ทองคําทําสถิติสูงสุดใหม่หลัง CPI สหรัฐฯ เป็นบวก; เงินพุ่งทะลุ $90/ออนซ์
ภาพรวมตลาดฟอเร็กซ์ประจำวันที่ 8 เมษายน 2019
โดย Kathy Lien กรรมการผู้จัดการกลยุทธ์ฟอเร็กซ์จาก BK Asset Management
เริ่มเปิดสัปดาห์ใหม่ของการซื้อขาย และผู้ลงทุนก็กำลังแห่เทขาย ดอลลาร์สหรัฐฯ กันยกใหญ่ ดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับทุกสกุลเงิน และยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ลดลงก็ไม่ใช่สาเหตุหลัก รายงานอัตราการจ้างงาน ของสหรัฐฯ เมื่อวันศุกร์ที่แล้วออกมาไม่เป็นที่น่าพอใจอย่างมาก แม้ว่าดอลลาร์สหรัฐฯ กำลังเด้งกลับหลังจากอัตราการจ้างงานนอกภาคการเกษตร แต่ตลาดส่วนใหญ่ก็เริ่มเกิดความกังวลเช่นเดียวกับเราแล้ว เมื่อเดือนมีนาคมมีการจ้างงานใหม่มากกว่า 190,000 ตำแหน่ง แต่กลับมีการปรับเปลี่ยนตัวเลขในเดือนกุมภาพันธ์เพียงเล็กน้อย และที่สำคัญที่สุดคืออัตราการเติบโตของค่าจ้างกลับชะลอตัวลง ที่ผ่านมาตลาดแรงงานเป็นองค์ประกอบที่แข็งแกร่งที่สุดของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่ถ้าเฟดประเมินสถานการณ์ได้ถูกต้อง ขณะนี้ทั้งเศรษฐกิจและการจ้างงานน่าจะเริ่มชะลอตัวลง ซึ่งประเด็นที่น่าสนใจก็คือดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าลงแม้ว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ จะปรับขึ้น หลายสัปดาห์ที่ผ่านมาดอลลาร์สหรัฐฯ ได้รับผลพลอยได้จากการหลีกเลี่ยงความเสี่ยงของผู้ลงทุน แต่เมื่อวานนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เหตุผลหลักเป็นเพราะเกิดการเทขายสกุลเงินต่าง ๆ เช่น ยูโร มากเกินไป นำไปสู่การทยอยปิดกำไรในสัปดาห์นี้ที่มีการซื้อขายอย่างเบาบาง นอกจากนี้รายงาน ดัชนีราคาผู้บริโภค และ รายงานการประชุมจากเฟด ถือว่าเป็นความเสี่ยงที่สำคัญที่สุดต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ในตอนนี้ แม้ว่าการปรับตัวขึ้นของ ราคาน้ำมัน ครั้งล่าสุดน่าจะเพิ่มอัตราเงินเฟ้อ แต่ความกังวลของธนาคารกลางต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจกับความคลุมเครือของสถานการณ์โลก น่าจะแสดงออกมาให้เห็นอย่างชัดเจนในรายงานการประชุมครั้งต่อไป
สัปดาห์นี้ฝั่งยุโรปจะได้รับความสนใจเป็นพิเศษ เพราะธนาคารกลางยุโรปจะ แถลงการณ์นโยบายทางการเงิน ในวันพุธนี้ และถึงแม้ว่าเมื่อวานผู้ลงทุนบางท่านจะเก็งกำไรคู่ EUR/USD เอาไว้ แต่ยังคงมีความเสี่ยงที่ราคาจะลง เพราะการเติบโตในภูมิภาคที่อ่อนแอ ผนวกกับความเสี่ยงของสถานการณ์ Brexit ที่ดำเนินอยู่อย่างต่อเนื่อง อีกทั้งการเจรจาจีน-สหรัฐฯ และภาษีศุลกากรยานยนต์ของยุโรปที่หยุดชะงักจึงทำให้ธนาคารกลางไม่อาจมองโลกในแง่ดีได้ เมื่อเดือนที่แล้วเยอรมนีอยู่ในภาวะเกินดุลการค้าที่ซึ่งบดบังตัวเลขการส่งออกและนำเข้าที่กำลังดิ่งลงฮวบ เหตุผลเดียวที่เงินยูโรแข็งค่าขึ้นเป็นเพราะเกิดการเทขายมากเกินไป เงินยูโรพยายามจะทะลุ 1.12 ถึงสามครั้งแต่ก็ไม่เป็นผล และจากการประชุมธนาคารกลางยุโรปล่าสุด นายมาริโอ ดรากีได้ทำให้ค่าเงินดิ่งลงอย่างหนักจาก 1.13 สู่ 1.1176 เมื่อเขาเปรยถึงความจำเป็นในการปรับใช้นโยบายเพื่อรองรับความเสี่ยงด้านลบจากปัจจัยทั่วโลก และสถานการณ์ของค่าเงินก็ยังคงไม่มีการเปลี่ยนแปลงตราบจนทุกวันนี้ ด้วยเหตุผลนี้เราจึงเชื่อว่าถ้าเงินยูโรไต่ขึ้นไปถึง 1.13 ก็เป็นระดับที่เหมาะสมที่ควรเปิดสัญญาขาย
และสัปดาห์นี้ก็เป็นสัปดาห์สำคัญของสหราชอาณาจักร เพราะเส้นตายของสหภาพยุโรปคือวันศุกร์ที่ 12 เมษายนนี้แล้ว และนายกรัฐมนตรี นางเธเรซา เมย์ เพิ่งเสนอขอการยืดเวลาไปอีกเป็นวันที่ 30 มิถุนายน โดยขณะนี้มีรายงานว่าฝรั่งเศส สเปน และเบลเยียมต่างก็เตรียมตัวสำหรับการเกิด Brexit แบบไม่มีข้อตกลงแล้ว วันนี้นางแมร์เคิลและนายกเมย์จะพบปะกันล่วงหน้าก่อนการประชุมสหภาพยุโรปในวันพุธนี้ เดิมคณะของเมย์มีกำหนดการที่จะ "หารือกันทางเทคนิค" กับพรรคแรงงาน แต่อ้างอิงจากนายคอร์บีน เขาได้เผยว่ายังไม่มีความคืบหน้าจากรัฐบาลอังกฤษมากเท่าไรนัก ทั้งนี้วันที่ 30 มิถุนายนเป็นเส้นตายเดิมที่เมย์เคยเสนอขอและถูกสหภาพยุโรปปฏิเสธ ทางสหภาพยุโรปจะไม่อนุมัติเส้นตายที่ยืดเยื้อกว่านี้จนกว่ารัฐสภาอังกฤษจะยอมรับข้อตกลงการถอนตัว หรือสหราชอาณาจักรจะปรับเปลี่ยนเนื้อหาในข้อตกลงอย่างชัดเจน แม้ว่าการที่สหราชอาณาจักรยินยอมเข้าร่วมการเลือกตั้งรัฐสภายุโรปอาจเป็นการแสดงความจำนงที่เพียงพอ แต่ก็ไม่แน่ใจว่าประเทศฝรั่งเศสจะคิดเช่นนั้นหรือไม่ นอกจากนี้นายทัสค์ประธานสภายุโรปได้เสนอแนวคิด "การยืดเวลาแบบยืดหยุ่น (flextension)" ที่จะให้เวลาสหราชอาณาจักรทำการอนุมัติข้อตกลงได้นานถึงหนึ่งปี และมีตัวเลือกให้สามารถถอนตัวก่อนหน้านั้นได้หากมีการอนุมัติข้อตกลงเร็วกว่ากำหนด การกระทำเช่นนี้จะช่วยเลี่ยงการขอยืดเวลาซ้ำซ้อนหรือการถอนตัวแบบไม่มีข้อตกลง อีกทั้งยังเป็นการมอบความยืดหยุ่นให้สหราชอาณาจักรสามารถถอนตัวก่อนหน้าเส้นตายได้ด้วย ฉะนั้นในสัปดาห์นี้คงไม่มีอะไรสำคัญไปกว่าคำตอบของสหราชอาณาจักรต่อคำขอของเมย์อีกแล้ว และเส้นตายคือวันศุกร์นี้ ฉะนั้นผู้ลงทุนเงินปอนด์สเตอร์ลิงจะต้องจับตาทุกความคืบหน้าเกี่ยวกับ Brexit อย่างใกล้ชิด หากสหภาพยุโรปอนุมัติการยืดเส้นตาย เงินปอนด์สเตอร์ลิง น่าจะพุ่งขึ้น ถ้าหากสหภาพฯ บีบบังคับให้สหราชอาณาจักรถอนตัวโดยไม่มีข้อตกลง คู่ GBP/USD จะต้องดิ่งลงเหวอย่างย่อยยับแน่นอน
