ราคา Bitcoin วันนี้: ร่วงต่ำกว่า $68,000 อัลต์คอยน์ล้าหลังรอข้อมูลสหรัฐฯ
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ และรายงานผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจโดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ (Fed Beige Book) รวมถึง การประกาศแผนงบประมาณของรัฐบาลอังกฤษ
|
ราคา |
ราคาปัจจุบัน |
แนวรับ |
แนวต้าน |
คาดการณ์แนวโน้ม |
|
32.40 |
32.10/32.30 |
32.50/32.75 |
Sideways *ยังมีความเสี่ยง Two-Way และอาจผันผวนสูงขึ้น |
|
|
ทองคำ** (ดอลลาร์ต่อออนซ์) |
4,065 |
3,950/4,000 |
4,150/4,250 |
Sideways *อยู่ในช่วงพักฐานและผันผวนสูง |
**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ถูกชะลอลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังถ้อยแถลงของประธาน NY Fed ที่ระบุว่าเฟดยังมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนธันวาคมนี้
- ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจย่อตัวลงต่อได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ และรายงาน Fed Beige Book ทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามั่นใจว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
- ทว่าเงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุน หากเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) อ่อนค่า จากความกังวลเสถียรภาพการคลัง หลังรับรู้แผนงบประมาณรัฐบาลอังกฤษ
- นอกจากนี้ ต้องติดตามบรรยากาศในตลาดการเงิน ซึ่งอาจกระทบต่อทิศทางเงินดอลลาร์ รวมถึงราคาทองคำ และส่งผ่านผลกระทบมายังเงินบาทได้
- เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว อีกทั้งเรายังคงประเมินว่า เฟดยังมีแนวโน้มเดินหน้าลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งผู้เล่นในตลาดยังไม่ได้มั่นใจต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนธันวาคมแบบ Fully Priced-In ทำให้เราประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down และอาจจบสิ้นปี 2025 แถวโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ (หรือแข็งค่ากว่าระดับดังกล่าวเล็กน้อย) ได้
- เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง) ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด
- ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากเงินบาท (USDTHB) สามารถอ่อนค่าลงเหนือโซน 32.65 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
- ทั้งนี้ แนวต้านของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.65 บาทต่อดอลลาร์ และโซน 32.85 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.00-32.10 บาทต่อดอลลาร์)
Gold Highlight
- นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดและบรรยากาศในตลาดการเงิน
- เรามองว่า ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินที่อาจดำเนินต่อไป อาจไม่ได้ช่วยหนุนราคาทองคำมากนัก หากผู้เล่นในตลาดยังคงปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
- แต่หาก ผู้เล่นในตลาดกลับมาปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด ก็อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้
- เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำอยู่ และต่างรอทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว (Buy on Dip)
- ความผันผวนของราคาทองคำ (1-month volatility) ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
- เราประเมินว่า ราคาทองคำอาจยังพอมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อได้บ้าง ตามการเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมของเฟด แต่หากมุมมองของเราผิดไป เรามองว่า ราคาทองคำอาจแกว่งตัว Sideways หรือเสี่ยงทยอยปรับตัวลดลง ในลักษณะ Sideways Down ได้
- ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) จะกลับสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
- เราประเมินว่า ราคาทองคำมีโอกาสทยอยปรับตัวสูงขึ้นบ้างในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ตามแนวโน้มการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของเฟด ก่อนที่จะพักฐานอีกครั้ง และจะกลับมาปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ตามความวุ่นวายของการเมืองสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน และประเด็นความเสี่ยงเสถียรภาพการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ
- ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ที่ยังพอมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้บ้าง แต่เสี่ยงที่จะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ขอย้ำว่า ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจทยอยพิจารณาขายทำกำไร ในกรณีที่ ราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ออกมาแย่กว่าคาด |
ปัจจัยบวก |
ปัจจัยบวก |
|
ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน สูงขึ้นและสูงกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงและออกมาต่ำกว่าคาด |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
|
รายงานผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ (Fed Beige Book) สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงมากขึ้น |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *ถ้าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง |
|
ตลาดกลับมากังวลแนวโน้มเสถียรภาพการคลังของอังกฤษ หลังรับรู้ แผนงบประมาณ |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงบ้าง |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินปอนด์อังกฤษค่าลงบ้าง |
|
ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่น เดือนตุลาคม ปรับตัวขึ้น สูงกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *ถ้าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง |
|
ยอดการส่งออกของไทยในเดือนตุลาคม ขยายตัว ต่ำกว่าคาด ทำให้ ดุลการค้า พลิกกลับมาขาดดุล |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากความกังวลมูลค่าหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อยู่ในระดับสูง |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวก |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายหุ้นไทยเพิ่มเติม |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
- |
|
บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
- |
Week Ahead Calendar

