ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ทิศทางราคาทองคํา
ราคาทองคําปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง แตะระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ และสามารถกลับมายืนเหนือ ระดับ 4,300 เหรียญได้สําเร็จ โดยมีปัจจัยหนุนจากการลดอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) โดย เช้าวันนี้ราคาทองคําได้ขยับขึ้นมาแตะระดับ 4,325 เหรียญ ส่งผลให้ราคาทองคําไทย ปรับตัวสูงขึ้นตามไปแตะที่ 64,500 บาท เรียกได้ว่าภาพรวมของราคาทองคําได้ตอบรับเชิงบวกเป็นอย่างดีต่อการลดดอกเบี้ยของ Fed ใน ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ขณะเดียวกันดัชนีดอลลาร์สหรัฐฯ ได้ปรับตัวอ่อนค่าลงอย่างต่อเนื่องมาอยู่ที่ 98.40 จุด ซึ่ง เป็นแรงกดดันให้ค่าเงินบาทของไทยแข็งค่าขึ้นอย่างมาก โดยแตะระดับ 31.55 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งถือเป็นระดับที่ แข็งค่าที่สุดในรอบเกือบ 4 ปี สําหรับสัปดาห์นี้ คาดว่าจะเป็นสัปดาห์สุดท้ายที่ตลาดจะยังคงมีความผันผวนสูง ก่อนที่ปริมาณการซื้อขาย จะเริ่มลดลง เนื่องจากเข้าสู่ช่วงวันหยุด เทศกาลคริสต์มาสของสหรัฐฯ โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 22-30 ธันวาคม ที่ วอลุ่มการซื้อขายจะเบาบางช่วงท้ายปี ซึ่งเป็นสภาวะที่คาดว่าราคาทองคําจะปรับตัวสูงขึ้นได้ง่าย อย่างไรก็ตามใน สัปดาห์นี้ นักลงทุนยังคงต้องจับตาดูปัจจัยตัวเลขเศรษฐกิจสําคัญ ได้แก่ ตัวเลขการจ้างงาน (Non-farm Payrolls), ดัชนีชี้วัดเงินเฟ้อ (CPI), การประกาศนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลาง ญี่ปุ่น รวมถึงการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ของประเทศไทย โดยรวมแล้ว จึงคาดการณ์ว่า สัปดาห์นี้จะเป็นสัปดาห์ที่ตลาดมีความผันผวนในส่วนของ กองทุนทองคํา SPDR วันก่อนหน้าซื้อเข้า 2.29 ตัน ปัจจุบันถือครองที่ 1,053.12 ตันภาพรวมเดือนธันวาคม ซื้อสุทธิ 7.69 ตัน ขณะที่ปีนี้ ตั้งแต่ 1 ม.ค. - ปัจจุบัน ซื้อ สุทธิ 179.74 ตัน
วิเคราะห์ราคาทองคําทางเทคนิค
ในมุมมองทางเทคนิค ราคาทองคําได้แสดงสัญญาณ Breakout ที่ชัดเจน และกลับมาอยู่ใน ทิศทาง ขาขึ้น (Uptrend) หากราคาทองคํายังสามารถรักษาฐานราคาปัจจุบันไว้ได้ จะมีโอกาสสูงที่จะ ขึ้นไปทดสอบจุดสูงสุดเดิมอีกครั้งบริเวณ 4,380 เหรียญ แนะนําให้ทยอยซื้อสะสม เมื่อราคามีการย่อ ตัวลงมาบริเวณแนวรับสําคัญ ประเมินกรอบระยะสั้น แนวรับที่ 4,300-4,280 เหรียญ และแนวต้านที่ 4,360-4,380 เหรียญ ขณะที่ทองไทยจะมีแนวรับที่ 63,800 บาท และแนวต้านที่ 65,000 บาท
บทวิเคราะห์ข้างต้นจัดทำขึ้นสำหรับกลุ่มลูกค้าของบริษัทฯเท่านั้น และเป็นการวิเคราะห์โดยยึดหลักตาม Technical Analysis ทั้งนี้ บริษัทฯไม่ได้มีส่วนรับผิดชอบใดๆ ต่อการวิเคราะห์ข้างต้น นักลงทุนทุกท่านโปรดระลึกเสมอว่าการลงทุนมีความเสี่ยงโปรดใช้วิจารณญาณในการลงทุนด้วยตัวของท่านเอง บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นโดย สถาบันการลงทุนทองคำ แม่ทองสุก MTS สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 0 2770 7788 หรือทางเว็บไซต์ mtsgold.co.th
