ทองคําทําสถิติสูงสุดใหม่หลัง CPI สหรัฐฯ เป็นบวก; เงินพุ่งทะลุ $90/ออนซ์
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐฯ อย่าง อัตราเงินเฟ้อ CPI และควรจับตาพัฒนาการของสถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่กลับมาร้อนแรงขึ้น ทั้งในฝั่งทวีปอเมริกาและตะวันออกกลาง
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
USDTHB |
31.23 |
31.00/31.20 |
31.50/31.80 |
Sideways *ยังมีความเสี่ยง Two-Way |
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
4,585 |
4,400/4,500 |
4.600/- |
Sideways Up/Sideways |
**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น สอดคล้องกับการปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ทว่าเงินบาทยังคงได้แรงหนุนบ้างตามการปรับตัวขึ้นต่อเนื่องของราคาทองคำ
- ในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ควรระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ อาทิ อัตราเงินเฟ้อ CPI รวมถึงประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์
- โดยเรามองว่า ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงขึ้น อาจหนุนเงินดอลลาร์บ้าง ทว่าประเด็นดังกล่าวจะหนุนเงินดอลลาร์ได้มาก หากผู้เล่นในตลาดไม่ได้ปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
- อย่างไรก็ดี เงินดอลลาร์ยังมีความเสี่ยงอ่อนค่าลงได้พอควร หากศาลสูงสุดตัดสินยกเลิกมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA และสั่งให้รัฐบาลสหรัฐฯ ต้องคืนเงินภาษี ทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมากังวลแนวโน้มฐานะการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ
- ทั้งนี้ ควรจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด ซึ่งอาจกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดได้
- สำหรับแนวโน้มเงินบาทนั้น เราคงประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวในกรอบ Sideways บนความเสี่ยงเคลื่อนไหว Two-way Risk หรือพร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการดำเนินนโยบายการเงินของเฟด ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงในช่วงนี้ และประเด็นการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดสหรัฐฯ
- ในเชิงเทคนิคัลนั้น เรามองว่า หากประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following เงินบาทยังไม่ได้กลับสู่แนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถแข็งค่าขึ้นทะลุโซนแนวรับ 31.20 บาทต่อดอลลาร์ ได้อย่างชัดเจน ทำให้เราประเมินว่า เงินบาทอาจแกว่งตัวไร้ทิศทางไปก่อนในระยะสั้น (ประเมินด้วย Time Frame Daily) แต่ในแนวโน้มระยะกลางนั้น (ประเมินด้วย Time Frame Weekly) เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มแข็งค่าขึ้น จนกว่าจะสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ และเราจะปรับมุมมองต่อแนวโน้มเงินบาทใหม่ หากสามารถอ่อนค่าทะลุเส้นค่าเฉลี่ย 30 สัปดาห์ หรือโซน 32.30 บาทต่อดอลลาร์
- ทั้งนี้ แนวต้านของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 31.80-32.00 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 31.20 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 31.00 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
- นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์อีกครั้ง ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่ร้อนแรงขึ้น แม้ว่าโดยรวมจะเผชิญแรงกดดันจากการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์บ้าง
- ราคาทองคำยังเสี่ยงเคลื่อนไหวผันผวนอยู่ ตามประเด็นความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ โดยหากผู้เล่นในตลาดคลายกังวลต่อประเด็นดังกล่าว ก็อาจกดดันราคาทองคำ
- นอกจากนี้ มุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดจะยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อราคาทองคำ โดยต้องรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ และติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟดอย่างใกล้ชิด
- บรรยากาศในตลาดการเงินโดยรวมก็อาจส่งผลกระทบต่อราคาทองคำได้ หลังผู้เล่นในตลาดโดยรวมยังคงทยอยเปิดรับความเสี่ยง ซึ่งอาจจำกัดการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำบ้าง
- และที่สำคัญ ประเด็นความกังวลเสถียรภาพการคลังของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ก็สามารถเป็นอีกปัจจัยที่หนุนความต้องการถือครองทองคำได้ (ธีม Currency Debasement เพิ่มความน่าสนใจในการถือทองคำ) ซึ่งต้องรอลุ้นการพิจารณาคดีมาตรการภาษีนำเข้า IEEPA โดยศาลสูงสุดของสหรัฐฯ
- ความผันผวนของราคาทองคำ (1-month volatility) ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
- ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ในระยะสั้น ราคาทองคำ (XAUUSD) ได้กลับมาสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง หลังสามารถปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4,450 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างชัดเจน และราคาทองคำจะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ตราบใดที่สามารถเคลื่อนไหวเหนือโซนแนวรับเส้นค่าเฉลี่ย 20 วัน ได้ (แถว 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ )
- ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ที่ยังพอมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้บ้าง แต่เสี่ยงที่จะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ขอย้ำว่า ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจทยอยพิจารณาขายทำกำไร ในกรณีที่ ราคาทองคำพลิกกลับมาปรับตัวลงทะลุโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งจะเพิ่มความเสี่ยงการปรับตัวลดลงต่อเนื่องของราคาทองคำ
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
สหรัฐฯ เริ่มปฏิบัติการทางทหารกับอิหร่าน หลังเหตุประท้วงและจราจล ในกรุงเตหะรานของอิหร่านทวีความรุนแรงมากขึ้น |
ปัจจัยบวก *แต่ต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์และราคาน้ำมันดิบด้วยเช่นกัน |
ปัจจัยบวก |
|
สถานการณ์ความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ กับ เวเนซุเอลา ทวีความรุนแรงมากขึ้น |
อาจทรงตัว แม้เงินดอลลาร์จะแข็งค่าขึ้น แต่ราคาทองคำก็ปรับตัวขึ้นด้วย |
ปัจจัยบวก |
|
อัตราเงินเฟ้อ CPI ของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น สูงกว่าคาดชัดเจน |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ |
|
ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ขยายตัวดีขึ้นต่อเนื่อง และดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงและออกมาต่ำกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากความกังวลมูลค่าหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อยู่ในระดับสูง |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวก |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายหุ้นไทยเพิ่มเติม |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
Week Ahead Calendar
