เช้าวันนี้ทองคำตลาดโลก (Gold Spot) เปิดบริเวณ 4,061 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศเปิดที่ประมาณ [64,500] บาทต่อบาททองคำ ก่อนจะมีแรงซื้อต่อเนื่องในช่วงเช้า
เมื่อวานนี้ (พุธ 4 พ.ย.) ทองพุ่งขึ้นกว่า 100 ดอลลาร์ระหว่างวัน จากแถว 3,930 ดอลลาร์ ขึ้นไปยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง ก่อนจะปิดตลาดที่ 4,061 ดอลลาร์ (+3.34%) เป็นการกลับขึ้นมาเหนือแนวต้านสำคัญ 4,000 ดอลลาร์ ส่วนโลหะเงินพุ่งแรงกว่า (+4.9%) กลับขึ้นไปเหนือ 51 ดอลลาร์
สาเหตุที่ทองพุ่งเมื่อวาน
ผลเลือกตั้งกลางเทอม: พรรคเดโมแครตได้เสียงข้างมากทั้งสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ตลาดมองว่ารัฐสภาที่ฝ่ายค้านคุมเสียงข้างมากจะจำกัดความสามารถของรัฐบาลในการผ่านกฎหมายด้านการคลัง ภาษี และกฎระเบียบโดยไม่ต้องประนีประนอม
ดอลลาร์และยีลด์ลดลง: ดัชนีดอลลาร์ (DXY) อ่อนค่าลงไปแถว 101.3 ส่วนยีลด์พันธบัตร 10 ปีของสหรัฐฯ ลดลงมาที่ราว 4.93% เป็นปัจจัยหนุนทองโดยตรง
น้ำมันย่อตัวต่อ: เบรนท์ลดลงมาแถว 93 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ช่วยลดความกังวลเงินเฟ้อ
ปัจจัยที่จำกัดการขึ้น: ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังแกร่ง
ADP การจ้างงานภาคเอกชนเดือน ต.ค.: เพิ่มขึ้น 86,000 ตำแหน่ง สูงกว่าคาดที่ราว 75,000- ISM ภาคบริการเดือน ต.ค.: ยังอยู่ในภาวะขยายตัว
- ความคาดหวังเฟด: ตลาดยังให้โอกาสราว 80% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในการประชุม 8–9 ธ.ค.
สถิติที่น่าสนใจ: งานศึกษาของ Kitco Research พบว่าหลังการเลือกตั้งกลางเทอม 13 ครั้งที่ผ่านมา ราคาทองเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14% ในช่วง 12 เดือนถัดมา อย่างไรก็ตาม สถิติในอดีตไม่ได้รับประกันผลในอนาคต และปีนี้ยังมีปัจจัยเฟดกับเงินเฟ้อที่ต่างจากอดีต
ปัจจัยตะวันออกกลาง
หลังสหรัฐฯ โจมตีเกาะเกชม์ของอิหร่านเมื่อวันอังคาร การเจรจาผ่านกาตาร์ยังดำเนินต่อ แต่ทั้งสองฝ่ายยังเห็นต่างกันมากเรื่องมาตรการคว่ำบาตร การปิดล้อมท่าเรือ และโครงการนิวเคลียร์ ข่าวจากภูมิภาคนี้จึงยังพลิกราคาน้ำมันและทองได้ตลอด
ปัจจัยที่ต้องติดตาม
- ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ (ศุกร์ 6 พ.ย. 20:30 น.): การจ้างงานนอกภาคเกษตร (NFP) อัตราว่างงาน และค่าจ้าง เป็นข้อมูลสำคัญชิ้นสุดท้ายก่อนเฟดตัดสินใจเดือนธันวาคม หลัง JOLTS และ ADP ออกมาดีกว่าคาด ถ้า NFP แข็งแกร่งอีก อาจกดดันทองกลับลงมา ถ้าอ่อนแอกว่าคาด จะหนุนให้ทองขึ้นต่อ
- ผลการเลือกตั้งที่ยังนับไม่เสร็จ: จำนวนที่นั่งสุดท้ายจะบอกว่าเสียงข้างมากในสภามั่นคงแค่ไหน
- ผลประชุม BoE (วันนี้ 19:00 น.) และความเคลื่อนไหวของดอลลาร์
- หุ้นเทคโนโลยี: ถ้าหุ้นกลุ่ม AI กลับมาปรับฐาน อาจเกิดแรงขายทองเพื่อเสริมสภาพคล่องซ้ำ
Seasonality: สถิติ 10 ปีย้อนหลังพบว่าเดือนพฤศจิกายนทองโลกขึ้น 5 ปี ลง 5 ปี เฉลี่ย −0.4% ส่วนทองคำแท่งไทยลดลงถึง 8 ใน 10 ปี และในปีเลือกตั้งสหรัฐฯ ทองมักผันผวนสูง
บทวิเคราะห์ทางเทคนิคทองกลับขึ้นมายืนเหนือโซน 4,100 ดอลลาร์ได้ หลังเคยหลุดลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ 3,870 ดอลลาร์ (30 ต.ค.) เป็นสัญญาณแรก ว่าแรงขายเริ่มอ่อนลง และโซน 4,050–4,000 ดอลลาร์กลับมาเป็นแนวรับอีกครั้ง
ถ้าปิดเหนือ 4,100 ได้: เปิดทางไปทดสอบ 4,150-4,200 ดอลลาร์- ถ้าหลุด 4,080 : มีโอกาสย่อกลับมาทดสอบ 4,050 และ 4,030 ดอลลาร์
- ถ้าหลุด 3,970 ดอลลาร์อีกครั้ง: การฟื้นตัวครั้งนี้จะถือว่าล้มเหลว และอาจกลับไปทดสอบ 3,900 ดอลลาร์
แนวรับ/แนวต้าน ทองคำโลก (Gold Spot)
แนวรับ 4,100/ 4,060 / 4,030 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 4,120/ 4,150 / 4,180 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวรับ/แนวต้าน ทองคำแท่งไทย 96.5% น้ำหนัก 1 บาท
แนวรับ 65,000 / 64,500 /64,200 บาท
แนวต้าน 65,300 / 65,600 /66,000 บาท
หมายเหตุ: ราคาทองคำไทยเป็นราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงตามค่าเงินบาท บทวิเคราะห์นี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูลประกอบการตัดสินใจ ไม่ใช่คำแนะนำการลงทุน ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลและประเมินความเสี่ยงของตนเองก่อนตัดสินใจ







