ดอลลาร์ชะลอหลัง NY Fed แถลงว่ามีแนวโน้มลดดอก แต่อาจจะได้แรงหนุนจากปอนด์อ่อนค่า

เผยแพร่ 24/11/2025 14:22

Economic Highlight

ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ และรายงานผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจโดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ (Fed Beige Book) รวมถึง การประกาศแผนงบประมาณของรัฐบาลอังกฤษ  

 

 

ราคา

ราคาปัจจุบัน

แนวรับ

แนวต้าน

คาดการณ์แนวโน้ม

USDTHB

32.40

32.10/32.30

32.50/32.75

Sideways *ยังมีความเสี่ยง Two-Way และอาจผันผวนสูงขึ้น

ทองคำ**

(ดอลลาร์ต่อออนซ์)

4,065

3,950/4,000

4,150/4,250

Sideways *อยู่ในช่วงพักฐานและผันผวนสูง

**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)

 

 

FX Highlight

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา การแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ถูกชะลอลงในช่วงปลายสัปดาห์ หลังถ้อยแถลงของประธาน NY Fed ที่ระบุว่าเฟดยังมีแนวโน้มลดดอกเบี้ยในระยะใกล้ ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนธันวาคมนี้
  • ในส่วนเงินดอลลาร์นั้น เรามองว่า เงินดอลลาร์อาจย่อตัวลงต่อได้ หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญสหรัฐฯ และรายงาน Fed Beige Book ทำให้ผู้เล่นในตลาดกลับมามั่นใจว่าเฟดจะลดดอกเบี้ยในเดือนธันวาคม
  • ทว่าเงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุน หากเงินปอนด์อังกฤษ (GBP) อ่อนค่า จากความกังวลเสถียรภาพการคลัง หลังรับรู้แผนงบประมาณรัฐบาลอังกฤษ
  • นอกจากนี้ ต้องติดตามบรรยากาศในตลาดการเงิน  ซึ่งอาจกระทบต่อทิศทางเงินดอลลาร์ รวมถึงราคาทองคำ และส่งผ่านผลกระทบมายังเงินบาทได้
  • เนื่องจากประเทศไทยได้เข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นของการท่องเที่ยว อีกทั้งเรายังคงประเมินว่า เฟดยังมีแนวโน้มเดินหน้าลดดอกเบี้ยในการประชุมเดือนธันวาคมนี้ ซึ่งผู้เล่นในตลาดยังไม่ได้มั่นใจต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟดในการประชุมเดือนธันวาคมแบบ Fully Priced-In ทำให้เราประเมินว่า เงินบาท (USDTHB) มีแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้นในลักษณะ Sideways Down และอาจจบสิ้นปี 2025 แถวโซน 32.00 บาทต่อดอลลาร์ (หรือแข็งค่ากว่าระดับดังกล่าวเล็กน้อย) ได้
  • เงินบาทยังคงเผชิญความเสี่ยง Two-Way Risk (พร้อมเคลื่อนไหวได้ทั้งสองทิศทาง) ไม่ต่างกับเงินดอลลาร์ ขึ้นกับการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของเฟด
  • ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทจะกลับเข้าสู่แนวโน้มอ่อนค่าลงอีกครั้ง หากเงินบาท (USDTHB) สามารถอ่อนค่าลงเหนือโซน 32.65 บาทต่อดอลลาร์ เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
  • ทั้งนี้ แนวต้านของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.65 บาทต่อดอลลาร์ และโซน 32.85 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวรับแรกจะอยู่ในช่วง 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.00-32.10 บาทต่อดอลลาร์)

 

 

