+48%, +37%: หุ้นที่ AI คัดเลือกพุ่งแรงท่ามกลางความผันผวนที่สูงขึ้น
21–22 ก.ค. 69 — วันที่หุ้นไทยกำลังมัน… แต่ TD SELL#8 → #9 กลับบอกให้เริ่มระวัง
จำวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ได้ไหมครับ?
SET กำลังคึกคักสุด ๆ
ปิดตลาดที่ 1,652.97 จุด (+6.97)
มูลค่าซื้อขายเกือบ 98,000 ล้านบาท
บรรยากาศตอนนั้นต้องบอกว่า…
กระทิงกลับมาแล้วววว!
ก่อนหน้านั้นเพียงไม่กี่วัน
พาดหัวเริ่มมาแล้ว
“ฝันให้ไกล แล้วไปให้ถึง SET 1,800”
จากนั้นไม่นาน ตลาดก็เริ่มพูดถึงมุมมองของ J.P. Morgan
Base Case = 1,800 จุด
Bull Case = 2,000 จุด
ในกรอบประมาณ 12 เดือน
ฟังแล้วก็ชื่นใจครับ…
แต่ในวันที่เสียงของตลาดกำลังมองขึ้นไป
1,700 → 1,800 → 2,000
ผมกลับสนใจตัวเลขอีกตัวหนึ่ง
9
แล้วพูดคำเดิม
RESPECT THE NINTH.
ทำไมวันที่ 21–22 ก.ค. เราถึงเริ่มเตือนกัน?
เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในตลาดจริง
เริ่มไม่ธรรมดาแล้ว
วันที่ 21 ก.ค.
SET ปิดที่ 1,652.97 จุด
มูลค่าซื้อขายเกือบ 98,000 ล้านบาท
วันถัดมา 22 ก.ค.
ตลาดเปิดแถว 1,654 จุด
แต่กลับปิดที่ 1,639.34 จุด
ลดลง 13.63 จุด หรือ -0.82%
ขณะที่มูลค่าซื้อขายกลับเพิ่มขึ้นเป็นประมาณ
116,521 ล้านบาท
ถ้ามองสองวันนี้รวมกัน
ผมมองบริเวณนี้เป็น
“Volume Peak Zone”
ที่มีแนวโน้มเกิด Buying Climax
ไม่ได้หมายความว่า Volume สูงแล้วตลาดต้องลงทันทีนะครับ
แต่เมื่อราคาวิ่งขึ้นมาไกล
แล้วกิจกรรมการซื้อขายเร่งตัวอย่างมากบริเวณด้านบนของรอบ
สิ่งที่ต้องถามคือ…
เงินใหม่กำลังเข้ามาดันตลาดให้ขึ้นต่อ?
หรือ
คนที่อยากซื้อกำลังแห่เข้ามาในช่วงปลายของการวิ่งขึ้น?
เพราะในภาวะ Buying Climax
เรามักเห็นภาพที่น่าสนใจมาก
คนที่กลัวตกรถเริ่มแห่เข้าซื้อ
ขณะที่คนที่ถือมาตั้งแต่ข้างล่างเริ่มมีสภาพคล่องมากพอให้ทยอยขาย
นี่จึงไม่ใช่เรื่องของ Volume อย่างเดียว
แต่มันคือการดูว่า
ราคาอยู่ตรงไหน
Volume กำลังทำอะไร
และ Momentum ของแนวโน้มเดินทางมาไกลแค่ไหน
แล้วสิ่งที่ทำให้โซนนี้น่าสนใจกว่าเดิมคือ…
มันเกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่ระบบของเรา
กำลังเดินเข้าสู่
TD SELL#8 → TD SELL#9
นี่คือ Confluence ที่ผมให้ความสำคัญ
ฝั่งหนึ่งคือ
Volume Peak Zone
ที่มีแนวโน้มเกิด Buying Climax
อีกฝั่งคือ
TD SELL#8 → TD SELL#9
ที่กำลังเตือนเรื่อง Trend Exhaustion
เมื่อสองอย่างเริ่มมาชนกันบริเวณด้านบนของรอบ
ผมไม่ได้แปลว่า
“ขาย!”
แต่ผมจะแปลว่า
“หยุดไล่ราคา แล้วเริ่มเคารพความเสี่ยงได้แล้ว”
TD SELL#9 บอกอะไรเรา?
ต้องย้ำอีกครั้งครับ
เพราะหลายคนเห็นเลข 9 แล้วชอบตีความว่า
“เจอ 9 = Short”
ไม่ใช่ครับ
TD SELL#9 ไม่ได้รับประกันว่าตลาดต้องกลับตัว
และไม่ได้หมายความว่า
วันรุ่งขึ้นต้องลง
มันคือสัญญาณว่า
แนวโน้มเดินทางมาไกลพอ
ที่ความเสี่ยงของภาวะ Exhaustion เริ่มสูงขึ้น
เลข 9 จึงไม่ได้สั่งให้เราสวนตลาด
มันเพียงกระซิบว่า…
“เฮ้ย… มึงวิ่งตามเขามาไกลแล้วนะ
มองรอบตัวบ้างก็ดี”
นี่แหละครับ
RESPECT THE NINTH.
แล้ววันที่ 22 ก.ค. ตลาดตอบอย่างไร?
วันรุ่งขึ้น SET ไม่ได้ขึ้นต่อ
แต่กลับปิดลบ -0.82%
และที่สำคัญคือ…
ราคาลง แต่ Volume กลับเพิ่ม
จากเกือบ 98,000 ล้านบาท
เป็นกว่า
116,000 ล้านบาท
ตรงนี้ทำให้ภาพของ Volume Peak Zone น่าสนใจขึ้นทันที
เพราะแรงซื้อจำนวนมากที่เข้ามา
ไม่ได้สามารถผลักราคาให้ขึ้นต่อได้เหมือนเดิม
คำถามจึงไม่ใช่แค่ว่า
“มีคนซื้อเยอะไหม?”
แต่ต้องถามว่า
“ซื้อเยอะขนาดนี้… แล้วทำไมราคากลับไปต่อไม่ได้?”
นี่คือคำถามสำคัญมากในการอ่านตลาด
เพราะ Volume สูง
แต่ Price Response ไม่ดี
บางครั้งกำลังบอกว่า
แรงซื้อที่เข้ามา กำลังถูกแรงขายดูดซับอยู่ด้านบน
และนี่คือเหตุผลที่ผมไม่อยากไล่ตามเสียงของตลาด
ในขณะที่ระบบกำลังเห็น
TD SELL#8 → TD SELL#9
พร้อม
Volume Peak Zone
และมีแนวโน้มเข้าสู่
Buying Climax
เสียงของตลาดกลับกำลังดังขึ้นเรื่อย ๆ
1,700
1,800
จนถึง
2,000 จุด
ผมไม่ได้บอกว่า J.P. Morgan ผิดนะครับ
SET 1,800 เป็นไปได้
SET 2,000 ก็เป็นไปได้
เพราะเขาพูดถึง Scenario ในกรอบประมาณ 12 เดือน
และคำสำคัญคือ
Base Case
กับ
Bull Case
ปัญหาคือเวลาเรื่องมาถึงนักลงทุนรายย่อย…
เราอ่านข้อความว่า
“Bull Case 2,000”
แล้วสมองมักจะลบคำว่า
“Bull Case”
ออกเองโดยอัตโนมัติ
สุดท้ายเหลือเพียง
“SET จะไป 2,000!”
แล้วจาก Scenario
กลายเป็น
ความเชื่อ
จากความเชื่อ
กลายเป็น
FOMO
และสุดท้าย…
ราคาไหนก็กล้าซื้อ
เพราะคิดว่าข้างบนยังเหลืออีกตั้งเยอะ
นี่ต่างหากที่ต้องระวัง
ตลาดเป็นขาขึ้น ≠ ราคานี้ต้องไล่ซื้อ
นี่คือเรื่องที่ผมอยากแยกให้ชัดที่สุด
“ตลาดยังเป็นขาขึ้น”
กับ
“ราคาตรงนี้ยังน่าไล่ไหม?”
เป็นคนละคำถามกันเลยครับ
ตลาดสามารถเป็นขาขึ้นได้
แต่ในระหว่างขาขึ้น
ก็สามารถเกิด
Exhaustion
Buying Climax
พักฐาน
Correction
หรือแม้แต่การเปลี่ยนโครงสร้างได้ตลอดเวลา
เพราะตลาดไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง
แล้วนักลงทุนควรสนใจอะไร?
ไม่ต้องเสียเวลาเถียงว่า
1,800 ถูกไหม?
หรือ
2,000 จะถึงไหม?
คำถามที่มีประโยชน์กว่าคือ
“ถ้าสิ่งที่เราคิดผิด… เราจะรู้ตรงไหน?”
เพราะนี่คือความแตกต่างระหว่าง
การพยากรณ์ตลาด
กับ
การบริหารความเสี่ยง
คนหนึ่งพยายามทายว่าปลายทางอยู่ที่ไหน
แต่อีกคนรู้ว่า…
ถ้าตลาดไม่เป็นอย่างที่คิด
เขาจะทำอะไรต่อ
21–22 ก.ค. 69 จึงเป็นบทเรียนที่ดีมาก
ในขณะที่ตลาดเต็มไปด้วยความมั่นใจ
เป้าหมายด้านบนถูกพูดถึงมากขึ้น
Volume พุ่งขึ้นบริเวณยอด
เกิด
Volume Peak Zone
ที่มีแนวโน้มเกิด Buying Climax
และในเวลาใกล้เคียงกัน
ระบบกลับเดินมาถึง
TD SELL#8 → TD SELL#9
มันไม่ได้ตะโกนว่า
“ขาย!”
ไม่ได้บอกให้ Short
ไม่ได้บอกให้ขายหมดพอร์ต
และไม่ได้บอกว่า SET จะพัง
มันเพียงกระซิบว่า…
“Nine.”
และหน้าที่ของเราคือรู้ว่า
เมื่อได้ยินคำเตือนนี้แล้ว
ไม่จำเป็นต้องกลัวตลาด
แต่ก็ควร
เลิกประมาทตลาด
การลงทุนที่ดี
ไม่ใช่การเลือกว่าจะอยู่ฝ่าย
กระทิง
หรือ
หมี
แต่คือการรู้ว่า
เมื่อไหร่ควรรุก
เมื่อไหร่ควรรอ
เมื่อไหร่ไม่ควรไล่ราคา
และ เมื่อไหร่ควรลดความเสี่ยง
ตลาดจะไป 1,800 หรือ 2,000
วันหนึ่งอาจไปจริงก็ได้
แต่คนที่จะอยู่ถึงวันนั้น…
ต้องไม่ตายระหว่างทางเสียก่อน
RESPECT THE VOLUME.
RESPECT THE RISK.
RESPECT THE NINTH.
ATLAS KING MIDAS
Precision • Probability • Profit
บทความนี้จัดทำเพื่อการศึกษาและอธิบายการวิเคราะห์ตลาด ไม่ใช่คำแนะนำซื้อหรือขายหลักทรัพย์
#RespectTheNinth #TDSequential #หุ้นไทย #SETIndex #AtlasKingMidas

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่โดยเพจ ม้าเฉียว ดูหุ้น








