ข่าวเด่น
เสนอซื้อเสนอขาย
ประเภทตราสารทั้งหมด

โปรดลองค้นหาใหม่อีกครั้ง

Investing Pro 0
โอกาสสุดท้าย: ปลดล็อกข้อมูลพรีเมียมด้วย รับส่วนลด 60%

เฟดมีมติ “คง”ดอกเบี้ย ตามคาด แต่ส่งสัญญาณอาจขึ้นอีก 1 ครั้ง และคงไว้สูงอีกนาน

th.investing.com/analysis/article-200445844
เฟดมีมติ “คง”ดอกเบี้ย ตามคาด แต่ส่งสัญญาณอาจขึ้นอีก 1 ครั้ง และคงไว้สูงอีกนาน
โดย Poon Panichpibool   |  Sep 21, 2023 13:04
บันทึกแล้ว ดู รายการที่ได้บันทึก.
ได้บันทึกบทความนี้ไว้เรียบร้อยแล้วใน รายการที่ได้บันทึก ของคุณ
 

เฟดมีมติคงดอกเบี้ย ตามคาด

แต่ส่งสัญญาณอาจขึ้นดอกเบี้ยอีก 1 ครั้ง และคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานขึ้นกว่าคาด

  • Fed Funds Target Range

Actual: 5.25-5.50%        Previous: 5.25-5.50% 

KTBGM: 5.25-5.50%       Consensus: 5.25-5.50%

    • คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25-5.50% ตามคาด แต่ส่งสัญญาณพร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อสู่ระดับ 5.50-5.75% ก่อนที่จะทยอยปรับลดลงสู่ระดับ 5.1% ในปี 2024 ซึ่งสูงกว่าที่เฟดเคยประเมินไว้ก่อนหน้า
    • เมื่อเทียบประมาณการเศรษฐกิจในการประชุมเดือนมีนาคม เฟดได้ปรับเพิ่มคาดการณ์อัตราการเติบโตเศรษฐกิจสหรัฐฯ ในปีนี้พอสมควร สอดคล้องกับการปรับลดอัตราการว่างงานลงในปีนี้และปีหน้า อย่างไรก็ดี เฟดได้ปรับลดอัตราเงินเฟ้อพื้นฐาน Core PCE สะท้อนว่าเฟดอาจลดความกังวลต่อแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อลงบ้าง ทั้งนี้ เฟดจะคอยประเมินผลกระทบและติดตามพัฒนาการของข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด หลังเกิดภาวะตึงตัวด้านสินเชื่อต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน ทั้งนี้ ประธานเฟดระบุว่า “เฟดจะดำเนินนโยบายการเงินอย่างรอบคอบ” เพื่อให้เฟดสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ได้อย่างยั่งยืน
    • แม้ Dot Plot ใหม่ชี้ว่าเฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยต่อและเฟดอาจคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานกว่าคาด (Higher for Longer) แต่เราคงมุมมองเดิมว่า เฟดได้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว และเฟดมีโอกาสลดดอกเบี้ยได้เร็วและมากกว่าที่ประเมิน หลังการจ้างงาน อัตราเงินเฟ้อต่างชะลอลง และภาวะสินเชื่อก็ยังมีแนวโน้มตึงตัวมากขึ้น เพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลงมากขึ้นกว่าคาด
    • Next FOMC Decision: Nov. 2 2023 (1 AM BKK)

คณะกรรมการนโยบายการเงินธนาคารกลางสหรัฐฯ (FOMC) มีมติให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 5.25-5.50% แต่ก็พร้อมขึ้นดอกเบี้ยต่อและคงดอกเบี้ยที่ระดับสูงได้นานขึ้น

