"ทองดีดกลับจากจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี หลังร่วงแรงกว่า 3.6%
ตลาดจับตาเลือกตั้งกลางเทอมและตัวเลขจ้างงาน"
ภาพรวมวันศุกร์ที่ผ่านมา ทองเคลื่อนไหวในกรอบ 3,870–4,026 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนปิดที่ 3,875 ดอลลาร์ ลดลงราว 145 ดอลลาร์ (−3.6%) ระหว่างวันลงไปแตะ 3,870 ดอลลาร์ ซึ่งต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปี ทั้งสัปดาห์ทองลดลงราว 3.7% ขณะที่โลหะเงินหลุดระดับ 50 ดอลลาร์
เช้าวันนี้ทองคำตลาดโลก (Gold Spot) เปิดบริเวณ 3,875 ดอลลาร์ต่อออนซ์ และทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศเปิดที่ประมาณ [62,100] บาทต่อบาททองคำ ก่อนปรับตัวขึ้นในช่วงเช้า เพราะมีแรงซื้อเมื่อราคาย่อ (Dip Buying) เข้ามาช่วยหยุดการร่วงลง
สาเหตุที่ทองร่วงแรงวันศุกร์
หุ้นเทคโนโลยีร่วงหนัก: ตลาดกังวลว่าการลงทุนด้าน AI จะไม่คุ้มค่า จึงเกิดการเทขายสินทรัพย์ทุกประเภทเพื่อเสริมสภาพคล่อง (Margin Call) แรงขายบังคับนี้มากกว่าแรงซื้อทองในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
เฟดยังเสียงแข็ง: เฟดคงดอกเบี้ย 3.75–4.00% ด้วยมติ 10-2 โดยกรรมการ 2 คนต้องการให้ขึ้นดอกเบี้ยทันที (Hawkish Hold) ตลาดให้โอกาสราว 83–85% ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุม 8–9 ธ.ค.
ตัวเลขเศรษฐกิจแข็งแกร่ง:- GDP ไตรมาส 3 ขยายตัว 3.4% สูงกว่าคาดที่ 3.1%
- PCE เดือน ก.ย. เร่งขึ้นเป็น 3.6% และ Core PCE เป็น 3.1%
- ผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานต่ำกว่า 200,000 รายเป็นสัปดาห์ที่ 6 ติดต่อกัน
ธนาคารกลางหลักคุมเข้มพร้อมกัน: เฟด ECB และ BoJ คงดอกเบี้ยทั้งหมด แต่ยังเปิดทางคุมเข้มต่อในเดือนธันวาคม
ราคาน้ำมันขึ้นอีกราว 2%: มีข่าวการโจมตีเรือบรรทุกน้ำมันใกล้ช่องแคบฮอร์มุซ ความสัมพันธ์แบบสวนทางระหว่างน้ำมันกับทองจึงกลับมาชัดเจน เมื่อน้ำมันขึ้น ทองถูกกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อ
มุมมองนักวิเคราะห์ (ผลสำรวจของ Kitco)
- นักวิเคราะห์ฝั่ง Wall Street: 63% มองขาลง มีเพียง 6% ที่มองขาขึ้น
- นักลงทุนรายย่อย (Main Street): 53% ยังมองขาขึ้น
- เป้าหมายราคา: บางส่วนมองว่าถ้าทองทำจุดต่ำสุดใหม่ อาจลงไปที่ 3,750–3,850 ดอลลาร์ ขณะที่บางส่วนแนะนำให้ใช้จังหวะราคาย่อทยอยซื้อ
ปัจจัยตะวันออกกลาง
- กลุ่มฮูตีอ้างว่าโจมตีโรงกลั่นราสทานูราของซาอุดีอาระเบีย แต่ยังไม่มีการยืนยันว่ากระทบการผลิตอย่างมีนัยสำคัญ
มีรายงานว่าสหรัฐฯ และอิสราเอลวางแผนโจมตีอิหร่านรอบใหม่หลังการเลือกตั้งกลางเทอม โดยมีเป้าหมายเป็นโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน
