ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
Highlight ปัจจัยสําคัญ
• วานนี้ ราคาทองคําปิดบวก $69.64 โดยได้รับแรงหนุนจากการคาดการณ์ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยใน การประชุมเดือนธ.ค. หลังจากวานนี้ นางแมรี่ เดลี ประธานเฟดซานฟรานซิสโก ระบุกับ Wall Street Journal ว่า เธอสนับสนุนการ ลดอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธ.ค. เนื่องจากเธอเห็นว่าตลาดงานกําลังถดถอย
• ด้าน Jan Hatzius หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ Goldman Sachs กล่าวในบันทึกเมื่อวันอาทิตย์ว่า เขาคาดว่าเฟดจะมีการปรับลด อัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธ.ค. ตามด้วยการปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในเดือนมี.ค.และมิ.ย. 2026
• ส่งผลให้เครื่องมือ FedWatch ของ CME Group เพิ่มโอกาสการลดดอกเบี้ยเป็น 81% จาก 42% ในสัปดาห์ก่อน ซึ่งช่วยหนุนราคา ทองคําและกดดันค่าเงินดอลลาร์
• อย่างไรก็ดี ความคืบหน้าด้านการเมืองระหว่างประเทศ ทั้งการที่ประธานาธิบดีปูตินสนับสนุนข้อเสนอสันติภาพ 28 ข้อของ ประธานาธิบดีทรัมป์ในกรณียูเครน และการสนทนาเชิงบวกระหว่างประธานาธิบดีทรัมป์กับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงอาจลดความต้องการ ถือครองทองคําในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย
คําแนะนํา
• วานนี้ ราคาไม่หลุด $4,022 ก่อนจะ Breakout $4,134 ทําให้ภาพรวมราคากลับมาทิศทางเป็นบวกในระยะสั้นอีกครั้ง สําหรับวันนี้ หากการพัก ตัวสามารถยืน $4,100 ได้ยังมองว่าชุดดีดยังไม่จบ โดยมีจะแนวต้านบริเวณ $4,154-4,175 แต่หากหลุด $4,100 ราคาจะสร้างมุมมองว่าชุด ดีดอาจจบแล้ว และหากหลังจากนั้นราคาเริ่มกลับมาทํา Lower High ต้องระวังว่าราคาจะเข้าสู่ชุดพักตัวอีกครั้ง
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน เสี่ยงซื้อถ้าราคาไม่หลุด $4,120-4,100
• ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน $4,154-4,175 (ตัดขาดทุนหากหลุด $4,100 )
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
