OpenAI Ads จะส่งผลกระทบต่อคู่แข่งอย่าง Google และ Meta อย่างไร?
BoT & FOMC preview / CPALL (BK:CPALL) & CPAXT / TU
• SET: ดัชนี SET ร่วงลงแรงวานนี้จนหลุดแนวรับประจําสัปดาห์ของเราที่ 1410 จุด โดยมีสาเหตุจากทั้งปัจจัยภายในและภายนอก โดยในส่วนของ ปัจจัยภายในนั้น ยังคงถูกกดดันจากแรงขายของนักลงทุนสถาบันใน ประเทศ ซึ่งคาดว่ายังคงกระจุกตัวอยู่ในหุ้นกลุ่ม CPAXT และ CPALL ในขณะที่ปัจจัยภายนอก นักลงทุนต่างชาติลดความเสี่ยงบางส่วน เพื่อรอดู ความชัดเจนของการประชุม FOMC ที่จะทราบผลในคืนนี้
•1370: ในเชิงของ Valuation เราประเมินระดับดัชนี SET ที่ 1370 จุด ถือเป็นระดับแนวรับแรกที่น่าสนใจ สําหรับผู้ที่ถือเงินสดมาก่อนหน้า นี้ เนื่องจากเทืยบเท่าระดับกรณีฐานจากวิธี PE Model ของเรา ซึ่งยังคง ไม่ได้มีสมมติฐานตัวแปรไหนเปลี่ยนแปลง โดยระดับคาดการณ์ EPS ยังคง ให้ไว้อยู่ที่ระดับ 107 บาท แต่เปลี่ยนจากการเป็นระดับคาดการณ์ของปี 2025 มาเป็นปี 2026 แทนเท่านั้น และอิงสมมติฐานเดิมที่ว่ากนง.จะไม่มี การปรับลดดอกเบี้ยในวันนี้ (รูปที่ 1)
• Factors: สําหรับปัจจัยที่น่าติดตามในวันนี้ ได้แก่
1) การประชุมกนง.ของไทย ซึ่งเราคาดว่าจะมีมติคงดอกเบี้ยที่ระดับ 2.25% ต่อไป หลังเพิ่งมีการปรับลดดอกเบี้ยในครั้งก่อน ทั้งนี้ คงต้อง ติดตามการเผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจรอบใหม่ มุมมองล่าสุดของ คณะกรรมการต่อพัฒนาการของกระบวนการ De-leveraging รวมไปถึง ความเป็นไปได้ของการส่งสัญญาณ Forward guidance ไปยังปีหน้า ซึ่งในกรณีฐานเราคาดว่ากนง.จะสามารถปรับลดดอกเบี้ยได้ทั้งหมด 0.50%
2) การประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯที่จะทราบผลในช่วงดึกคืนนี้ ประเมินว่า Fed จะมีมติปรับลดดอกเบี้ยตามตลาดคาดไปก่อนในครั้งนี้ 0.25% แต่ไฮไลท์สําคัญที่อาจทําให้ราคาสินทรัพย์ผันผวนจะอยู่ที่ I) โทน ของ Statement II) การตอบค่าถามของนาย Jerome Powell III) ประมาณการเศรษฐกิจครั้งใหม่ และ IV) ค่ากลาง Dot plots รอบใหม่ ทั้งนี้ หาค่ากลาง Dot plots ที่ออกมายังคงยืนยันมุมมองเสียงกรรมการ ส่วนใหญ่ที่คาดการณ์การลดดอกเบี้ยปีหน้าในระดับ 1.0% เหมือนเดิม จะถือเป็นปัจจัย Dovish ที่สําคัญที่อาจออกมากระตุ้นสินทรัพย์ เสี่ยงได้ ในทางกลับกัน หากค่ากลางปี 2025 มีการ Shift ขึ้นจน Imply การลดดอกเบี้ยเหลือเพียงแค่ 0.75% ก็ไม่น่าจะมีผลอะไรมาก นัก เนืองจาก ณ วันนี้นักลงทุนในตลาดลดความคาดหวังการลด ดอกเบี้ยปีหน้าของตนเองลงมาเหลือเพียง 0.50-0.75% เรียบร้อยแล้ว
• CPAXT & CPALL: จากการปรับด้วลงมาแล้ว 2 วันกว่า 23% ของหุ้น CPAXT และ 10% ของหุ้น CPALL ท่าให้ Valuation ของหุ้นทั้ง 2 ปรับลง มาเข้าใกล้บริเวณจุดต่าสุด โดยส่าหรับหุ้น CPAXT นั่น EV/EBITDA ปัจจุบันห่างจากจุดต่ําสุดที่เคยท่าไว้เมื่อปลายปีก่อนอยู่เพียง 0.8% เท่านั้น (รูปที่ 2) ในขณะที่หุ้น CPALL พบว่า EV/EBITDA ปัจจุบันห่างจาก จุดต่ําสุดที่เคยทําไว้เมื่อกลางปีที่ผ่านมาอยู่ราว 4.4% (รูปที่ 3)
• Our take: ทั้งนี้ เราเชื่อว่าหุ้นทั้ง 2 มีโอกาสที่จะเผชิญกับความ Overhang ต่อไปในระยะสั้น ตราบใดที่ยังไม่มีความชัดเจนที่เพิ่มขึ้นกับ แผนการลงทุนในธุรกิจ Mixed-use development หรือธุรกิจอื่นๆ ใน อนาคต อย่างไรก็ดี ด้วย Valuation ที่ลงมารับความกังวลของตลาดไปมาก อาจเป็นโอกาสสาหรับนักลงทุนระยะยาวที่สามารถถือข้ามผ่านความไม่ แน่นอนระยะสั้นเหล่านี้ไปได้
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
