ราคาทองพุ่งทะลุสถิติสูงสุดที่ $5,500/ออนซ์ จากความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่าน
ราคาทองคําวันนี้ (02 ต.ค.) เคลื่อนไหวใกล้ระดับ 3,860 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้แรงหนุนจากความคาดหวัง การปรับลดดอกเบี้ยของเฟดและดีมานด์ในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย หลังตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชน (ADP) ขณะ เดือนก.ย. ลดลงอย่างต่อเนื่องเสริมคาดการณ์ว่าเฟดอาจปรับลดดอกเบี้ยต่อไปในปีนี้ เดียวกัน Reuters รายงานสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลง โดยนักลงทุนยังคงกังวลว่า การที่หน่วยงาน ของรัฐบาลสหรัฐฯ ถูกปิดดําเนินการจะส่งผล กระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศ อีกทั้งถ้อยแถลงของรอง ประธาน JD Vance เตือนว่าหากการชัตดาวน์ยืดเยื้อ อาจมีการขยายมาตรการปลดเจ้าหน้าที่รัฐเพิ่มเติม ซึ่งยิ่งตอกย้ําความกังวลทางการเมืองและเศรษฐกิจ ด้าน Goldman Sachs ระบุว่าเม็ดเงินไหลเข้าสู่ กองทุน ETF ทองคําสูงกว่าที่คาดการณ์ โดยนักลงทุนรายย่อยกระจายการลงทุนเข้าสู่ทองคําอย่างมีนัย สําคัญ ทําให้ธนาคารประเมินว่าราคาทองคําอาจแตะ 4,000 ดอลลาร์ในกลางปี 2569 และ 4,300 ดอลลาร์ ภายในสิ้นปี 2569 ขณะที่การกลับมาซื้อทองคําของธนาคารกลางโลกอาจเป็นแรงหนุนหลักเพิ่มเติม ด้าน The Wall Street Journal รายงานโดยอ้างอิงการวิเคราะห์จาก RHB Retail Research ว่าทองคํายังคง อยู่ในภาวะ “bullish momentum” โดยรูปแบบราคาและสัญญาณเทคนิคบ่งชี้ว่ามีโอกาสทะลุแนวต้าน 4,000 ดอลลาร์ นอกจากนี้ SPDR Gold Trust กองทุนทองคําที่ใหญ่ที่สุดในโลก รายงานว่าการถือครอง เพิ่มขึ้น 0.59% แตะ 1,018.89 ตันในวันพุธ สะท้อนถึงแรงซื้อที่แข็งแกร่งต่อเนื่องในตลาด
คําแนะนํา
• สําหรับกลยุทธ์การลงทุน ขายทํากําไรหากไม่ผ่าน 3,879-3,895 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ผ่านได้ชะลอขาย
• และขยับ Trailing Stop มาที่ 3,852 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อ Lock กําไร
• ส่วนการเข้าสถานะใหม่ เสี่ยงซื้ออีกครั้งหากราคาไม่หลุด 3,832-3,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์
• ตัดขาดทุนหากหลุด 3,790 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เพื่อถอยจุดซื้อไปยังแนวรับถัดไป
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
