ราคา Bitcoin วันนี้: พุ่งขึ้นเหนือ $78k หลังการเทขายในช่วงสุดสัปดาห์; ความกังวลเกี่ยวกับ Fed ยังคงอยู่
MASTER vs. KLINIQ
• SET: คาด SET Index แกว่งทรงตัวต่อไป โดยวันนี้อาจมีปัจจัย ประคับประคองจากกลุ่ม Oil & Gas ที่ได้ Sentiment เชิงบวกจากราคา น้ามันดิบที่ปรับสูงขึ้น รับข่าวปัจจัย Geopolitical risk ในฝั่ง Middle East ที่กลับมาตึงเครียดอีกครั้ง รวมถึงความคาดหวังต่อการยืดเวลาการลดกําลัง การผลิตของกลุ่ม OPEC+ ออกไปยังครึ่งหลังของปีนี้ ซึ่งทางกลุ่มจะมีการ ประชุมกันในวันที่ 2 มิ.ย.นี้
• Cabinet: นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุม ครม.เศรษฐกิจเมื่อเย็นวานนี้ โดยกล่าวว่ามาตรการระยะสั้นที่น่าจะออกมา ได้ ได้แก่ มาตรการค่าประกันสินเชื่อให้กับธุรกิจ SME หรือมาตรการ ซึ่งภาครัฐจะเข้าไปช่วยร้บความเสี่ยงให้ และน่าจะทําให้สถาบัน การเงินกล้าปล่อยสินเชื่อให้กับ SME เพิ่มขึ้นบ้าง คาดว่ามาตรการนี้จะเข้า ครม.ได้ใน 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ส่วนภาคการท่องเที่ยว กระทรวงการคลัง เตรียมมาตรการส่งเสริมการท่องเที่ยวในเมืองรองซึ่งจะเปิดเผยเงื่อนไขให้ PGS ทราบต่อไป
• Our take: ภาครัฐเริ่มเห็นปัญหาหลุมอากาศของเศรษฐกิจไทยที่จะ เกิดขึ้นในช่วงไตรมาส 2-3 นี้แล้ว จากการเป็นช่วง Low season ของการ ท่องเที่ยว และการเข้าสู่ภาวะสุญญากาศของการบริโภค เรากําลังจับตาดู ความเป็นรูปธรรมของมาตรการต่างๆ เตรียมจะออกมาในระยะสั้น ซึ่งถ้า หากไม่มี Impact เพียงพอ มีความเสี่ยงที่เศรษฐกิจไทยจะเข้าสู่ภาวะซบ เซาได้ มอง Implication ต่อมายังตัวหุ่นเช่นเดิมว่า ในช่วงไตรมาส 2-3 นี้ กลุ่มหุ้นที่ปลอดภัยยังคงได้แก่กลุ่มที่อิงกับภาคการส่งออก เป็นหลัก
• MASTER VS KLINIQ: มุมมองของเราต่อหุ้นในกลุ่มธุรกิจความงาม ระหว่าง MASTER และ KLINIQ หลังจากที่ราคาหุ้นทั้ง 2 ปรับตัวขึ้นแรง เมื่อวานนี้ มีดังนี้
1) MASTER มีรายได้ต่อบิลสูงกว่า จากบริการหลักที่มาจากการผ่าตัด ศัลยกรรม เทียบกับ KLINIQ ที่บริการหลักคือเรื่องผิวหนังและความ
2) MASTER มีการลงทุนในธุรกิจ Aesthetic ครบวงจร โดยการเข้าซื้อ หุ้นในบริษัทที่ประกอบธุรกิจใกล้เคียงกัน อาทิ V Square Clinic เพื่อมี จะขยายฐานลูกค้าและเพิ่ม Synergy ระหว่างกัน งาม
3) สัดส่วนรายได้จากกลุ่มลูกค้าต่างชาติของ MASTER อยู่ที่ 22% โดยเป็นกลุ่ม Fly in เป็นหลัก และคาดว่าจะเติบโตต่อเนื่อง
4) MASTER มีแนวโน้มการเติบโตทั้งจากปัจจัย Organic และ Inorganic โดยปัจจัย Organic ได้แก่ การเพิ่ม OR จาก 7 ห้องเป็น 17 ห้อง ส่วนปัจจัย Inorganic ได้แก่ การลงทุนในธุรกิจต่างๆ แทนที่จะเริ่มจาก Green Field ที่มีต้นทุนที่สูงกว่าและ Payback Period นานกว่า 5) ค่าใช้จ่าย SG&A ต่อยอดขายของ MASTER อยู่ที่ 34% ในขณะที่ ของ KLINIQ อยู่ที่ 37%
• Our take: เรามองจุดเด่นของ MASTER ได้แก่ การให้บริการธุรกิจความ งามแบบครบวงจร สามารถใช้การซื้อกิจการในการขยายฐานลูกค้า และ เพิ่มส่วนแบ่งก่าไรให้กับบริษัท คาดการณ์โมเมนตัมบองก่าไรท่า New high ต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปีนี้ ในเชิงพื้นฐาน ยังคงแนะน่า “ซื้อ” MASTER ในเชิงพื้นฐานที่ราคาเป้าหมาย 72 บาท (11% upside potential)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Trinity Securities
