เงินเฟ้อจะลดลงเหลือ 3.8% ในปีนี้ และ 3.4% ในปี 2027 ตามที่หัวหน้า IMF กล่าว
ลุ้น ข้อมูลจ้างงานสหรัฐฯ พร้อมจับตาผลการประชุมธนาคารกลางหลัก และผลการเลือกตั้ง ไทย กับ ญี่ปุ่น
- สัปดาห์ที่ผ่านมา เงินบาทพลิกกลับมาอ่อนค่าลง หลังราคาทองคำปรับฐานหนัก ส่วนเงินดอลลาร์รีบาวด์แข็งค่าขึ้น หลัง Kevin Warsh ได้รับเลือกจากประธานาธิบดี Donald Trump เป็นประธาน FED คนใหม่
- ระวังความผันผวนในช่วงตลาดรับรู้ ข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ พร้อมรอติดตาม ผลการประชุม BOE และ ECB รวมถึง สถานการณ์ความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ และรายงานผลประกอบการบรรดาบริษัทจดทะเบียน
- เงินดอลลาร์เสี่ยงอ่อนค่าลง หากข้อมูลการจ้างงานสหรัฐฯ ออกมาแย่กว่าคาด ทำให้ผู้เล่นในตลาดปรับเพิ่มความคาดหวังต่อแนวโน้มการลดดอกเบี้ยของ FED ทว่าความเสี่ยง Two-way risk ของเงินดอลลาร์ยังอยู่ ในส่วนของค่าเงินบาท เราประเมินว่า แม้เงินบาทจะพลิกกลับมาอ่อนค่าลงบ้าง แต่การอ่อนค่าอาจชะลอลง โดยเฉพาะแถวโซนแนวต้านของเงินบาท 31.50-31.75 บาทต่อดอลลาร์ โดยต้องจับตาทิศทางเงินดอลลาร์และเงินเยนญี่ปุ่น (ที่อาจผันผวนในช่วงเลือกตั้งของญี่ปุ่น) นอกจากนี้ ราคาทองคำอาจมีจังหวะรีบาวด์ขึ้นบ้าง หลังปรับฐานหนักเกินค่าเฉลี่ยจากสถิติ ในสัปดาห์ก่อนหน้า และที่สำคัญ ผู้เล่นในตลาดอาจยังไม่รีบปรับสถานะถือครองที่ชัดเจน เพื่อรอลุ้น ผลการเลือกตั้งของไทยในวันที่ 8 กุมภาพันธ์ นี้
- มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
31.00-32.00 บาท/ดอลลาร์
มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก
- ฝั่งสหรัฐฯ – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ รายงานข้อมูลตลาดแรงงาน ทั้ง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) อัตราการว่างงาน (Unemployment Rate) รวมถึง ยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (JOLTS Job Openings) และยอดการประกาศเลิกจ้างงาน (Challenger Job Cuts) เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (ISM Manufacturing & Services PMIs) ในเดือนมกราคม โดยรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว โดยเฉพาะข้อมูลตลาดแรงงาน อาจส่งผลกระทบต่อมุมมองของผู้เล่นในตลาดต่อแนวโน้มการปรับดอกเบี้ยนโยบายของ FED ซึ่งล่าสุด ผู้เล่นในตลาดต่างมั่นใจว่า FED อาจลดดอกเบี้ยได้ 2 ครั้ง ในปีนี้ และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ผู้เล่นในตลาดจะรอติดตาม รายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน เช่น หุ้นเทคฯ ใหญ่ อย่าง Alphabet และ Amazon ขณะเดียวกัน ผู้เล่นในตลาดจะคอยติดตามความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ อาทิ สถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน พร้อมทั้งติดตาสถานการณ์การเมืองสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด หลังเกิดภาวะ Government Shutdown อีกครั้ง ทว่าบรรดาผู้เล่นในตลาดพนัน (Polymarket) ประเมินว่า ภาวะดังกล่าวอาจไม่เกิน 5 วัน ต่างจากที่เกิดขึ้นในครั้งก่อน
- ฝั่งยุโรป – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นผลการประชุมธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเราประเมินว่า ทั้ง BOE และ ECB อาจเลือกที่จะ “คงดอกเบี้ยนโยบาย” ที่ระดับ 3.75% และ 2.00% ตามลำดับ อย่างไรก็ดี เราคงประเมินว่า BOE มีโอกาสลดดอกเบี้ยเพิ่มเติมได้อีกราว 2 ครั้ง ในปีนี้ สู่ระดับ 3.25% ก่อนที่จะจบการลดดอกเบี้ย ตามการทยอยชะลอตัวลงของทั้งตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อของอังกฤษ ทว่า ECB จะคงดอกเบี้ยไว้ที่ระดับ 2.00% ตามเดิม ยกเว้น เศรษฐกิจยูโรโซนจะชะลอตัวลงหนัก แย่กว่าคาด ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานอัตราเงินเฟ้อ CPI และยอดค้าปลีก (Retail Sales) ของยูโรโซน เพื่อประกอบการประเมินแนวโน้มเศรษฐกิจยูโรโซน และทิศทางการดำเนินนโยบายการเงินของ ECB
- ฝั่งเอเชีย – ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรของญี่ปุ่น ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยผลการเลือกตั้งอาจสร้างความผันผวนให้กับตลาดการเงินญี่ปุ่น ทั้งในส่วนของตลาดบอนด์และค่าเงินเยนญี่ปุ่น (JPY) ได้พอควร ซึ่งต้องจับตาว่า พรรค LDP ของนายกฯ Sanae Takaichi และพันธมิตรจะสามารถจัดตั้งรัฐบาลผสมเสียงข้างมากได้สำเร็จหรือไม่ ส่วนทางฝั่งจีน ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้น รายงานดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรมและภาคการบริการ (RatingDog Manufacturing and Services PMIs) ในเดือนมกราคม ที่จะเน้นภาคธุรกิจขนาดเล็ก-กลาง เป็นสำคัญ ในส่วนของนโยบายการเงินนั้น บรรดานักวิเคราะห์ต่างประเมินว่า ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) อาจกลับมา “ขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย” 25bps สู่ระดับ 3.85% ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่ทยอยปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง นับตั้งแต่กลางปี 2025 ขณะเดียวกัน ตลาดแรงงานยังคงขยายตัวได้ดีกว่าที่ตลาดและ RBA ประเมิน ขณะที่ ธนาคารกลางอินเดีย (RBI) อาจเลือกที่จะคงดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25% เพื่อรอประเมินผลกระทบต่อเศรษฐกิจ จากการทยอยลดดอกเบี้ย 125bps ในปีก่อนหน้า อีกทั้งในช่วงที่ผ่านมา ค่าเงินรูปี (INR) ได้ทยอยอ่อนค่าลงต่อเนื่อง จนเป็นอีกปัจจัยที่ RBI ต้องคอยจับตาและเข้าดูแลอย่างใกล้ชิด
- ฝั่งไทย – ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่ การเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และการลงประชามติ ในวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ โดยอาจทยอยทราบผลการเลือกตั้งอย่างไม่เป็นทางการ ในช่วงดึกของคืนวันเลือกตั้ง ในส่วนของรายงานข้อมูลเศรษฐกิจนั้น ผู้เล่นในตลาดจะรอประเมินแนวโน้มภาคการผลิตอุตสาหกรรม ผ่านรายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตในเดือนมกราคม พร้อมรอจับตา รายงานดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ (Business Sentiment) และอัตราเงินเฟ้อ CPI ในเดือนมกราคม
