ราคา FSD ของ Tesla จะเพิ่มขึ้นตามความสามารถที่พัฒนา มัสก์กล่าว
Economic Highlight
ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของบรรดาประเทศเศรษฐกิจหลัก ผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิกของญี่ปุ่น รวมถึง รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน

**ราคาทองคำ = Spot Gold price (XAUUSD)
FX Highlight
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินดอลลาร์ยังคงได้แรงหนุนจากการทยอยปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ตามรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ทยอยออกมาดีกว่าคาด และอัตราเงินเฟ้อ CPI ก็สูงกว่าคาด
- สำหรับสัปดาห์นี้ เรามองว่า ควรรอติดตาม รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของประเทศเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมรอลุ้น รายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และเตรียมรับมือความผันผวนจากความวุ่นวายการเมืองญี่ปุ่น
- เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าขึ้น หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาดีกว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับลดความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด
- นอกจากนี้ เงินดอลลาร์อาจได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น ท่ามกลางความวุ่นวายการเมืองญี่ปุ่น หลังรับรู้ผลการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก (Upper House Election)
- นอกเหนือจากแนวโน้มเงินดอลลาร์ เรามองว่า ควรจับตาแนวโน้มราคาทองคำ ที่ยังคงมีผลต่อเงินบาท โดยเรามองว่า แม้เงินบาทอาจเผชิญแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าบ้าง ตามการทยอยแข็งค่าขึ้นของเงินดอลลาร์ แต่หากราคาทองคำปรับตัวขึ้นต่อได้ ก็อาจพอช่วยหนุนเงินบาทได้ หรือชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทในช่วงนี้
- หากตลาดการเงินอยู่ในภาวะเปิดรับความเสี่ยง ท่ามกลางความหวัง การเจรจาการค้าไทย-สหรัฐฯ และแนวโน้มการเดินหน้าลดดอกเบี้ยของธนาคารแห่งประเทศไทยอาจช่วยหนุนเงินบาทผ่านแรงซื้อหุ้นไทยจากบรรดานักลงทุนต่างชาติ ทั้งนี้ รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนจะเป็นอีกปัจจัยสำคัญที่มีผลกับบรรยากาศในตลาดการเงิน
- ในเชิงเทคนิคัลนั้น เงินบาทยังอยู่ในแนวโน้มทยอยแข็งค่าขึ้น หรืออย่างน้อยอาจแกว่งตัว Sideways โดยเงินบาทจะสามารถกลับมาอยู่ในแนวโน้มทยอยอ่อนค่าลงได้ หากเงินบาทสามารถอ่อนค่าทะลุโซน 32.70-32.80 บาทต่อดอลลาร์ ได้ชัดเจน เมื่อประเมินด้วยกลยุทธ์ Trend-Following
- ทั้งนี้ แนวรับของเงินบาท (USDTHB) อยู่แถว 32.30 บาทต่อดอลลาร์ (แนวรับถัดไป 32.10 บาทต่อดอลลาร์) ส่วนโซนแนวต้านแรกจะอยู่ในช่วง 32.50 บาทต่อดอลลาร์ (แนวต้านถัดไป 32.70-32.80 บาทต่อดอลลาร์)
- โดยรวม เราประเมินว่า แม้เงินบาทยังมีความเสี่ยงผันผวนอ่อนค่าลง แต่การอ่อนค่าก็จะเป็นไปอย่างจำกัด โดยต้องจับตาทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาทองคำซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเงินบาทได้ อย่างใกล้ชิด
Gold Highlight
- นับตั้งแต่ช่วง สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาทองคำ (XAUUSD) เคลื่อนไหวในกรอบ Sideways แม้เผชิญแรงกดดันจากจังหวะการปรับตัวขึ้นของทั้งเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ทว่าผู้เล่นในตลาดบางส่วนยังคงทยอยเข้าซื้อทองคำในจังหวะย่อตัว
- ในช่วงระยะสั้น เราประเมินว่า ความกังวลนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ก็อาจช่วยพยุงราคาทองคำได้ และเรามองว่า ราคาทองคำยังพอได้แรงหนุนจากโฟลว์ธุรกรรม Buy on Dip แถวโซนแนวรับ หากราคาทองคำมีจังหวะย่อตัวลงบ้าง
