ผู้เชี่ยวชาญชี้แนวทางที่แตกต่างกันในการพัฒนาควอนตัมคอมพิวติ้งของบริษัทเทค
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจจากฝั่งสหรัฐฯ และญี่ปุ่น พร้อมทั้งควรจับตาท่าทีของทางการญี่ปุ่น หลังเงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลงต่อเนื่องในช่วงนี้
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
31.40 |
31.00/31.20 |
31.50/31.80 |
Sideways Down *ยังมีความเสี่ยง Two-Way และอาจผันผวนสูง *จับตาเงินเยนญี่ปุ่น |
|
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
4,360 |
4,200/4,350 |
New All-time High |
Sideways/Sideways Up *อาจทำ New High ใหม่ |
**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินเยนญี่ปุ่น (JPY) อ่อนค่าลงหนัก แม้ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) จะขึ้นดอกเบี้ยและส่งสัญญาณพร้อมปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติมในระยะข้างหน้า
- ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์เสี่ยงเผชิญ Two-Way risk (พร้อมเคลื่อนไหวสองทิศทาง) ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟด หลังรับรู้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯ
- อย่างไรก็ดี การเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่นในช่วงนี้ จะเป็นอีกปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อเงินดอลลาร์ได้พอสมควร โดยธีม Japanese Yen Debasement จากประเด็นความกังวลแนวโน้มเสถียรภาพการคลังของญี่ปุ่น และการดำเนินนโยบายการเงินของ BOJ ได้กดดันให้เงินเยนญี่ปุ่นอ่อนค่าลง หนุนเงินดอลลาร์
- ทว่า หากทางการญี่ปุ่นเริ่มเข้าดูแลค่าเงิน โดยเฉพาะในช่วงสภาพคล่องตลาดเบาบาง ในช่วงปลายปี ก็อาจทำให้เงินเยนญี่ปุ่นแข็งค่าขึ้นเร็ว กดดันเงินดอลลาร์ได้
- เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว อีกทั้งเรายังคงประเมินว่า การลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ จะไม่ได้กดดันให้เงินบาทอ่อนค่าอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้เราประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down ไปจนถึงช่วงไตรมาสแรกของปีหน้าได้
- แต่ในระยะสั้น การแข็งค่าขึ้นของเงินบาทก็อาจชะลอลงบ้าง และเงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง) ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด และท่าทีของทางการญี่ปุ่น ในการเข้าดูแลเงินเยนญี่ปุ่น
- ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากเงินบาท (USDTHB) สามารถอ่อนค่าลงเหนือโซน 31.80 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following และเราอาจต้องปรับมุมมองใหม่ต่อแนวโน้มเงินบาท หากสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.50 บาทต่อดอลลาร์ ได้สำเร็จ
- ทั้งนี้ แนวต้านของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 31.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 31.80-32.00 บาทต่อดอลลาร์ และโซน 32.30-32.50 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 31.20-31.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 31.00 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
- นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) พลิกกลับมาปรับตัวสูงขึ้น ตามธีม Japanese Yen Debasement ขณะเดียวกัน มุมมองของผู้เล่นในตลาดที่มั่นใจต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด มากกว่า Dot Plot ก็ยังช่วยหนุนราคาทองคำอยู่
- ทว่า ควรจับตาการเคลื่อนไหวของเงินเยนญี่ปุ่น ที่อาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินและส่งผลกระทบต่อราคาทองคำได้
- หากบรรยากาศในตลาดการเงินอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง (Risk-On) ในช่วงปลายปี สอดคล้องกับ Santa Rally ก็อาจลดทอนโมเมนตัมการปรับตัวขึ้นของราคาทองคำได้
- ในทางกลับกัน ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน (Risk-Off) ที่กลับมาเป็นระยะๆ ตามความกังวลประเด็นความเสี่ยงฟองสบู่ราคาหุ้นธีม AI/Semiconductor รวมถึงแนวโน้มผลประกอบการของหุ้นกลุ่มดังกล่าว ก็จะพอช่วยหนุนราคาทองคำด้วยเช่นกัน
- นอกจากนี้ พัฒนาการของการเจรจาเพื่อยุติสงครามรัสเซีย-ยูเครน ก็อาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตามและสามารถกระทบราคาทองคำได้อย่างมีนัยสำคัญ
- ความผันผวนของราคาทองคำ (1-month volatility) ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
- ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following โมเมนตัมขาขึ้นของราคาทองคำ (XAUUSD) ยังมีอยู่ และราคาทองคำจะยังอยู่ในแนวโน้มขาขึ้น ตราบใดที่ราคาทองคำไม่ได้ปรับตัวลดลงหลุดโซน 4,250 ดอลลาร์ต่อออนซ์ อย่างชัดเจน
- ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ที่ยังพอมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้บ้าง แต่เสี่ยงที่จะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ขอย้ำว่า ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจทยอยพิจารณาขายทำกำไร ในกรณีที่ ราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
GDP ไตรมาสที่ 3 ของสหรัฐฯ ขยายตัวดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของสหรัฐฯ ชะลอตัวลงต่อเนื่อง และต่ำกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
|
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงและออกมาต่ำกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
อัตราการว่างงานของญี่ปุ่นออกมาสูงกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *ถ้าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น |
|
ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่น ชะลอตัวลง และแย่กว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *ถ้าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น |
|
ทางการญี่ปุ่น ส่งสัญญาณชัดเจน พร้อมเข้าดูแลค่าเงิน หลังเงินเยนญี่ปุ่น อ่อนค่าลงหนัก |
ปัจจัยบวก |
ปัจจัยบวก *หากเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง |
|
บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากความกังวลมูลค่าหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อยู่ในระดับสูง |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวก |
|
ยอดการส่งออกของไทยขยายตัวแย่กว่าคาด และดุลการค้าออกมาขาดดุลมากกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายหุ้นไทยเพิ่มเติม |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
Week Ahead Calendar
