ทองยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังน้ำมันร่วงจากความหวังเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน

เผยแพร่ 27/10/2026 10:11

"ทองยืนเหนือ 4,000 ดอลลาร์ได้อีกครั้ง หลังน้ำมันร่วงจากความหวังเจรจาสหรัฐฯ–อิหร่าน ตลาดรอผลประชุมเฟดและ PCE" ราคาทองคำตลาดโลก (Gold Spot) เปิดตลาดเช้านี้บริเวณ 4,016 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศเปิดที่ประมาณ 64,100 บาทต่อบาททองคำ และอ่อนตัวลงเล็กน้อยในช่วงเช้า

เมื่อวานนี้ทองเคลื่อนไหวในกรอบ 3,978–4,030 ดอลลาร์ และปิดบวกราว 21 ดอลลาร์ แรงหนุนมาจากดอลลาร์ที่อ่อนค่าและแรงซื้อเมื่อราคาย่อ (Bargain Hunting) แต่ปัจจัยหลักคือราคาน้ำมันดิบเบรนท์ที่ร่วงกว่า 6% จากราว 117 ดอลลาร์ลงมาแถว 110 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ซึ่งช่วยลดความกังวลเงินเฟ้อก่อนการประชุมเฟด
ข่าวสำคัญ: สัญญาณการทูตสหรัฐฯ–อิหร่าน


  • คณะไกล่เกลี่ยจากกาตาร์เดินทางเข้ากรุงเตหะรานเมื่อวันอาทิตย์ โดยประสานงานกับวอชิงตัน
  • รัฐมนตรีกลาโหมซาอุดีอาระเบีย ผู้บัญชาการทหารบกปากีสถาน และหัวหน้าหน่วยข่าวกรองตุรกี มีกำหนดหารือด้านความมั่นคงในเตหะรานเมื่อวานนี้
  • ประธานาธิบดีทรัมป์ให้สัมภาษณ์ว่ากำลังชั่งน้ำหนักระหว่าง "ทำข้อตกลง" หรือ "จัดการให้จบ"
  • กลุ่มฮูตียังโจมตีซาอุดีอาระเบียต่อเนื่องช่วงสุดสัปดาห์


ดังนั้นความเสี่ยงยังพลิกกลับได้ตลอด ราคาน้ำมันยังเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของทองในสัปดาห์นี้

ทบทวนสัปดาห์ที่แล้ว
ทองคำร่วงราว 4% ซึ่งเป็นการลดลงรายสัปดาห์มากที่สุดตั้งแต่เดือนมิถุนายน และติดลบเป็นสัปดาห์ที่สองติดต่อกัน ราคาลงไปแตะจุดต่ำสุดในรอบ 3 เดือนที่ 3,975 ดอลลาร์ในวันศุกร์

แรงกดดันหลักมาจากเบรนท์ที่พุ่งขึ้นไปแถว 117 ดอลลาร์ ซึ่งสูงสุดในรอบ 6 เดือน หลังกลุ่มฮูตีโจมตีสนามบินและโรงงานพลังงานของซาอุดีอาระเบีย ตลาดจึงกังวลเงินเฟ้อรอบใหม่และคาดว่าเฟดจะคงนโยบายเข้มงวดนานขึ้น (Higher for Longer) นอกจากนี้ หุ้นเทคโนโลยีที่ปรับลงแรงทำให้นักลงทุนบางส่วนถูกเรียกหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) และต้องขายทองกับเงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง

สัปดาห์นี้คือ “Central Bank Super Week”
ธนาคารกลางหลัก 5 แห่งจะประกาศนโยบาย ได้แก่ RBNZ, BoC, เฟด, ECB และ BoJ นอกจากนี้ยังมีงบการเงินของ Alphabet, Microsoft และ Amazon ซึ่งจะกำหนดทิศทางหุ้นเทคโนโลยี หากหุ้นกลุ่มนี้ร่วงอีก อาจเกิดแรงขายทองเพื่อเสริมสภาพคล่องซ้ำ ราคามีแนวโน้มผันผวนสูงช่วงคืนวันพุธถึงวันพฤหัสบดี
นโยบายการเงินสหรัฐฯ

อัตราดอกเบี้ยนโยบายของสหรัฐฯ อยู่ที่ 3.75–4.00% หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ด้วยมติเอกฉันท์ในเดือนกันยายน ตลาดคาดว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในการประชุมรอบนี้ แต่ให้โอกาสราว 82% ว่าจะขึ้นอีกครั้งในการประชุม 9 ธันวาคม (CME FedWatch)
ประเด็นที่ต้องจับตาคือท่าทีของประธานเฟด เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ซึ่งไม่ให้ Forward Guidance แบบเดิม หากเขาส่งสัญญาณว่าการขึ้นดอกเบี้ยอาจต่อเนื่องไปถึงปี 2570 จะเป็นแรงกดดันต่อทองคำ แต่ถ้าส่งสัญญาณว่ารอบการขึ้นดอกเบี้ยใกล้สิ้นสุด ทองมีโอกาสฟื้นตัว
ปัจจัยหนุนระยะกลาง


