็นวันที่น่าสนใจอีกวันหนึ่งสำหรับดอลลาร์สหรัฐฯ เพราะว่ามีทั้งกำหนดการประกาศ ดัชนี CPI และ รายงานการประชุมเฟด แม้แรงกดดันทางราคาควรจะสูงขึ้นจากราคาน้ำมันที่พุ่งขึ้น แต่ถ้าอ้างอิงจากการปรับเปลี่ยนผลคาดการณ์ของเฟดแล้ว รายงานการประชุมในครั้งนี้น่าจะออกมาในทิศทางที่อะลุ่มอล่วย