- นอกจากนี้ หากผู้เล่นในตลาดกลับมาเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งต้องเห็นรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ออกมาแย่กว่าคาด ราคาทองคำก็อาจทยอยปรับตัวสูงขึ้นได้
- อย่างไรก็ดี หากรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนออกมาดีกว่าคาด หนุนให้ตลาดเดินหน้าเปิดรับความเสี่ยง ก็อาจกดดันราคาทองคำได้
- ทั้งนี้ ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้ปรับตัวขึ้นทำจุดสูงสุดใหม่เป็นประวัติการณ์ ทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ เสี่ยงพักฐานได้ไม่ยาก หากเผชิญปัจจัยกดดัน เช่น รายงานผลประกอบการออกมาน่าผิดหวัง หรือ ตลาดกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งภาพดังกล่าวอาจหนุนราคาทองคำ
- หากประเมินจากกลยุทธ์ Trend-Following ราคาทองคำ (XAUUSD) จะกลับเข้าสู่แนวโน้มขาขึ้นอีกครั้ง หากสามารถปรับตัวขึ้นเหนือโซน 3,370 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ได้อย่างชัดเจน
- เรายังคงมุมมองเดิมว่า ราคาทองคำก็อาจยังอยู่ในช่วงการพักฐาน แต่โดยรวม ราคาทองคำอาจยังคงแกว่งตัวในกรอบ Sideways ที่กว้าง สอดคล้องกับความผันผวนของราคาทองคำที่อยู่ในระดับสูง
- ในระยะสั้น ราคาทองคำอาจยังพอได้แรงหนุนจากประเด็นความกังวลเสถียรภาพการคลังของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าของสหรัฐฯ และภาวะปิดรับความเสี่ยงของตลาด (หากเกิดขึ้น)
- โดยรวม เราประเมินว่า แม้ราคาทองคำมีโอกาสรีบาวด์ขึ้นบ้าง หากตลาดปิดรับความเสี่ยง และมีแรงซื้อ Buy on Dip แต่การปรับตัวขึ้นก็เป็นไปอย่างจำกัด และเราคงเชื่อว่า ราคาทองคำยังอยู่ในช่วงการพักฐาน ผันผวนในกรอบกว้าง จนกว่าตลาดจะรับรู้ปัจจัยใหม่ๆ เพิ่มเติม
- ภายใต้แนวโน้มการเคลื่อนไหวของราคาทองคำดังกล่าว ทำให้เรามองว่า กลยุทธ์ที่น่าสนใจ คือ Range-Bound Trading หรือรอจังหวะ Buy on Dip สำหรับผู้เล่นที่ต้องการถือทองคำบ้างในพอร์ตการลงทุน 5%-10% เพื่อช่วยกระจายความเสี่ยง
Economics Highlight
|
สถานการณ์/เหตุการณ์สำคัญ |
ผลกระทบต่อ |
|
|
ค่าเงินบาท |
ราคาทองคำ |
|
|
ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของสหรัฐฯ ปรับตัวขึ้นและดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ *หากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น |
|
ยอดผู้ขอรับสวัสดิการการว่างงาน (Jobless Claims) ของสหรัฐฯ ออกมาดีกว่าคาด |
ปัจจัยลบ |
ปัจจัยลบ *หากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวขึ้น |
|
ข้อมูลตลาดบ้านสหรัฐฯ ทั้ง ยอดขายบ้านมือสอง และยอดขายบ้านใหม่ ออกมาแย่กว่าคาด |
ปัจจัยบวก |
ปัจจัยบวก *หากเงินดอลลาร์และบอนด์ยีลด์ 10 ปี สหรัฐฯ ปรับตัวลง |
|
ECB คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายตามคาด แต่ส่งสัญญาณพร้อมเดินหน้าลดดอกเบี้ย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้น |
|
ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของยูโรโซน รวมถึงอังกฤษ ปรับตัวขึ้นและดีกว่าคาด |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย |
ปัจจัยบวกเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ ปรับตัวลง |
|
สถานการณ์การเมืองญี่ปุ่นวุ่นวายและเผชิญความไม่แน่นอนมากขึ้น หลังพรรครัฐบาล (LDP และ Komeito) สูญเสียเสียงข้างมากในวุฒิสภา หลังได้ที่นั่งจากการเลือกตั้งวุฒิสมาชิก ไม่ถึงเป้าหมาย 50 ที่นั่ง |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
ปัจจัยลบเล็กน้อย *หากเงินดอลลาร์ ปรับตัวขึ้น |
|
รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน โดยเฉพาะบรรดาหุ้นเทคฯ ใหญ่ ออกมาดีกว่าคาด |
อาจ Sideways *หากตลาดหุ้นไทยปรับตัวขึ้น ตามตลาดโลกและตลาดหุ้นสหรัฐฯ |
ปัจจัยลบเล็กน้อย |
