ดอลลาร์อ่อนค่าส่งผลต่อทองคำและบิทคอยน์อย่างไร?
BoJ recap / China PMI
• SET: คาดสัปดาห์นี้ SET Index แกว่งตัวในกรอบแคบ หลังเตรียมเข้าสู่ เทศกาลตรุษจีนซิ่งจะทําให้ตลาดหุ้นเอเชียบางแห่งปิดท้าการ มองกรอบ การเคลื่อนไหวที่ 1335-1375 จุด สําหรับปัจจัยหนุนในช่วงแรกมองไปยัง ทิศทาง Fund flow ที่อาจผันแปรในเชิงบวกไปจามีโมเมนตัมของเงินบาท ที่แข็งแกร่งในช่วงนี้ อย่างไรก็ตาม ปัจจัยกดดันอาจได้แก่การย่อตัวของ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ หลังจากที่จีนรายงานตัวเลขภาคการผลิตล่าสุด ออกมาอ่อนแอเช้าวันนี้ ในเชิงกลยุทธ์ ยังคงแนะน่าถือครองหุ้นในส่วนเดิม ประเมินกลุ่ม Domestic play โดยเฉพาะกลุ่มที่อิงกับการบริโภคในประเทศ (ธนาคาร, ค้าปลีก, ไฟแนนซ์) จะสามารถปรับตัวแข็งแกร่งกว่ากลุ่ม Global play ได้ต่อไป
• BoJ: ผลการประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่นเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมามีไฮไลท์ที่ น่าสนใจดังนี้
1) Bol มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 0.25% สู่ระดับ 0.50% ตามที่ ตลาดคาดการณ์ไว้ ด้วยคะแนนเสียงไม่เป็นเอกฉันท์ 8 ต่อ 1
2) Bol มีการปรับคาดการณ์เงินเฟ้อขึ้นอย่างสําคัญจากประมาณการครั้ง ก่อน โดยเงินเฟ้อที่หักอาหารสดประเมินว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 2.4% และ 2.0% สําหรับปีงบประมาณ 2025 และ 2026 ตามล่าดับ
3) ใน Statement ที่ออกมาระบุว่า หลายบริษัทมีแผนจะยังคงเพิ่มค่าจ้าง อย่างต่อเนื่องในการเจรจาค่าจ้างประจําปีในฤดูใบไม้ผลิปีนี้ เนี่องจาก กําไรของบริษัทที่ดีขึ้นและตลาดแรงงานที่ดึงตัว
4) สอดคล้องกับมุมมองของสหพันธ์สหภาพแรงงานญี่ปุ่น (Rengo) ที่กล่าวว่า การเพิ่มเงินเดือนประจําปีในปีนี้ต้องมากกว่าร้อยละ 5.1 ที่ ได้เมื่อปีที่แล้ว เนื่องจากค่าจ้างจริงยังคงลดลง
• Our take: หลังการประชุม ยังไม่พบความผิดปกติใดมากนักในส่วนของ ราคาสินทรัพย์ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นค่าเงินเยน หรือ Bond yield ญี่ปุ่น เป็นต้น ทั้งนี้ หากดูจากคาดการณ์ในตลาดล่าสุดจะพบว่า นักลงทุนส่วนใหญ่คาด ว่าการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปของ Bol จะยังไม่เกิดขึ้นในช่วงครึ่งแรกของปี นี้ แต่คงต้องติดตามประเด็นการขึ้นค่าจ้าง ที่อาจเข้ามาสร้าง Upside risk ต่อแรงกดดันเงินเฟ้อในช่วงถัดไปอย่างใกล้ชิด
• Factors: สําหรับปัจจัยอื่นๆที่น่าติดตามประจําสัปดาห์นี้ ได้แก่
1) รายงานตัวเลข PMI ภาคการผลิตของจีนเดือนม.ค.ในวันนี้ ซึ่งล่าสุด ออกมาแล้วปรากฏว่าแย่กว่าที่ตลาดคาดการณ์มาอยู่ที่ระดับ 49.1 ถือเป็นการอยู่ในโซนหดตัวครั้งแรกในรอบ 4 เดือน
2) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯซึ่งจะทราบผลในช่วงดึกคืนวันที่ 29 ม.ค.ตามเวลาบ้านเรา ซึ่งเราประเมินว่า Fed จะคงดอกเบี้ยไปก่อน ในการประชุมครั้งนี้
3) การประชุมธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันที่ 30 ม.ค. ซึ่งตลาดคาด ว่าจะมีมติลดดอกเบี้ยต่อเนื่องที่ระดับ 0.25%
4) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจเดือนธ.ค.ของไทยในวันที่ 31 ม.ค.
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
