ทองคำใกล้แนวรับ $4,355 สัญญาณขาลงชัด: อัปเดตทุกชั่วโมง
เวลาเห็นข่าวว่ารายได้ต่อปีตามอัตราปัจจุบันของ Anthropic เกิน 65,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่ OpenAI อยู่ที่ราว 40,000 ล้านดอลลาร์ สิ่งที่ต้องรู้คือสองบริษัทนี้ใช้วิธีนับที่ต่างกัน Anthropic บันทึกมูลค่าเต็มจำนวนของยอดขาย Claude ที่ผ่านพันธมิตรคลาวด์เป็นรายได้ของตัวเอง แล้วบันทึกส่วนแบ่งของพันธมิตรเป็นค่าใช้จ่าย ส่วน OpenAI บันทึกเฉพาะส่วนแบ่งของตัวเองจากยอดขายบางส่วนที่ผ่านพันธมิตร
ความต่างอยู่ที่ใครเป็นตัวการและใครเป็นตัวแทน
Francine McKenna อาจารย์ด้านบัญชีและผู้เขียนจดหมายข่าว The Dig อธิบายด้วยตัวอย่างที่เข้าใจง่าย หากลูกค้าจ่ายเงิน 100 ดอลลาร์สำหรับบริการ AI ผ่านผู้ให้บริการคลาวด์ วิธีบัญชีของ Anthropic ทำให้บริษัทบันทึกทั้ง 100 ดอลลาร์เป็นรายได้ส่วนบนของงบ
เกณฑ์ที่ใช้ตัดสินคือหลักที่เรียกว่าตัวการกับตัวแทน โดย McKenna ระบุว่าประเด็นอยู่ที่ว่าใครควบคุมความสัมพันธ์กับลูกค้าและใครรับผิดชอบการส่งมอบสินค้าในท้ายที่สุด Anthropic มองว่าตัวเองเป็นตัวการในทุกธุรกรรม จึงรายงานรายได้แบบเต็มจำนวน ขณะที่ OpenAI มองว่าการรายงานแบบสุทธิสะท้อนความจริงมากกว่า
สิ่งสำคัญที่ต้องพูดให้ชัดคือไม่มีวิธีใดผิด รายงานของ Axios ระบุตรงว่าทั้งสองแนวทางไม่จำเป็นต้องผิด และ McKenna เสริมว่าบริษัทสองแห่งที่มีโมเดลธุรกิจเหมือนกันสามารถได้ข้อสรุปต่างกันได้ ขึ้นกับสัญญากับลูกค้าและข้อโต้แย้งที่ทีมของแต่ละบริษัทยกขึ้นต่อ ก.ล.ต. สหรัฐ ประเด็นจึงไม่ใช่การจับผิด แต่คือการเตือนไม่ให้นำตัวเลขสองชุดมาวางเทียบกันตรง ๆ แล้วสรุปว่าใครใหญ่กว่าใคร
ตัวเลขที่มีอยู่ตอนนี้มาจากไหน
ข้อมูลทางการเงินที่สื่ออ้างถึงยังไม่ใช่งบที่ผ่านการตรวจสอบ Bloomberg รายงานโดยอ้างเอกสารที่ได้เห็นว่ารายได้เบื้องต้นไตรมาสสองปี 2569 ของบริษัทเกิน 11,500 ล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นกว่า 14 เท่าจาก 787 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มจาก 4,730 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรก พร้อมมีกำไรจากการดำเนินงานปรับปรุงแล้วเป็นบวกเป็นครั้งแรก
ตัวเลขเหล่านี้เป็นข้อมูลที่บริษัทให้กับนักลงทุนที่มีศักยภาพและถูกสื่อนำมารายงาน ไม่ใช่งบการเงินที่เปิดเผยต่อสาธารณะและผ่านผู้สอบบัญชี คำว่าปรับปรุงแล้วก็หมายถึงตัวเลขที่ไม่ใช่มาตรฐานบัญชีทั่วไป ซึ่งมักตัดรายการบางประเภทออก
เงินที่หมุนกลับไปหาผู้ถือหุ้นของตัวเอง
จุดที่ควรพิจารณาควบคู่กันคือคู่สัญญาหลักของบริษัทเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ด้วยในเวลาเดียวกัน Amazon เริ่มลงทุนตั้งแต่ปี 2566 รวมราว 8,000 ล้านดอลลาร์ และมูลค่าตามบัญชีของสถานะนี้เพิ่มเป็นราว 74,000 ล้านดอลลาร์ตามเอกสารที่บริษัทยื่นในเดือนเมษายน โดยประมาณการจากเอกสารสาธารณะชี้ว่าสัดส่วนการถือหุ้นอยู่ในระดับกลางถึงปลายของช่วงสิบกว่าเปอร์เซ็นต์
ในทางกลับกัน Anthropic ประกาศเองว่าผูกพันการใช้จ่ายมากกว่า 100,000 ล้านดอลลาร์ในสิบปีข้างหน้าให้กับเทคโนโลยีของ AWS และลงนามข้อตกลงกำลังประมวลผลระดับหลายกิกะวัตต์กับ Google และ Broadcom ผลคือคู่ค้ารายเดียวกันทำหน้าที่เป็นทั้งผู้ถือหุ้น ผู้ขายกำลังประมวลผล และช่องทางจำหน่ายที่รายได้ถูกบันทึกแบบเต็มจำนวนผ่านเข้ามา
ขนาดของสถานะที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่บันทึกไว้
