เช้าวันนี้ทองคำตลาดโลก (Gold Spot) เปิดบริเวณ [4,088] ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศเปิดที่ประมาณ [64,800] บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะปรับลงต่อในช่วงเช้าจนหลุดแนวรับ[4,050]ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในทำเนียบขาวว่า เขาอาจจะทำลายล้างอิหร่านทั้งประเทศที่เหลือ แม้เขาจะไม่อยากทำอย่างนั้นก็ตาม แต่ก็อาจจะต้องทำเพื่อให้มั่นใจว่าอิหร่านจะไม่มีวันครอบครองอาวุธนิวเคลียร์ได้
ไฮไลต์คืนนี้: ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ (20:30 น.) คาดการณ์เป็นลบต่อทอง นี่เป็นข้อมูลสำคัญชิ้นสุดท้ายก่อนเฟดประชุมวันที่ 8–9 ธ.ค. หลังตัวเลขนำร่องทั้ง JOLTS, ADP และผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน
- ถ้า NFP แข็งแกร่งเกินคาด จะตอกย้ำการขึ้นดอกเบี้ย ดอลลาร์และยีลด์ดีดตัว ทองอาจย่อลงทดสอบ 4,060 และ 4,030 ดอลลาร์ต่อออนซ์
ถ้า NFP อ่อนแอกว่าคาด : ตลาดจะลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยต่อ ทองมีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 4,150–4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
เมื่อวานนี้ (พฤหัสบดี 5 พ.ย.) ทองปรับตัวขึ้นต่อเป็นวันที่สอง ทะลุ 4,100 ดอลลาร์ต่อออนซ์ขึ้นไปแถว 4,150 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (+0.6%) และรักษาช่วงบวกไว้ได้ ส่วนโลหะเงินฟื้นตัวแตะ 53 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หลังพุ่งแรงเมื่อวันพุธ
ปัจจัยหนุนทองเมื่อวาน
ตลาดลดคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย: ต้นทุนแรงงานต่อหน่วยออกมาชะลอกว่าคาด ประกอบกับยีลด์พันธบัตรสหรัฐฯ ที่ลดลงต่อ ทำให้น้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ยเดือนธันวาคมลดลงเหลือ 70%จากราว 80% เมื่อต้นสัปดาห์
ดอลลาร์อ่อนค่าต่อ: หลังเดโมแครตครองเสียงข้างมากทั้งสองสภา อ่อนลงมาที่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 1 เดือน
ปัจจัยที่กดดัน
- ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงาน: อยู่ที่ 189,000 ราย ต่ำกว่าคาดที่ 197,000 ราย ตลาดแรงงานยังแข็งแกร่ง
BoE ขึ้นดอกเบี้ย: ธนาคารกลางอังกฤษขึ้นดอกเบี้ย 0.25% สู่ 4.00% ตามคาด ตอกย้ำว่าธนาคารกลางหลักยังคุมเข้มเพื่อสู้เงินเฟ้อ
ความเสี่ยงจาก Margin Call: ถ้าหุ้นยังร่วงต่อ นักลงทุนอาจต้องขายทองเพื่อเสริมสภาพคล่อง เหมือนที่เกิดขึ้นเมื่อปลายเดือนตุลาคม หลังดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% ขณะที่ดัชนี Nasdaq ดิ่งลงกว่า 5% ซึ่งเป็นการปรับตัวลงในวันเดียวที่รุนแรงที่สุดในรอบ 19 เดือน เนื่องจากหุ้นบริษัทผลิตชิปร่วงลงอย่างหนัก จากความกังวลว่าพรรคเดโมแครตอาจใช้กฎระเบียบที่เข้มงวดเพื่อควบคุมธุรกิจปัญญาประดิษฐ์ (AI) หลังกวาดชัยชนะอย่างท่วมท้นในการเลือกตั้งการเทอมของสหรัฐฯ
ราคาน้ำมันรีบาวน์ขึ้นมาเกือบ 5% หลังราคาร่วงแรงก่อนหน้านี้ รวมถึงมีรายงานการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันในอ่าวเปอร์เซีย ซึ่งทำให้ตลาดวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานชะงักงัน ขณะเดียวกัน นักลงทุนเริ่มกลับมาประเมินแนวโน้มที่สหรัฐอเมริกาและอิสราเอลอาจเปิดฉากทำสงครามกับอิหร่านอีกครั้ง
โธมัส บาร์กิน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) สาขาริชมอนด์กล่าวว่า เขาคาดว่าเฟดจะต้องเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แม้เขายังไม่แน่ใจว่าเฟดจะปรับขึ้นอีกมากน้อยเพียงใด หรือจะดำเนินการด้วยความเร็วเพียงใดก็ตาม
ปัจจัยตะวันออกกลาง
การเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่านผ่านกาตาร์ยังดำเนินต่อ แต่ทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างกันมาก ทั้งเรื่องมาตรการคว่ำบาตร การปิดล้อมท่าเรือ และโครงการนิวเคลียร์ ข่าวจากภูมิภาคนี้จึงยังพลิกราคาน้ำมันและทองได้ตลอด
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค
ทองฟื้นตัวต่อเนื่องจากจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ 3,870 ดอลลาร์ (30 ต.ค.) ขึ้นมาราว 250 ดอลลาร์ภายใน 4 วันทำการ และยืนเหนือ 4,100 ดอลลาร์ได้ แสดงว่าแรงซื้อกลับมาคุมตลาดในระยะสั้น โซน 4,050–4,100 ดอลลาร์จึงกลายเป็นแนวรับสำคัญ RSI (14) รายวัน 51 ฟื้นจากเขตขายมากเกินไป (Oversold) เมื่อปลายเดือนตุลาคม กลับมาอยู่กลางกรอบ ขณะที่ RSI (14) ราย 4 ชั่วโมงและรายชั่วโมง(Overbought) หลังราคาพุ่งเร็วติดต่อกัน 2 วัน ระยะสั้นจึงเสี่ยงที่จะย่อตัวพักฐาน ซึ่งเริ่มเห็นเช้านี้ที่ราคาย่อลงมาแถว 4,050 ดอลลาร์
แนวโน้มระยะสั้น:
ถ้ายืนเหนือ 4,100 ได้: มีโอกาสขึ้นไปทดสอบ 4,150 และ 4,180–4,200 ดอลลาร์ ใกล้จุดสูงสุดของกรอบเดิมเมื่อเดือนตุลาคม
ถ้าหลุด 4,100: อาจย่อลงทดสอบ 4,050 และ 4,000 ดอลลาร์- ถ้าหลุด 4,000 ดอลลาร์: การฟื้นตัวรอบนี้จะเริ่มอ่อนแรง
ลดขนาดสถานะก่อน 20:30 น. คืนนี้ เพราะราคาอาจสวิงแรงทั้งสองทางหลังตัวเลขจ้างงาน และควรระวังการเปิดตลาดกระโดด (Gap) ช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์
แนวโน้มระยะยาว:
-
ผู้ที่สะสมไว้ช่วง 3,870–3,950 ดอลลาร์มีกำไรแล้ว อาจแบ่งขายทำกำไรบางส่วนที่ 4,100–4,150 ดอลลาร์
ผู้ที่ยังไม่ได้ซื้อ ไม่ควรไล่ราคา ให้รอทยอยซื้อเมื่อราคาย่อมาที่ 4,050–4,000 ดอลลาร์
แนวรับ/แนวต้าน ทองคำโลก (Gold Spot)
แนวรับ 4,050/ 4,000 / 3,970 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 4,100/ 4,150 / 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์
จ






