หุ้น AI และชิปจีนพุ่งหลัง Z.AI สร้างดาต้าเซ็นเตอร์จากชิปในประเทศสำเร็จ
-
สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้อัตราเงินเฟ้อ CPI และดัชนีราคาผู้ผลิต PPI สหรัฐฯ ที่ออกมาต่ำกว่าคาด จะทำให้ผู้เล่นในตลาดทยอยปรับลดโอกาส FED ขึ้นดอกเบี้ย แต่สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ร้อนแรงขึ้น ทำให้ผู้เล่นในตลาดต่างปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยของทั้ง FED BOE และ ECB
-
จับตาพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง พร้อมทั้งรอลุ้น ผลการประชุม ECB รายงานดัชนี PMI จากประเทศเศรษฐกิจหลัก และ รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน
-
เงินดอลลาร์อาจพอได้แรงหนุนบ้าง ตามสถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงร้อนแรงอยู่ และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน ทว่า ความเสี่ยง Two-Way risk ยังมีอยู่และพร้อมกลับมากดดันเงินดอลลาร์ได้ ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทเสี่ยงอ่อนค่าทดสอบโซนแนวต้าน 33.80 บาทต่อดอลลาร์ แต่เงินบาทยังคงเสี่ยงผันผวนแบบ Two-Way risk พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ย FED นอกจากนี้ ต้องติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์ การเคลื่อนไหวของบรรดาหุ้นในธีม AI/Semiconductor และระวังความผันผวนจากเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)
-
มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
33.40-34.00 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
-
ฝั่งสหรัฐฯ – แม้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ อาจมีไม่มากนักในสัปดาห์นี้ ทว่า ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (S&P Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนกรกฎาคม พร้อมทั้งรอติดตาม รายงานข้อมูลตลาดแรงงานสหรัฐฯ อย่าง ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ที่อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ FED ได้ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ทั้ง สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ยังคงร้อนแรงอยู่ รวมถึง รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน ที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในตลาดการเงินได้
-
ฝั่งยุโรป – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ผลการประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเราประเมินว่า ECB อาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยนโยบาย (Deposit Facility Rate) ไว้ที่ระดับ 2.25% ทว่า ต้องจับตาการส่งสัญญาณของ ECB ในช่วง Press Conference อย่างใกล้ชิด เนื่องจากพัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลางล่าสุด อาจทำให้ ECB ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้ ทำให้ยังมีความเป็นไปได้อยู่บ้างต่อแนวโน้มการขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้งของ ECB แม้จะยังไม่ใช่กรณีฐาน หรือ Base case ที่เราประเมินไว้ นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) ผ่านรายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI และข้อมูลตลาดแรงงานอังกฤษ พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ ในเดือนกรกฎาคม ของทั้งฝั่งยูโรโซน และอังกฤษ
-
ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ผ่านรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI เดือนมิถุนายน และดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการในเดือนกรกฎาคม ในส่วนนโยบายการเงิน บรรดานักวิเคราะห์ต่างมองว่า ธนาคารกลางจีน (PBOC) มีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยลูกหนี้ชั้นดี (Loan Prime Rate) ไว้ที่ระดับปัจจุบัน เช่นเดียวกันกับ ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) ที่อาจชะลอการเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยในช่วงที่ผ่านมา และเลือกคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 5.75% หลังค่าเงินรูเปียะห์ (IDR) เริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ส่วนอัตราเงินเฟ้อของอินโดนีเซียที่อยู่ในระดับสูง ทำให้ BI ยังมีโอกาสพิจารณาปรับขึ้นดอกเบี้ยได้บ้าง ในช่วงที่เหลือของปีนี้
-
ฝั่งไทย – นักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ยอดการส่งออกของไทยจะยังคงได้รับอานิสงส์จากกระแส AI Boom หนุนให้ยอดการส่งออกอาจโตได้เกือบ +15%y/y ทว่า ยอดการนำเข้ามีแนวโน้มเร่งตัวสูงขึ้นถึง +35%y/y เช่นกัน ตามการนำเข้าชิ้นส่วนสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และ Semiconductor รวมถึงการนำเข้าสำหรับการลงทุนใน Data Center ส่งผลให้โดยรวมดุลการค้าของไทยมีแนวโน้มขาดดุลต่อเนื่อง นอกจากนี้ เรามองว่า ควรจับตาทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ที่อาจมีความผันผวนได้ในช่วงนี้ ท่ามกลางความไม่แน่นอนของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง และความผันผวนของบรรดาหุ้นธีม AI/Semiconductor