Gold Highlight

  • นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) เคลื่อนไหวไร้ทิศทางที่ชัดเจน ตามการปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มดอกเบี้ยเฟดและบรรยากาศในตลาดการเงิน
  • เรามองว่า ภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงินที่อาจดำเนินต่อไป อาจไม่ได้ช่วยหนุนราคาทองคำมากนัก หากผู้เล่นในตลาดยังคงปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
  • แต่หาก ผู้เล่นในตลาดกลับมาปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งอาจเกิดขึ้นได้ในกรณีที่ รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด ก็อาจหนุนให้ราคาทองคำปรับตัวสูงขึ้นได้
  • เรามองว่า ผู้เล่นในตลาดอาจยังคงมีมุมมองเชิงบวกต่อราคาทองคำอยู่ และต่างรอทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว (Buy on Dip)
  • ความผันผวนของราคาทองคำ (1-month volatility) ยังคงอยู่ในระดับสูง ทำให้ผู้เล่นในตลาดควรระมัดระวังและติดตามการเคลื่อนไหวของราคาทองคำอย่างใกล้ชิด
  • เราประเมินว่า ราคาทองคำอาจยังพอมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อได้บ้าง ตามการเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมของเฟด แต่หากมุมมองของเราผิดไป เรามองว่า ราคาทองคำอาจแกว่งตัว Sideways หรือเสี่ยงทยอยปรับตัวลดลง ในลักษณะ Sideways Down ได้
  • ทั้งนี้ ในเชิงเทคนิคัล หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) จะกลับสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นเหนือระดับ 4,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์
  • เราประเมินว่า ราคาทองคำมีโอกาสทยอยปรับตัวสูงขึ้นบ้างในช่วงไตรมาสแรกของปี 2026 ตามแนวโน้มการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของเฟด ก่อนที่จะพักฐานอีกครั้ง และจะกลับมาปรับตัวสูงขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี 2026 ตามความวุ่นวายของการเมืองสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของสงครามการค้าสหรัฐฯ กับจีน และประเด็นความเสี่ยงเสถียรภาพการคลังของรัฐบาลสหรัฐฯ
  • ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำ ที่ยังพอมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นได้บ้าง แต่เสี่ยงที่จะเข้าสู่ช่วงพักฐานในระยะสั้น ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ รอจังหวะ Buy on Dip (ขอย้ำว่า ไม่ควร ไล่ราคาซื้อ) สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง ส่วนผู้เล่นในตลาดที่มีสถานะลงทุนแล้ว ก็อาจ Let Profits Run หรืออาจทยอยพิจารณาขายทำกำไร ในกรณีที่ ราคาทองคำกลับมาปรับตัวขึ้นทะลุโซน 4,400 ดอลลาร์ต่อออนซ์

 

 

Economics Highlight

สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ

ผลกระทบต่อ

ค่าเงินบาท

ราคาทองคำ

ยอดค้าปลีกของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน ออกมาแย่กว่าคาด

ปัจจัยบวก

ปัจจัยบวก

ดัชนีราคาผู้ผลิต PPI ของสหรัฐฯ ในเดือนกันยายน สูงขึ้นและสูงกว่าคาด

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงและออกมาต่ำกว่าคาด

ปัจจัยลบเล็กน้อย

ปัจจัยลบเล็กน้อย

รายงานผลสำรวจภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ โดยบรรดาเฟดสาขาต่างๆ (Fed Beige Book) สะท้อนตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่ชะลอตัวลงมากขึ้น

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

ปัจจัยบวกเล็กน้อย *ถ้าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง

ตลาดกลับมากังวลแนวโน้มเสถียรภาพการคลังของอังกฤษ หลังรับรู้ แผนงบประมาณ

ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินปอนด์อังกฤษอ่อนค่าลงบ้าง

ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินปอนด์อังกฤษค่าลงบ้าง

ยอดค้าปลีกของญี่ปุ่น เดือนตุลาคม ปรับตัวขึ้น สูงกว่าคาด

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

ปัจจัยบวกเล็กน้อย *ถ้าเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง

ยอดการส่งออกของไทยในเดือนตุลาคม ขยายตัว ต่ำกว่าคาด ทำให้ ดุลการค้า พลิกกลับมาขาดดุล

ปัจจัยลบเล็กน้อย

-

บรรยากาศปิดรับความเสี่ยงของตลาดการเงิน จากความกังวลมูลค่าหุ้นธีม AI/Semiconductor ที่อยู่ในระดับสูง

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

ปัจจัยบวก

บรรดานักลงทุนต่างชาติยังคงเดินหน้าขายหุ้นไทยเพิ่มเติม

ปัจจัยลบเล็กน้อย

-

บรรดานักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับเข้ามาซื้อบอนด์ไทย หลังบอนด์ยีลด์ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงก่อนหน้า

ปัจจัยบวกเล็กน้อย

-

 

Week Ahead Calendar

 



1234

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย