หุ้นเอเชียร่วงหลังเทคโนโลยีดิ่ง ความตึงเครียดสหรัฐฯ-อิหร่านกดดัน Nikkei นำโหม่ง
ช้าก่อน…อย่าเพิ่งเชื่อกูรูว่าทองจะลงไป 3,500 ดอลลาร์
เพราะถ้า Real Yield ลดลง ทองอาจไม่ได้แย่อย่างที่คิด
ช่วงนี้เริ่มมีบทวิเคราะห์ว่า ทองคำอาจร่วงลงไปแถว 3,500 ดอลลาร์ ด้วยเหตุผลว่าราคาขึ้นมาสูงเกินไปแล้ว และอัตราดอกเบี้ยสหรัฐยังอยู่ในระดับสูง
แต่ก่อนจะเชื่อ เราควรถามคำถามสำคัญก่อนว่า
Real Yield กำลังขึ้น หรือกำลังลง?
เพราะสิ่งที่กระทบทองโดยตรง ไม่ใช่แค่คำว่า “ดอกเบี้ยสูง” แต่คือ ผลตอบแทนพันธบัตรหลังหักเงินเฟ้อ หรือ Real Yield
Real Yield คืออะไร?
อธิบายแบบง่ายที่สุด
Real Yield = ผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐ − เงินเฟ้อที่ตลาดคาดการณ์
ถ้า Real Yield สูงขึ้น นักลงทุนจะได้รับผลตอบแทนจริงจากพันธบัตรมากขึ้น การถือทองซึ่งไม่มีดอกเบี้ยจึงดูน่าสนใจน้อยลง
แต่ถ้า Real Yield ลดลง ต้นทุนค่าเสียโอกาสของการถือทองจะลดลง ทองจึงมักได้รับแรงสนับสนุน
ดังนั้น
? Real Yield ขึ้น = ทองมักถูกกดดัน ? Real Yield ลง = ทองมักได้แรงหนุน
แล้วภาพ DFII10 ตอนนี้บอกอะไร?
DFII10 คืออัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี หลังหักเงินเฟ้อ
จากกราฟรายวัน เริ่มเห็นสัญญาณที่ต้องระวัง ได้แก่
เกิด TD Sell Setup #9
ราคาหลุดเส้น Demand Line ขาขึ้น
โมเมนตัมการขึ้นเริ่มอ่อนแรง
มีความเสี่ยงเข้าสู่ช่วงพักฐานหรือลดลง
สัญญาณเหล่านี้ยังไม่ได้แปลว่า Real Yield ต้องร่วงแรงทันที แต่กำลังบอกว่า
แนวโน้มขาขึ้นของ Real Yield เริ่มไม่แข็งแรงเหมือนเดิม
ถ้า DFII10 ลดลงต่อจริง จะไม่ใช่สภาพแวดล้อมที่เลวร้ายสำหรับทองคำ
จุดสำคัญอยู่ที่ 2.29%
จากกราฟ ระดับประมาณ 2.29% เป็น Pivot สำคัญ
ยืนเหนือ 2.32–2.37% ได้ ยังมีโอกาสฟื้น
หลุด 2.32% เริ่มยืนยันการอ่อนตัว
หลุด 2.29% มีโอกาสเร่งลงสู่ 2.28–2.27%
หากหลุดต่อ อาจเห็น 2.24% และ 2.21–2.19%
ดังนั้น ก่อนจะฟันธงว่าทองต้องลงไป 3,500 ดอลลาร์ ต้องดูก่อนว่า Real Yield จะขึ้นต่อได้จริงหรือไม่
เพราะถ้า Real Yield กลับลง ภาพของทองอาจตรงข้ามกับที่กูรูคาดไว้
ถ้า Real Yield ลดลง จะเกิดอะไรขึ้น?
