ลุ้นการประชุม กนง. ของไทย และ ติดตามความเสี่ยงอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ กดดันตลาด

เผยแพร่ 23/06/2025 09:05
อัพเดท 23/06/2025 09:06

ลุ้นการประชุม กนง. ของไทย และ ติดตามความเสี่ยงอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซ กดดันตลาดการเงินปั่นป่วน

  • สัปดาห์ที่ผ่านมา แม้รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ส่วนใหญ่จะออกมาแย่กว่าคาด แต่เงินดอลลาร์ยังพอได้แรงหนุนบ้างจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ร้อนแรง และการอ่อนค่าลงของเงินเยนญี่ปุ่น (JPY)
  • ควรรอลุ้น ผลการประชุม กนง. และรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญจากฝั่งสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น พร้อมติดตาม สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางอย่างใกล้ชิด 
  • เงินดอลลาร์อาจพอได้แรงหนุนบ้าง หากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง ลุมลาม บานปลาย แต่หากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงออกมาแย่กว่าคาด ก็อาจกดดันเงินดอลลาร์ได้ไม่ยาก ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า เงินบาทยังคงเสี่ยงทยอยอ่อนค่าลง อย่างค่อยเป็นค่อยไป ในลักษณะ Sideways Up แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงมากขึ้น หนุนราคาทองคำ ทว่าราคาน้ำมันดิบก็มีโอกาสพุ่งสูงขึ้นต่อเนื่อง กดดันเงินบาทได้เช่นกัน หากอิหร่านปิดช่องแคบฮอร์มุซจริง นอกจากนี้ ความวุ่นวายของการเมืองไทยก็อาจกดดันเงินบาทเพิ่มเติม ผ่านแรงขายสินทรัพย์ไทยโดยบรรดานักลงทุนต่างชาติ ในช่วงนี้ 
  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    32.50-33.20
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ โดย S&P Global (Manufacturing & Services PMIs) รวมถึงดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Conference Board Consumer Confidence) ในเดือนมิถุนายน ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดจะรอจับตา รายงานอัตราเงินเฟ้อ PCE เดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นหนึ่งในข้อมูลเงินเฟ้อที่เฟดจับตาใกล้ชิด นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะ การแถลงของประธานเฟด Jerome Powell ต่อคณะกรรมาธิการของสภาคองเกรส ท่ามกลางแรงกดดันจากรัฐบาล Trump 2.0 ที่ต้องการให้ประธานเฟดเดินหน้าลดดอกเบี้ยนโยบาย และนอกเหนือจากประเด็นในข้างต้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตามพัฒนาการของปัจจัยเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ หลังสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางมีแนวโน้มทวีความรุนแรง และลุกลาม บานปลาย มากขึ้น หลังสหรัฐฯ เปิดฉากโจมตีทางอากาศใส่เป้าหมายโครงสร้างพื้นฐานนิวเคลียร์ของอิหร่าน (Operation Midnight Hammer ที่มีการใช้อากาศยานกว่า 125 ลำ ในการโจมตีครั้งนี้) โดยต้องจับตาการตอบโต้ของฝั่งอิหร่าน ที่ล่าสุด มีความเสี่ยงที่อิหร่านอาจเลือกปิดช่องแคบฮอร์มุซ เป็นการตอบโต้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อตลาดการเงินได้อย่างมีนัยสำคัญในระยะสั้น โดยเฉพาะราคาน้ำมันดิบ ที่อาจพุ่งสูงขึ้นราว 10-20 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จากระดับราคาปัจจุบัน ได้
  • ฝั่งยุโรปผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการของยูโรโซนและอังกฤษ ในเดือนมิถุนายน พร้อมกับรอจับตา รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (IFO Business Climate) ของเยอรมนี ในเดือนมิถุนายน เช่นกัน พร้อมกันนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม ถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อประเมินทิศทางการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ ECB และ BOE :ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 89% ที่ ECB จะเดินหน้าลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมอีก 1 ครั้ง 25bps ในปีนี้ ส่วน BOE มีโอกาส 96% ที่จะลดดอกเบี้ยเพิ่มอีก 2 ครั้ง ราว 50bps ในปีนี้
  • ฝั่งเอเชียผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของญี่ปุ่น ทั้ง ดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการ เดือนมิถุนายน รวมถึง ยอดค้าปลีก (Retail Sales) เดือนพฤษภาคม และอัตราเงินเฟ้อ CPI ของกรุงโตเกียว ในเดือนมิถุนายน ซึ่งข้อมูลดังกล่าว จะช่วยสะท้อนแนวโน้มเศรษฐกิจและทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) ได้ ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดให้โอกาสราว 52% ที่ BOJ จะเดินหน้าขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม 1 ครั้ง 25bps ในปีนี้  
  • ฝั่งไทยเราประเมินว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) อาจมีมติไม่เป็นเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% เพื่อรอประเมินผลกระทบจากปัจจัยเสี่ยงรอบด้าน ทั้ง นโยบายการค้าของสหรัฐฯ สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง และความวุ่นวายของการเมืองไทย ให้แน่ชัดก่อน ทว่า กนง. อาจยังคงส่งสัญญาณพร้อมใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ควบคู่ไปกับเครื่องมือหรือนโยบายที่มีความจำเพาะเจาะจงในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะ หนี้ครัวเรือน และภาวะการเงินของไทยที่ยังคงตึงตัวอยู่ ทำให้ ผู้เล่นในตลาดอาจยังคงมุมมองเดิมว่า กนง. มีโอกาสเดินหน้าลดดอกเบี้ยจนถึงระดับ 1.25% ได้ ภายใน 12 เดือน ข้างหน้า 

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย