ดอลลาร์อ่อนค่าส่งผลต่อทองคำและบิทคอยน์อย่างไร?
BoJ / December trade recap
• SET: คาด SET Index ทรงตัวในวันนี้ โดยปัจจัยบวกที่เกิดขึ้นได้แก่การ ออกมากล่าวสนับสนุนของปธน.ทรัมป์ต่อการลดดอกเบี้ยในช่วงถัดไป ท่า ให้ Fed Funds futures มีการ Shift ลงมาเล็กน้อย ส่วนปัจจัยกดดันมองุ ไปยังกลุ่ม Oil & Gas ที่อาจเผชิญ Sentiment เชิงลบจากราคาน้ํามันดิบที่ ย่อตัวลงต่อเนื่อง จากความกังวลปัญหา Oversupply ที่อาจเกิดขึ้นจาก นโยบายกระตุ้นการขุดเจาะในสหรัฐฯ และการออกมาเรียกร้องของปธน. โดนัลด์ ทรัมป์ ให้ OPEC ลดราคานํามันดิบล่าสุด ในเชิงกลยุทธ์ ยังคง แนะน่าถือครองหุ้นในส่วนเดิม ประเมินกลุ่ม Domestic play โดยเฉพาะ กลุ่มที่อิงกับการบริโภคในประเทศ (ธนาคาร, คําปลีก, ไฟแนนซ์) จะ สามารถปรับตัวแข็งแกร่งกว่ากลุ่ม Global play ได้ต่อไป
• BoJ: สาหรับปัจจัยวันนี้ที่ต้องติดตามได้แก่ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น (Bol) ซึ่งล่าสุดถูกคาดการณ์โดยตลาดไปแล้วเกือบ 100% ว่าจะมีมติปรับ ขึ้นดอกเบี้ยได้ 0.25% มาอยู่ที่ระดับ 0.50% โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจาก ที่ล่าสุดญี่ปุ่นรายงานดัชนีราคา Core CPI ปรับเพิ่มขึ้นเกินกว่า 3% เป็นครั้ง แรกในรอบ 16 เดือน ดังนั้น ไฮไลท์สําคัญวันนี้คงจะไปตกอยู่กับคํากล่าว ของผู้ว่าฯ Kazuo Ueda รวมถึง Statement และประมาณการเศรษฐกิจ รอบใหม่ที่ออกมาในครั้งนี้ ประเมินหากมีการเคลื่อนไหวผันผวนของเงิน JPY ในวันนี้ จะส่งผลกระทบต่อการลงทุนในระดับโลกผ่านการเปลี่ยนแปลง ของดัชนี Dollar Index ได้
• Trade data: สรุปไฮไลท์สําคัญจากตัวเลขส่งออก-นําเข้าของไทย ประจําเดือนธ.ค.ที่ออกมาเมื่อวานนี้
1) ยอดส่งออกขยายตัว 8.7% ดีกว่าตลาดคาดที่ 7.4% ส่วนยอดนําเข้า ขยายตัว 14.9% น้อยกว่าตลาดคาดเล็กน้อยที่ 15.4% ส่งผลให้ ดุลการค้าขาดดุล 11 ล้านเหรียญฯ เทียบกับที่ตลาดคาดว่าจะขาดดุล 210 ล้านเหรียญฯ
2) สินค้าส่งออกหลักที่ขยายตัวดีต่อเนื่อง ได้แก่ เครื่องคอมพิวเตอร์และ ส่วนประกอบ ส่วนสินค้าที่อยู่ในความสนใจของนักลงทุนที่ขยายตัวดี ได้แก่ ยางพารา (+49%), ถุงมือยาง (+40%), น้ามะพร้าว (+74%) - มองเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นที่เกี่ยวข้องอย่าง STA, NER, TEGH, STGT, COCOCO, PLUS, MALEE
3) หากแบ่งตามรายประเทศคู่ค้า การส่งออกของไทยไปยังประเทศ สําคัญๆเช่น สหรัฐฯและจีน ยังคงขยายตัวแข็งแกร่งที่ระดับ 17% และ 15% ตามล่าดับ
4) การนําเข้าสินค้าทุนยังคงขยายตัวดีต่อเนื่อง (+34%) บ่งชี้ถึงการ ลงทุนภาคเอกชนที่น่าจะปรับตัวดีขึ้นต่อไป เราคงมุมมองเดิมว่าการ ลงทุนภาคเอกชนจะเป็นเครื่องยนต์หลักที่สามารถสร้าง Upside risk ให้กับเศรษฐกิจไทยได้ในปีนี้ ยังคงชื่นชอบ WHA ในกลุ่มนิคม
5) การนําเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคขยายตัวตามการบริโภคภายใน (+ 13%) น่าโดยกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้าน และ ผลิตภัณฑ์เวชกรรมและ เภสัชกรรม -- มองเป็นสัญญาณบวกต่อกลุ่ม Commerce ในบ้านเรา
6) ประเมินแนวโน้มการส่งออกในไตรมาส 1/68 มีโอกาสขยายตัว YoY ต่อ จากโมเมนตัมของการเร่งส่งออกก่อนการบริหารนโยบาย Trump 2.0 รวมถึงนโยบายกีดกันการค้าของสหรัฐฯที่ยังไม่ Aggressive มาก นักในช่วงแรก โดยเฉพาะกับจีนเองซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่ต่อเนื่องกับ อุตสาหกรรม ไทย
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