อิหร่านเสนอแผน 7 วันเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซ แต่ประธานาธิบดีทรัมป์ปฏิเสธว่าไม่มีการเจรจาสันติภาพ
ปัจจัยสำคัญประจำสัปดาห์
- การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ (อังคาร 3 พ.ย.) เหตุการณ์ใหญ่ที่สุดของสัปดาห์ ผลจะกำหนดทิศทางนโยบายการคลัง ภาษีนำเข้า และหนี้สาธารณะ
- ถ้าอำนาจในสภาแบ่งขั้ว: การผ่านงบประมาณยากขึ้น ความไม่แน่นอนเพิ่มขึ้น มักเป็นบวกต่อทอง
- ความเสี่ยงหลังเลือกตั้ง: ถ้าเกิดการโจมตีอิหร่านจริง น้ำมันอาจพุ่ง ทองจะถูกกดดันจากความกังวลเงินเฟ้อ
- ตัวเลขตลาดแรงงานสหรัฐฯ (ศุกร์ 6 พ.ย. 20:30 น.) ข้อมูลสำคัญชิ้นสุดท้ายก่อนเฟดตัดสินใจเดือนธันวาคม ถ้าจ้างงานแข็งแกร่ง จะตอกย้ำการขึ้นดอกเบี้ยและกดดันทอง ถ้าอ่อนแอกว่าคาด ตลาดอาจลดน้ำหนักการขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งเป็นบวกต่อทอง
- หุ้นเทคโนโลยี ถ้าหุ้นกลุ่ม AI ยังปรับฐานต่อ อาจเกิดแรงขายทองเพื่อเสริมสภาพคล่องซ้ำเหมือนวันศุกร์
บทวิเคราะห์ทางเทคนิค
ทองหลุดโซนแนวรับสำคัญ 3,900–4,000 ดอลลาร์ ลงมาทำจุดต่ำสุดในรอบกว่า 1 ปีที่ 3,870 ดอลลาร์ ยืนยันว่าแรงขายยังคุมตลาด โซน 3,900–4,000 ดอลลาร์ที่เคยเป็นแนวรับจึงกลายเป็นแนวต้าน การดีดกลับเช้านี้ยังเป็นเพียงการฟื้นตัวทางเทคนิค หลังราคาร่วงแรงจนเข้าเขตขายมากเกินไป (Oversold) ถ้ายังกลับขึ้นไปยืนเหนือ 3,930–3,970 ดอลลาร์ไม่ได้ แนวโน้มระยะสั้นยังเป็นขาลง และถ้าหลุด 3,850 ดอลลาร์ อาจลงต่อไปทดสอบ 3,800 และ 3,750 ดอลลาร์
กลยุทธ์การทุน
นักเก็งกำไรระยะสั้น:- ฝั่งซื้อ: ซื้อเมื่อราคาย่อใกล้ 3,900–3,870 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) เมื่อหลุด 3,870 ดอลลาร์
ฝั่งขาย: ขายทำกำไรหรือเปิดสถานะขายใกล้ 3,930–3,970 ดอลลาร์ ตั้งจุดตัดขาดทุนเมื่อราคาปิดเหนือ 4,000 ดอลลาร์
ลดขนาดสถานะก่อนคืนวันอังคาร (ผลเลือกตั้ง) และคืนวันศุกร์ (ตัวเลขจ้างงาน)
- นักลงทุนระยะยาว: ราคาที่ลงมาต่ำสุดในรอบปีเป็นโอกาสทยอยสะสม โดยแบ่งไม้ซื้อที่ 3,900-3,800 ดอลลาร์ และเก็บเงินสำรองไว้ส่วนหนึ่ง เผื่อราคาลงลึกถึง 3,750 ดอลลาร์ ไม่ควรซื้อเงินก้อนเดียวก่อนรู้ผลเลือกตั้งและตัวเลขจ้างงาน
Seasonality: สถิติ 10 ปีย้อนหลังพบว่าเดือนพฤศจิกายนทองโลกขึ้น 5 ปี ลง 5 ปี เฉลี่ย −0.4% ส่วนทองคำแท่งไทยลดลงถึง 8 ใน 10 ปี และในปีเลือกตั้งสหรัฐฯ ทองมักผันผวนสูง
แนวรับ/แนวต้าน ทองคำโลก (Gold Spot)
แนวรับ 3,870/ 3,850 / 3,800 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 3,900/ 3,930 / 3,970 ดอลลาร์ต่อออนซ์








