หุ้น BYD เพิ่มขึ้นหลังมีรายงานเรื่องความร่วมมือด้านแบตเตอรี่กับ Ford
Flows / Bank review
• Flows & SET: เราเริ่มเห็นสัญญาณที่ดีขึ้นของ Fund flow ในตลาดทุน ไทย ทั้งในส่วนของตลาดตราสารหนี้และตลาดหุ้น โดยในตลาดตราสาร หนี้นั้น เห็นการซื้อสุทธิต่อเนื่องมา 4 วันทําการติดแล้ว ส่วนในตลาดหุ้น ไทยถือเป็นอันดับ 2 ของเอเชียที่เห็นการซื้อสุทธิของนักลงทุนต่างชาติ มากสุดในสัปดาห์นี้ ล่าสุดเงินบาทยังคงทรงตัวแข็งค่าที่ระดับต่ากว่า 34 บาท/ดอลลาร์ ถือเป็น Sentiment ที่ดีต่อสินทรัพย์ในไทยในระยะสั้น อย่างไรก็ดี ภาพของ SET Index ในวันนี้อาจมีการพักตัวบ้าง หลังไม่มี ปัจจัยใดใหม่ๆเกิดขึ้นในรอบวันที่ผ่านมา
• Strategy: ในเชิงกลยุทธ์ ยังคงแนะน่าถือครองหุ้นในส่วนเดิมได้ต่อไป โดยหลังจากที่กลุ่มธนาคารรายงานงบไตรมาส 4/6/ ออกมาดีกว่าคาดแล้ว (รายละเอียดด้านล่าง) คาดว่ากลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการบริโภคในประเทศ (Consumption-related) น่าจะมีการรายงานผลประกอบการที่ดีตามมาได้ ในช่วงถัดไป อาทิเช่น กลุ่มค้าปลีก และ ไฟแนนซ์ ซึ่งใน 2 กลุ่มนี้มีหุ้นที่ อยู่ใน Top pick ของเราได้แก่ CPALL (BK:CPALL), AEONTS, JMT
• BANK: จากการประกาศก่าไร 4067 ที่ผ่านมา ธนาคารภายใต้การวิเคราะห์ ของเรามีก่าไรรวมอยู่ที่ 49,894 ล้านบาท อ่อนตัว 7% QoQ จากค่าใช้จ่าย ตามฤดูกาล แต่ปรับตัวดีขึ้น 19% QoQ จาก NIM ที่ดีขึ้นกว่าปีก่อน บวกกับค่าใช้จ่ายสํารองหนี้ที่ลดลง YoY โดยธนาคารส่วนใหญ่มีกําไร ดีกว่าที่คาดไว้ก่อนหน้าเล็กน้อย มีเพียง SCB ที่มีกําไรดีกว่าคาด 26% โดยหลักมาจากค่าใช้จ่ายสารองหนี้ที่ลดลงมากกว่าคาด เนื่องจาก คุณภาพหนี้ของ CardX ดีขึ้น
• สําหรับแนวโน้มกําไรปี 2568 เราคาดกําไรกลุ่มจะเติบโตได้ราว 4%YoY แม้ว่าการลดดอกเบี้ยนโยบายในช่วงที่ผ่านมาอาจส่งผลกระทบ ต่อเนื่องไปถึงปี 2568 ทําให้ NIM ของกลุ่มฯ อ่อนตัวลงราว 5-7 bps แต่เราคาดว่าแนวโน้มคุณภาพหนี้ที่ดีขึ้น บวกกับการตั้งสํารองเชิงรุกในช่วง ที่ผ่านมาทาใหอาจเห็น Credit Cost ของกลุ่มฯ ลดลงราว 10-15 bps
• ด้านการเติบโตของสินเชื่อกลุ่มฯ อาจยังไม่โดดเด่นมากนัก โดยเรา คาดอยู่ในช่วง 1-3%YoY เนื่องจากสินเชื่อในกลุ่ม SME และรายย่อยยัง มีปัญหาด้านคุณภาพหนี้ และธนาคารส่วนใหญ่ยังระมัดระวังการการปล่อย สินเชื่อใหม่อยู่ ท่าให้สินเชื่อที่เติบโตได้ดีในปี 2568 อาจอยู่ในกลุ่ม สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่และสินเชื่อภาครัฐเป็นหลัก
• Our call: เราคาดผลตอบแทนจากปันผลครึ่งปีหลังของกลุ่มฯ ในช่วง 2-6% ซึ่งยังค่อนข้างจูงใจ โดยหุ้นที่มีปันผล โดดเด่น ได้แก่ KTB (Remaining Div.Yield 3.7% เนื่องจากไม่มีการจ่ายปันผลระหว่างกาล) SCB (Remaining Div.Yield 4.0%) และ (TISCO Remaining Div.Yield 6.0%) อย่างไรก็ตามหากพิจารณาถึงการเติบโตของก๋าไร ความแข็งแกร่ง ของงบการเงิน และราคาหุ้นปัจจุบันร่วมด้วยแล้ว ในเชิงพื้นฐานเรายังคง แนะนําา BBL (TP 185 baht) และ KTB (TP 24 Baht) เป็น Top-pick กลุ่ม
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
