ทองคําฟื้นตัว 1% หลังเงินเฟ้อสหรัฐฯ ร้อนแรง จุดชนวนความกังวลเฟดขึ้นดอกเบี้ย
วันนี้ (15 ตุลาคม 2569) ราคาทองคำตลาดโลกเปิดตลาดบริเวณ 4,104 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศเปิดตลาดที่ประมาณ 65,400 บาทต่อบาททองคำ โดยมีแรงซื้อเพิ่มเติมหลังราคาน้ำมันวันนี้ปรับตัวลดลง ดอลลาร์อ่อนค่าขึ้น และอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้
สำหรับวันพุธที่ผ่านมา ราคาทองคำตลาดโลกปรับตัวลดลงเคลื่อนไหวในกรอบ 4,170–4,073 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนปิดตลาดบริเวณ 4,104 ดอลลาร์ต่อออนซ์ (ปิดลบจากวันก่อน 55 ดอลลาร์ต่อออนซ์) หลังดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ อายุ 10 ปี ดีดตัวขึ้นแตะระดับ 4.287% ท่ามกลางดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค ปรับตัวขึ้น 3.7% ในเดือนก.ย. เมื่อเทียบรายปี สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 3.6% จากระดับ 3.4% ในเดือนส.ค. เครื่องมือ FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 31% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ เพิ่มขึ้นจากระดับ 22% ก่อนการเปิดเผยข้อมูล CPI นอกจากนี้ นักลงทุนยังให้น้ำหนักมากถึง 83% ในการคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค.อย่างไรก็ตามตลาดทองได้รับแรงหนุนในช่วงท้ายก่อนปิดตลาดหลัง รายงาน Beige Book ฉบับล่าสุดของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) รายงานว่าเงินเฟ้อสูงขึ้นแต่สัญญาณตลาดแรงงานเริ่มอ่อนแอทำให้เฟดอาจยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยเร็ว
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาในวันนี้คือ ข้อมูลเงินเฟ้อดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) เดือนกันยายน โดยมีกำหนดประกาศเวลา 19.30 น. ตามเวลาไทย PPI มีความสำคัญเนื่องจากสามารถสะท้อนแรงกดดันด้านต้นทุนของภาคธุรกิจ ก่อนที่จะส่งผ่านไปยังราคาสินค้าและบริการในระดับผู้บริโภค หาก PPI เพิ่มขึ้นมากกว่าคาด ตลาดอาจกังวลว่าแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจทำให้ Fed ต้องดำเนินนโยบายเข้มงวดต่อไปในทางกลับกัน หาก PPI ชะลอตัวลง จะช่วยลดแรงกดดันต่อ Fed และเป็นบวกต่อราคาทองคำ นอกจาก PPI แล้ว นักลงทุนยังต้องจับตา ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนกันยายน ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสำคัญเกี่ยวกับกำลังซื้อและการใช้จ่ายของผู้บริโภคสหรัฐฯรวมถึงจำนวนผู้รับสวัสดิการณ์ว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาการแสดงความเห็นของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในวันศุกร์นี้ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป ดังนั้นถ้อยแถลงของประธาน Fed จึงอาจส่งผลต่อทั้งค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และราคาทองคำโดยตรง
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ราคาน้ำมันดิบยังทรงตัวในระดับสูงจากความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมนทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงบริเวณที่เกี่ยวข้องกับ Saudi Aramco และอิหร่านกำลังนำยุทธวิธีใหม่มาใช้ในการโจมตีเรือสินค้า โดยมีเป้าหมายเพื่อผลักดันให้ราคาน้ำมันยังคงอยู่ในระดับสูง ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค โดยล่าสุด Brent เคลื่อนไหวเหนือระดับ 105 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI อยู่บริเวณ 94 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงมีผลต่อทองคำทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น อาจทำให้ Fed ต้องรักษาดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้น ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำ ดังนั้นทิศทางราคาน้ำมันจึงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้
อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ล่าสุด
ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 3.75–4.00%
ข้อมูลเทคนิค (Technical Analysis)
ทองคำโลกกำลังอยู่ในช่วงปรับฐาน เครื่องมือทางเทคนิคระยะสั้นในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง เกิดสัญญาณเชิงลบจากการที่เมื่อวานนี้ RSI(14) ปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 34 ใกล้บริเวณ 30 เขตการขายสูง(Oversold)หลังราคาทองโลกทำจุดต่ำสุดของวันที่ระดับ 4,073ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทำให้เกิดแรงซื้อกลับในระยะสั้นจนกลับมายืนเหนือ 4,100ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างไรก็ตามวันนี้ยังเคลื่อนไหวต่ำกว่าเส้น 50 บ่งชี้ว่าแรงขายยังควบคุมตลาดกลยุทธ์ในการติดตามวันนี้จึงควรให้ความสำคัญกับ “การยืนราคา” มากกว่าการดูเพียงการดีดตัวระหว่างวันโดย 4,150 ดอลลาร์ เป็นระดับที่ใช้ติดตามความแข็งแรงของแรงซื้อของสัปดาห์นี้ ขณะที่ 4,230 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นระดับสำคัญสำหรับยืนยันการกลับมาของโมเมนตัมขาขึ้น จุดระวังหากราคากลับลงมาต่ำกว่า 4,120 ดอลลาร์/ออนซ์ อีกครั้ง ต้องระวังการปรับฐานรอบใหม่ที่รุนแรงขึ้น โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 4,080–4,030 ดอลลาร์/ออนซ์
Seasonal Pattern ของทองคำในเดือนตุลาคม
จากการเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการทองคำในเอเชียเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งเข้าสู่ช่วงเทศกาลและฤดูแต่งงาน รวมถึงความต้องการทองคำในจีนที่มักเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง Golden Week “ตุลาคมถือเป็นหนึ่งในเดือนที่ทองคำมี Seasonality ค่อนข้างเป็นบวก โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน หลังจากการย่อตัวช่วงต้นเดือน อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 ทิศทางราคายังขึ้นอยู่กับนโยบาย Fed ค่าเงินดอลลาร์ Bond Yield และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก จึงควรใช้ Seasonality เป็นปัจจัยสนับสนุน
แนวรับ/แนต้าน ทองคำโลก (Gold Spot)
แนวรับ 4,120 / 4,100/ 4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 4,150 / 4,180/ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์