? XAUUSD
ทองคำมักได้ประโยชน์โดยตรง เพราะผลตอบแทนจริงจากพันธบัตรลดลง การถือทองจึงเสียเปรียบน้อยลง
ภาพที่ดีที่สุดสำหรับทองคือ
Real Yield ลง + Bond Yield ลง + ดอลลาร์อ่อน
ไม่ได้หมายความว่าทองต้องขึ้นทันที แต่โอกาสที่ทองจะถูกกดลงแรงจะลดลง
? DXY
เมื่อ Real Yield สหรัฐลดลง ความได้เปรียบด้านผลตอบแทนของเงินดอลลาร์จะลดลงด้วย
ในภาวะปกติ DXY จึงมักถูกกดดัน
แต่ถ้าตลาดเกิดความกลัวอย่างรุนแรง เงินดอลลาร์อาจแข็งจากสถานะสินทรัพย์ปลอดภัยได้เช่นกัน
? USDTHB
หาก Real Yield ลดลงเพราะตลาดคาดว่า Fed จะผ่อนคลาย และเงินทุนเริ่มไหลกลับเอเชีย
ดอลลาร์อาจอ่อน
บาทอาจแข็ง
USDTHB อาจลดลง
กรณีนี้อาจเกิดภาพว่า ทองโลกขึ้น แต่ทองไทยขึ้นน้อยกว่า เพราะเงินบาทแข็งมาหักล้าง
? SPX
Real Yield ที่ลดลงช่วยลด Discount Rate ในการประเมินมูลค่าหุ้น จึงมักเป็นบวกต่อตลาดหุ้น
แต่ต้องดูสาเหตุด้วย
ลดเพราะเงินเฟ้ออ่อนและ Fed ผ่อนคลาย = บวกต่อหุ้น
ลดเพราะเศรษฐกิจเสี่ยงถดถอย = หุ้นอาจลงจากกำไรบริษัทที่ลดลง
? NDX
Nasdaq มักตอบสนองต่อ Real Yield มากกว่า S&P 500 เพราะหุ้นเทคโนโลยีมีลักษณะเป็นสินทรัพย์ Duration ยาว
เมื่อ Real Yield ลดลง มูลค่าปัจจุบันของกำไรในอนาคตจะสูงขึ้น
ดังนั้นในภาวะ Soft Landing
NDX อาจได้ประโยชน์มากกว่า SPX
? US Bond
เมื่อ Yield ลดลง ราคาพันธบัตรจะสูงขึ้น
จึงต้องแยกให้ออกว่า
Bond Yield ลง = Bond Price ขึ้น
โดยเฉพาะพันธบัตรอายุยาว จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของ Yield มากกว่า
สรุป
ผมไม่ได้บอกว่าทองจะไม่มีวันลง และไม่ได้บอกว่าราคา 3,500 ดอลลาร์เป็นไปไม่ได้
แต่การบอกว่า
“ดอกเบี้ยสูง ทองต้องลงแรง”
เป็นการมองกลไกตลาดง่ายเกินไป
สิ่งที่ต้องติดตามจริงคือ
DFII10 หรือ Real Yield
DXY
Bond Yield
เงินเฟ้อคาดการณ์
แนวโน้มนโยบายของ Fed
หาก Real Yield ยังขึ้นต่อ ทองอาจถูกกดดันจริง
แต่ถ้า Real Yield เริ่มลดลงตามสัญญาณในกราฟ
ทองอาจไม่ได้แย่ และการรีบฟันธงว่าจะลงไป 3,500 ดอลลาร์ อาจเร็วเกินไป
ก่อนเชื่อเป้าราคาทองจากใคร ให้ถามเขาก่อนว่า เขามอง Real Yield อย่างไร
#GOLD #ราคาทอง #AtlasKingMidas #เทรดทองต้องม้าเฉียว #XAUUSD

บทความนี้จัดทำและเผยแพร่โดยเพจ ม้าเฉียว ดูหุ้น