  • FOMC มองข้อมูลเศรษฐกิจล่าสุดสะท้อนการขยายตัวแข็งแกร่งของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยภาวะตลาดแรงงาน แม้จะชะลอลง แต่ก็ยังคงแข็งแกร่งอยู่ ส่วนอัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับสูง และแม้ว่าระบบธนาคารสหรัฐฯ ยังมีความแข็งแกร่งอยู่ แต่ภาวะตึงตัวด้านสินเชื่อต่อภาคธุรกิจและครัวเรือน อาจยังคงส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และอัตราเงินเฟ้อได้ โดยผลกระทบดังกล่าวยังมีความไม่แน่นอน อนึ่งความเสี่ยงเงินเฟ้อยังคงเป็นสิ่งที่เฟดให้ความสำคัญอย่างมาก ดังนั้น คณะกรรมการจึงมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 5.25-5.50% พร้อมกับเดินหน้าลดงบดุล โดย FOMC มีความมุ่งมั่นอย่างยิ่งที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อกลับสู่ระดับเป้าหมายที่ 2%
  • สำหรับการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายในอนาคตนั้น FOMC จะติดตามพัฒนาการข้อมูลเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด โดยคณะกรรมการพร้อมที่จะปรับเปลี่ยนนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับสถานการณ์ หากพบว่ามีความเสี่ยงที่อาจจะทำให้เฟดไม่สามารถบรรลุเป้าหมายของนโยบายการเงินได้ ซึ่งเฟดจะติดตามทั้งข้อมูลด้านสาธารณสุข ตลาดแรงงาน ปัจจัยต่อเงินเฟ้อและคาดการณ์เงินเฟ้อ รวมถึงสถานการณ์ทางการเงินและสถานการณ์ในต่างประเทศ
  • ประธานเฟด ได้เน้นย้ำว่า แม้ว่าอัตราเงินเฟ้อจะเริ่มชะลอตัวลง แต่การที่เฟดจะสามารถบรรลุเป้าหมายเงินเฟ้อที่ 2% ได้นั้น อาจต้องใช้เวลาอีกนานซึ่งเป็นการย้ำจุดยืนของเฟด ที่ต้องการทำให้อัตราเงินเฟ้อนั้นกลับสู่ระดับเป้าหมายได้อย่างยั่งยืน เพื่อหลีกเลี่ยงความผิดพลาดที่เคยเกิดขึ้นในอดีต

เรามองต่างจาก Dot Plot ใหม่ของเฟด และคงมุมมองเดิมว่า เฟดได้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยแล้ว และการลดดอกเบี้ยอาจมาได้เร็วกว่าคาดหากเศรษฐกิจชะลอลงสวนทางกับคาดการณ์ของเฟด

  • แม้ว่าในการประชุมครั้งนี้ เฟดอาจมีการปรับมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐฯ ดีขึ้น แต่เรากลับมองว่า หากพิจารณาจากแนวโน้มการชะลอตัวลงของการจ้างงานสหรัฐฯ ทั้งจากยอดตำแหน่งงานเปิดรับ (Job Openings) ที่ลดลงต่อเนื่อง ยอดการจ้างงานนอกภาคเกษตรกรรม (Nonfarm Payrolls) ที่ลดลงและเห็นการปรับลดข้อมูลในภายหลัง (Downward Revision) อย่างต่อเนื่อง อาจชี้ว่า เศรษฐกิจสหรัฐฯ อาจไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก และมีความเป็นไปได้สูงว่า ชาวอเมริกันอาจเผชิญปัญหาการใช้จ่ายมากขึ้นในช่วงปลายปี เมื่อเงินออมส่วนเกิน (Excess Savings) ที่สะสมมาในช่วง COVID เริ่มลดลงไปมาก และถึงกำหนดต้องกลับมาจ่ายหนี้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (Student Loans) ซึ่งเฉลี่ยเดือนละ 400 ดอลลาร์ต่อคน รวมถึงภาระหนี้อื่นๆ ทั้งหนี้บัตรเครดิต หนี้รถยนต์ (ซึ่งเริ่มเห็นสัญญาณการผิดนัดชำระหนี้ดังกล่าวมากขึ้น) จากภาพดังกล่าว ทำให้เราคงมุมมองเดิมว่า เฟดได้จบรอบการขึ้นดอกเบี้ยไปแล้ว และ หากข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอลงได้จริง ตามคาด เรามองว่า Dot Plot ใหม่ของเฟดจะสะท้อนแนวโน้มการลดดอกเบี้ยลงได้เยอะกว่าประมาณการล่าสุดได้ ซึ่งข้อมูลที่เราจะจับตาอย่างใกล้ชิด คือ อัตราการว่างงาน โดยหากอัตราการว่างงานทยอยปรับตัวสูงขึ้น (สอดคล้องกับคาดการณ์การจ้างงานที่ชะลอลง) จนสูงกว่าระดับ 4.0% ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงเศรษฐกิจสหรัฐฯ ชะลอตัวลง จนเข้าสู่ภาวะถดถอย (Recession) ได้ หากใช้ Sahm Rule ในการพิจารณา 
  • อย่างไรก็ดี เรายอมรับว่า กว่าที่จะเริ่มเห็นการชะลอตัวลงของข้อมูลเศรษฐกิจตามที่เราประเมินไว้นั้นอาจใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากมีเพียง 25% ของภาคเอกชนของสหรัฐฯ ที่มีการกู้ยืมแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัวหรือ Floating-rate ซึ่งจะได้รับผลกระทบจากการเร่งขึ้นดอกเบี้ยของเฟดในช่วงที่ผ่านมา ในขณะที่ ภาคเอกชนของฝั่งยุโรปอาจเผชิญแรงกดดันจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้มากกว่า เนื่องจากราว 70% ของภาคเอกชนมีการกู้ยืมแบบอัตราดอกเบี้ยลอยตัว ทำให้เงินดอลลาร์อาจยังคงได้แรงหนุนจากภาพรวมเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่ “ดูดี” กว่าภูมิภาคอื่นๆ (จนกว่าจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ดีขึ้น) รวมถึง ท่าทีของเฟดที่จะยังคงส่งสัญญาณใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดได้นานขึ้น จนกว่าจะเห็นการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลเศรษฐกิจที่ชัดเจน (Higher for Longer) ซึ่งภาพดังกล่าว อาจกดดันให้ ค่าเงินบาทอาจอ่อนค่าได้มากกว่าที่เราคาดได้นาน (Weaker for Longer) ซึ่งเราเตรียมปรับประมาณการค่าเงินบาทใหม่สำหรับปลายปีนี้และปีหน้า 
  • เราคงมุมมองที่เป็นบวกต่อแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยที่จะได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวต่อเนื่องของการท่องเที่ยว ทว่า แนวโน้มราคาน้ำมันดิบที่ยังอยู่ในระดับสูงเริ่มกลับมาเป็นปัจจัยกดดันค่าเงินบาท เนื่องจากประเทศไทยเป็นประเทศที่นำเข้าพลังงานสุทธิ จึงมีความเสี่ยงที่ หากนักท่องเที่ยวต่างชาติกลับมาน้อยกว่าที่เราประเมินไว้ ก็อาจทำให้ ดุลบัญชีเดินสะพัดอาจเกินดุลน้อยกว่าคาด หรือ เสี่ยงขาดดุลได้เล็กน้อย นอกจากนี้ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติอาจกลับเข้ามาลงทุนในตลาดทุนไทยได้น้อยกว่าที่เคยประเมินไว้ ทำให้ถึงแม้ว่า เงินบาทอาจทยอยแข็งค่าขึ้นได้บ้าง แต่อาจไม่ได้แข็งค่าไปมากกว่าระดับ 33.50-34.00 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงสิ้นปีนี้ ส่วนในระยะสั้น เราปรับมุมมองใหม่ว่า โซน 36.50-37.00 บาทต่อดอลลาร์ อาจเป็นจุดอ่อนค่าสุดของเงินบาท เมื่อประเมินจาก Valuation ของเงินบาทล่าสุด

 

เฟดมีมติ “คง”ดอกเบี้ย ตามคาด แต่ส่งสัญญาณอาจขึ้นอีก 1 ครั้ง และคงไว้สูงอีกนาน
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

ณัฐชาต เมฆมาสิน
คาด SET เปิดตลาดถูกกดดันจากกลุ่ม Oil & Gas โดย ณัฐชาต เมฆมาสิน - Dec 07, 2023

Oil in focus / Short selling ŞET: คาด SET Index เปิดตลาดถูกกดดันจากกลุ่ม Oil & Gas หลังราคา น้ํามันดิบร่วงแรงเมื่อคืนนี้ นอกจากนั้น ยังต้องจับตาการอ่อนค่าของเงิน...

Poon Panichpibool
ราคาทองคำมีโอกาสผันผวนย่อตัวลงได้บ้าง ตามแรงขายทำกำไร โดย Poon Panichpibool - Nov 20, 2023

Economic Highlight ไฮไลท์สำคัญจะอยู่ที่รายงานดัชนี PMI ภาคการผลิตและภาคการบริการจากสหรัฐฯ ยุโรป และญี่ปุ่น รวมถึงรายงานอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 3 **ราคาทองคำ =...