รายละเอียดของสถานะฝ่าย Amazon ช่วยให้เห็นขนาดของความเกี่ยวโยงชัดขึ้น เอกสารที่ยื่นในเดือนเมษายนแยกมูลค่าตามบัญชีออกเป็นหุ้นกู้แปลงสภาพราว 42,200 ล้านดอลลาร์ และหุ้นบุริมสิทธิชนิดไม่มีสิทธิออกเสียงราว 32,000 ล้านดอลลาร์ ขณะที่มูลค่าบริษัทเพิ่มจาก 61,500 ล้านดอลลาร์ในเดือนมีนาคม 2568 มาอยู่ที่ 965,000 ล้านดอลลาร์
ข้อสังเกตเชิงบัญชีคือกำไรบนกระดาษก้อนนี้ปรากฏในงบของผู้ถือหุ้น ไม่ใช่งบของ Anthropic เอง แต่มันอธิบายแรงจูงใจของคู่สัญญาได้ เมื่อผู้ขายกำลังประมวลผลรายใหญ่ถือสถานะที่มูลค่าขึ้นกับความสำเร็จของลูกค้าตัวเอง เงื่อนไขทางการค้าระหว่างสองฝ่ายจะไม่ใช่การเจรจาระหว่างคู่ค้าที่ไม่มีความสัมพันธ์กัน
นี่คือเหตุผลที่หมวดรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันในหนังสือชี้ชวนสำคัญกว่าปกติในดีลนี้ สิ่งที่ควรดูคือสัดส่วนของรายได้ที่มาจากช่องทางของผู้ถือหุ้น สัดส่วนของรายจ่ายค่ากำลังประมวลผลที่จ่ายกลับไปยังผู้ถือหุ้นกลุ่มเดียวกัน และเงื่อนไขราคาว่าอ้างอิงราคาตลาดหรือไม่
ความเสี่ยงที่ควรชั่งน้ำหนัก
ความเสี่ยงข้อแรกคือคุณภาพของอัตราการเติบโต หากส่วนหนึ่งของยอดขายมาจากช่องทางที่ผู้ถือหุ้นเป็นเจ้าของและมีเงื่อนไขพิเศษ อัตราการเติบโตที่เห็นอาจสะท้อนความสัมพันธ์เชิงพาณิชย์มากกว่าความต้องการของตลาดล้วน ๆ ซึ่งเป็นคนละเรื่องกันเวลานำไปประเมินมูลค่า
ความเสี่ยงข้อที่สองคือความไม่แน่นอนทางบัญชี เมื่อวิธีรับรู้รายได้เป็นเรื่องของการใช้ดุลยพินิจและต้องอธิบายต่อหน่วยงานกำกับ ผลของกระบวนการตรวจสอบอาจทำให้ตัวเลขในเอกสารฉบับสุดท้ายต่างจากตัวเลขที่สื่อรายงานอยู่ในขณะนี้
สิ่งที่ควรทำเมื่อหนังสือชี้ชวนออกจึงมีสองข้อ อ่านหมวดนโยบายการรับรู้รายได้เพื่อดูว่าบริษัทให้เหตุผลอย่างไรว่าตัวเองเป็นตัวการ และอ่านหมวดรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อดูว่ายอดขายและรายจ่ายที่เกิดกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่มีขนาดเท่าใดเมื่อเทียบกับทั้งบริษัท สองหมวดนี้จะบอกเรื่องคุณภาพรายได้ได้มากกว่าตัวเลขพาดหัวใด ๆ
คำถามที่พบบ่อย
1. ทำไมรายได้ Anthropic ถึงดูสูงกว่า OpenAI มาก
เพราะวิธีนับต่างกัน Anthropic บันทึกยอดขายผ่านพันธมิตรแบบเต็มจำนวนแล้วบันทึกส่วนแบ่งของพันธมิตรเป็นค่าใช้จ่าย ส่วน OpenAI บันทึกเฉพาะส่วนแบ่งของตัวเองจากยอดขายบางส่วนที่ผ่านพันธมิตร
2. วิธีบัญชีของบริษัทใดถูกต้องกว่ากัน
ไม่มีวิธีใดผิด รายงานระบุว่าทั้งสองแนวทางไม่จำเป็นต้องผิด และบริษัทสองแห่งที่มีโมเดลธุรกิจเหมือนกันสามารถได้ข้อสรุปต่างกันได้ตามสัญญาและการให้เหตุผลของแต่ละราย
3. รายได้ไตรมาสสองของ Anthropic อยู่ที่เท่าไร
มีรายงานว่ารายได้เบื้องต้นเกิน 11,500 ล้านดอลลาร์ เทียบกับ 787 ล้านดอลลาร์ในไตรมาสเดียวกันปีก่อน โดยเป็นตัวเลขที่สื่อรายงานจากเอกสารที่ยังไม่ผ่านการตรวจสอบ
4. Amazon ถือหุ้น Anthropic มากแค่ไหน
Amazon ลงทุนรวมราว 8,000 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่ปี 2566 และประมาณการจากเอกสารสาธารณะชี้ว่าสัดส่วนอยู่ในระดับกลางถึงปลายของช่วงสิบกว่าเปอร์เซ็นต์
5. ควรอ่านหมวดใดในหนังสือชี้ชวนเพื่อประเมินคุณภาพรายได้
ควรอ่านนโยบายการรับรู้รายได้ เพื่อดูเหตุผลที่บริษัทถือว่าตัวเองเป็นตัวการ และหมวดรายการกับบุคคลที่เกี่ยวโยงกัน เพื่อดูขนาดของธุรกรรมกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่








