ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (11 พ.ย.) ปรับตัวขึ้นต่อเนื่องแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 3 สัปดาห์ ได้แรงหนุนจากความคาด หวังว่า ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือนธันวาคม และสัญญาณบวกจากความคืบ หน้าในการยุติภาวะชัตดาวน์รัฐบาลสหรัฐฯ หลังวุฒิสภามีมติผ่านร่างกฎหมายเบื้องต้นเพื่อเปิดหน่วยงานรัฐบาง ส่วนอีกครั้ง ซึ่งช่วยลดความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ ขณะที่ข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ล่าสุดยังอ่อนแอ โดยเฉพาะ การจ้างงานเดือนตุลาคมที่ลดลงทั้งภาครัฐและค้าปลีก และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงแตะระดับต่ําสุดในรอบ 3 ปีครึ่ง โดย Goldman Sachs ประเมินว่า การจ้างงานที่ชะลอลงเหลือเพียง 50,000 ตําแหน่งต่อเดือนในเดือน ตุลาคม จาก 85,000 ตําแหน่งในเดือนกันยายน ขณะเดียวกัน Layoff Tracker ของ Goldman ยังเผยว่ามีการ เลิกจ้างเพิ่มขึ้นตลอดช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ซึ่งเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว ในด้านเงินเฟ้อ Goldman ประเมินว่า Core CPI เดือนตุลาคมทรงตัวที่ 0.24% ซึ่งถือเป็นระดับต่ําเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า ทําให้ตลาดมองว่าเฟดอาจมี “พื้นที่” สําหรับการปรับลดดอกเบี้ยเพิ่มเติม ส่งผลให้ค่าเงินดอลลาร์อ่อนค่าและเป็น แรงหนุนต่อราคาทองคําในระยะสั้น ทั้งนี้ นักลงทุนควรจับตา ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของยุโรปและสหรัฐฯ เพื่อประเมินแนวโน้มราคาทองคําในระยะต่อไป
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรถ้าไม่ผ่าน 4,162-4,155 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• คําแนะนํา หากผ่านได้ชะลอขาย และขยับ Trailing Stop มาที่ 4,107 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อ lock กําไร
• เสี่ยงซื้อหากไม่หลุด 4,074-4,050 ดอลลาร์ต่อออนซ์ แต่หากหลุดถอยมาดูจังหวะซื้อหากไม่หลุด 4,015 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด 4,015 ดอลลาร์ต่อออนซ์
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