Adipong Pathomsoontornchai
บทวิเคราะห์ว่าตัวเลขดัชนี CPI ของสหรัฐในค่ำคืนนี้จะออกมาอย่างไร โดย Adipong Pathomsoontornchai - Sep 13, 2023

บทวิเคราะห์ว่า...ตัวเลขดัชนี CPI ของสหรัฐในค่ำคืนนี้จะออกมาอย่างไรในคืนนี้เวลา 19:30 จะมีการประกาศตัวเลขดัชนีราคาผู้บริโภค หรือ ดัชนี CPI ของสหรัฐ...

เฟดมีมติ “คง”ดอกเบี้ย ตามคาด แต่ส่งสัญญาณอาจขึ้นอีก 1 ครั้ง และคงไว้สูงอีกนาน

แสดงความคิดเห็น

เกณฑ์การแสดงความคิดเห็น

เราสนับสนุนให้ท่านได้ใช้ช่องทางการแสดงความคิดเห็นนี้เพื่อสื่อสารสัมพันธ์กับผู้ใช้เว็บไซต์อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนในทัศนคติและสอบถามข้อสงสัยกับผู้เขียนและสอบถามซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้การสื่อสารสัมพันธ์นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยที่เราทุกคนต้องการและคาดหวังดังนี้กรุณาพึงระลึกในข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้:  

  • มีเนื้อหาสาระ การสนทนาควรมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ
  • เอาใจใส่และตรงประเด็น กรุณาโพสต์ในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องที่กำลังอภิปราย
  • ให้เกียรติ แม้ในการแสดงความคิดเห็นเชิงลบก็ตามควรต้องกระทำในลักษณะสร้างสรรค์และสุภาพ
  • ใช้สไตล์การเขียนมาตรฐานทั่วไป ที่รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและตัวอักษรใหญ่เล็ก
  • หมายเหตุ: ข้อความและลิงค์ประเภทสแปมและ/หรือเพื่อการส่งเสริมการขายที่ปรากฎในการแสดงความคิดเห็นจะถูกลบทิ้ง
  • หลีกเลี่ยงการลบหลู่ การให้ร้ายผู้อื่น และการกล่าวโจมตีโดยส่วนตัว ที่กระทำต่อผู้เขียนเนื้อหาในเว็บหรือต่อผู้ใช้เว็บไซต์คนอื่น
  • เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น สามารถแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยเท่านั้น

ผู้ที่โพสต์เนื้อหาข้อความสแปมหรือใช้เว็บไซต์นี้ไปในทางผิดจะถูกลบรายชื่อทิ้งจากเว็บไซต์และถูกปิดกั้นการลงทะเบียนเป็นสมาชิกในอนาคตซึ่งเป็นไปตามดุลพินิจของเว็บไซต์ Investing.com

เขียนบรรยายความคิดของคุณได้ที่นี่
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
และโพสต์บน :
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ ความคิดเห็นของคุณทั้งหมดจะอยู่ระหว่างการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบ ดังนั้นอาจใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะปรากฎบนเว็บไซต์ของเรา
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
เพิ่มกราฟไว้ในคอมเมนต์
ยืนยันการบล็อก

คุณแน่ใจหรือว่าคุณต้องการบล็อก %USER_NAME%?

เมื่อทำการบล็อก คุณและ %USER_NAME% จะไม่สามารถเห็นโพสต์ของแต่ละฝ่ายบนเว็บไซต์ Investing.com ได้

%USER_NAME% ได้ถูกเพิ่มเข้าไปใน Block List ของคุณแล้ว

เนื่องจากคุณเพิ่งยกเลิกการบล็อกบุคคลนี้ คุณต้องรอ 48 ชั่วโมงก่อนการบล็อกอีกครั้ง

รายงานความคิดเห็นนี้

ฉันรู้สึกว่าความคิดเห็นนี้

ความคิดเห็นได้รับการติดธงเตือน

ขอบคุณ!

รายงานของคุณได้ถูกส่งไปยังผู้ดูแลบอร์ดของเราเพื่อการทบทวน
สมัครสมาชิกด้วย Google
หรือ
สมัครสมาชิกด้วยอีเมล