  • แม้กองทุน ETF ทองคำฝั่งตะวันตกยังมีแรงขายออก แต่ธนาคารกลางทั่วโลกยังซื้อทองต่อเนื่อง โดยไตรมาส 2/2569 ซื้อสุทธิราว 289 ตัน ซึ่งช่วยพยุงราคาในระยะกลาง

  • ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลางยังไม่คลี่คลาย

  • การเลือกตั้งกลางเทอมสหรัฐฯ วันที่ 3 พฤศจิกายน ซึ่งตลาดจะจับตาผลต่อนโยบายการคลังและภาษีนำเข้า


Seasonal Pattern: ทองคำในเดือนตุลาคม
โดยภาพรวม ทองคำในเดือนตุลาคมมักแกว่งตัวในกรอบจำกัด แต่ในปี 2569 ปัจจัยด้านฤดูกาลเป็นเพียงแรงสนับสนุนเสริม ทิศทางราคายังขึ้นอยู่กับปัจจัยมหภาคเป็นหลัก ได้แก่ นโยบายเฟด ค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ ราคาน้ำมัน เงินเฟ้อ และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์

Technical Analysis
ระดับ 4,000 ดอลลาร์กลายเป็นแนวรับทางจิตวิทยาหลังราคาหลุดลงมา หากยืนกลับเหนือ 4,000 ไม่ได้ แรงขายอาจกดราคาไปทดสอบ 3,940 และ 3,900 ดอลลาร์สถานการณ์จำลอง (Scenario)


  • เฟดเสียงแข็ง (Hawkish) + PCE เร่งตัว:ดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ปรับขึ้น ทองเสี่ยงหลุด 3,975 และลงไปทดสอบ 3,940 ดอลลาร์ (ประมาณ 63,300 บาท)

  • เฟดเสียงอ่อนกว่าคาด หรือ PCE ชะลอตัว:ทองมีโอกาสเด้งกลับเหนือ 4,030(ประมาณ 64,300 บาท) และขึ้นไปทดสอบ 4,080–4,150 ดอลลาร์ (ประมาณ 64,800-65,500 บาท)

  • ปัจจัยแทรก:ข่าวสหรัฐฯ–อิหร่านหรือราคาน้ำมันพลิกผันได้ตลอดสัปดาห์ ถ้าน้ำมันย่อตัวแรง ความกังวลเงินเฟ้อจะลดลงและเป็นบวกต่อทองคำ

กลยุทธารลงทุน

  • นักเก็งกำไรระยะสั้น:ลดขนาดสถานะก่อนคืนวันพุธ เพราะ FOMC, PCE และ ECB ประกาศติดกันภายใน 24 ชั่วโมง ราคาอาจสวิงแรงทั้งสองทาง ควรรอให้ทิศทางชัดหลังการแถลงของเฟดแล้วค่อยเข้าเทรด และตั้งจุดตัดขาดทุน (Stop Loss) ทุกครั้ง

  • กรณีรอซื้อ:ทยอยเข้าซื้อเมื่อราคาย่อลงบริเวณแนวรับ 4,000 และ 3,975 ดอลลาร์ (63,900 และ 63,600 บาท) โดยตัดขาดทุนหากหลุด 3,940 ดอลลาร์ (63,300 บาท)

  • กรณีถือทองอยู่:อาจแบ่งขายทำกำไรบางส่วนเมื่อราคาเด้งขึ้นใกล้ 4,030–4,080 ดอลลาร์ (64,300–64,800 บาท)

  • นักลงทุนระยะยาว:ราคาที่ต่ำกว่าระดับ 4,000 เป็นโอกาสทยอยสะสมแบบ DCA เพราะแรงซื้อจากธนาคารกลางยังเป็นฐานรองรับ แต่ไม่ควรทุ่มเงินก้อนเดียวในสัปดาห์ที่ความผันผวนสูง


หมายเหตุ: ราคาทองคำไทยเป็นราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนแปลงตามค่าเงินบาท บทวิเคราะห์นี้จัดทำเพื่อเป็นข้อมูล

แนวรับ/แนวต้าน ทองคำโลก (Gold Spot)
แนวรับ 4,000 / 3,975/ 3,940 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 4,030/ 4,050/ 4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์

แนวรับ/แนวต้าน ทองคำแท่งไทย 96.5% น้ำหนัก 1 บาท
แนวรับ 63,900 / 63,600 /63,300 บาท
แนวต้าน 64,300 / 64,500 /64,800 บาท

หมายเหตุ: ราคาทองคำไทยเป็นราคาโดยประมาณ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงตามทิศทางค่าเงิน


ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย