+31% MTD: เทคโนโลยีขนาดใหญ่ส่งผลต่อหุ้น mid-cap ที่ AI คัดเลือก
วันนี้ (14 ตุลาคม 2569) ราคาทองคำตลาดโลกเปิดตลาดบริเวณ 4,161 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ขณะที่ราคาทองคำแท่ง 96.5% ในประเทศเปิดตลาดที่ประมาณ 66,100 บาทต่อบาททองคำ โดยในวันอังคารที่ผ่านมา ราคาทองคำตลาดโลกเคลื่อนไหวในกรอบ 4,147–4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ก่อนปิดตลาดบริเวณ 4,160 ดอลลาร์ต่อออนซ์ สะท้อนแรงซื้อที่ชะลอตัวลง หลังนักลงทุนยังคงรอปัจจัยสำคัญจากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่จะมีผลต่อทิศทางนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed)
ปัจจัยสำคัญที่ตลาดจับตาในวันนี้คือ ตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐฯ (CPI) ซึ่งจะเป็นข้อมูลสำคัญในการประเมินทิศทางอัตราดอกเบี้ยของ Fed โดยเฉพาะในภาวะที่ราคาพลังงานกลับมาเพิ่มขึ้นจากความตึงเครียดในตะวันออกกลาง หากตัวเลขเงินเฟ้อออกมาสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ อาจเพิ่มแรงกดดันให้ Fed ต้องดำเนินนโยบายการเงินที่เข้มงวดมากขึ้น ซึ่งจะเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ เนื่องจากการถือครองทองคำไม่มีผลตอบแทนในรูปดอกเบี้ย ขณะที่หากเงินเฟ้อออกมาต่ำกว่าคาด จะช่วยเพิ่มความหวังต่อการผ่อนคลายนโยบายการเงิน และเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ
ขณะเดียวกัน ตลาดยังจับตาการแสดงความเห็นของ เควิน วอร์ช (Kevin Warsh) ประธานธนาคารกลางสหรัฐฯ ในการประชุมของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ในช่วงปลายสัปดาห์ เพื่อประเมินทิศทางดอกเบี้ยในระยะถัดไป โดยปัจจุบันตลาดให้น้ำหนักโอกาสที่ Fed จะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนตุลาคมค่อนข้างต่ำ ขณะที่ยังคงคาดหวังการปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนธันวาคมในระดับสูง ดังนั้นถ้อยแถลงของประธาน Fed จึงอาจส่งผลต่อทั้งค่าเงินดอลลาร์ อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐฯ และราคาทองคำโดยตรง
อีกปัจจัยที่ต้องติดตามคือ ราคาน้ำมันดิบที่ปรับตัวสูงขึ้นจากความเสี่ยงด้านอุปทาน หลังสถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างซาอุดีอาระเบียและกลุ่มฮูตีในเยเมนทวีความรุนแรงขึ้น โดยมีการโจมตีเป้าหมายในซาอุดีอาระเบีย รวมถึงบริเวณที่เกี่ยวข้องกับ Saudi Aramco ส่งผลให้ตลาดกังวลต่อความปลอดภัยของโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานและเส้นทางขนส่งน้ำมันในภูมิภาค โดยล่าสุด Brent เคลื่อนไหวเหนือระดับ 106 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ขณะที่ WTI อยู่บริเวณ 95 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ราคาน้ำมันที่อยู่ในระดับสูงมีผลต่อทองคำหากราคาน้ำมันปรับตัวสูงต่อเนื่องและทำให้ตลาดกังวลว่าเงินเฟ้อจะเร่งตัวขึ้น อาจทำให้ Fed ต้องรักษาดอกเบี้ยในระดับสูงนานขึ้นและอาจขึ่นดอกเบี้ยได้ ซึ่งจะเป็นแรงกดดันต่อทองคำ ดังนั้นทิศทางราคาน้ำมันจึงเป็นปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วงนี้
อัตราดอกเบี้ยนโยบายสหรัฐฯ ล่าสุด
ดอกเบี้ยสหรัฐฯ ล่าสุดอยู่ที่ระดับ 3.75–4.00%
ข้อมูลเทคนิค (Technical Analysis)
ทองคำโลกกำลังอยู่ในช่วงปรับฐาน เครื่องมือทางเทคนิคระยะสั้นในกรอบเวลา 4 ชั่วโมง เริ่มส่งสัญญาณเชิงลบ หลัง RSI(14) ปรับตัวลงมาอยู่บริเวณ 48 ต่ำกว่าเส้น 50 บ่งชี้ว่าแรงขายเริ่มกลับมาควบคุมตลาด ทำให้เกิดการชะลอตัวระยะสั้น กลยุทธ์ในการติดตามวันนี้จึงควรให้ความสำคัญกับ “การยืนราคา” มากกว่าการดูเพียงการดีดตัวระหว่างวันโดย 4,150 ดอลลาร์ เป็นระดับที่ใช้ติดตามความแข็งแรงของแรงซื้อของสัปดาห์นี้ ขณะที่ 4,230 ดอลลาร์/ออนซ์ เป็นระดับสำคัญสำหรับยืนยันการกลับมาของโมเมนตัมขาขึ้น จุดระวังหากราคากลับลงมาต่ำกว่า 4,120 ดอลลาร์/ออนซ์ อีกครั้ง ต้องระวังการปรับฐานรอบใหม่ที่รุนแรงขึ้น โดยมีเป้าหมายถัดไปอยู่ที่ 4,080–4,030 ดอลลาร์/ออนซ์
Seasonal Pattern ของทองคำในเดือนตุลาคม
จากการเข้าสู่ช่วงที่ความต้องการทองคำในเอเชียเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะอินเดีย ซึ่งเข้าสู่ช่วงเทศกาลและฤดูแต่งงาน รวมถึงความต้องการทองคำในจีนที่มักเพิ่มขึ้นในช่วงหลัง Golden Week “ตุลาคมถือเป็นหนึ่งในเดือนที่ทองคำมี Seasonality ค่อนข้างเป็นบวก โดยเฉพาะช่วงกลางเดือนถึงปลายเดือน หลังจากการย่อตัวช่วงต้นเดือน อย่างไรก็ตาม ในปี 2569 ทิศทางราคายังขึ้นอยู่กับนโยบาย Fed ค่าเงินดอลลาร์ Bond Yield และความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์เป็นหลัก จึงควรใช้ Seasonality เป็นปัจจัยสนับสนุน
แนวรับ/แนต้าน ทองคำโลก (Gold Spot)
แนวรับ 4,150 / 4,120/ 4,080 ดอลลาร์ต่อออนซ์
แนวต้าน 4,185 / 4,230/ 4,270 ดอลลาร์ต่อออนซ์








