UBS คาดดัชนี S&P 500 แตะ 7,700 จุดภายในธันวาคม 2026 ท่ามกลางปัจจัยสนับสนุน
สรุป เมื่อคืนนี้ราคาทองคําปิดร่วงลงมา 22.80 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงกดดันจากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐที่ออกมาดีเกินคาด ทั้งตัวเลขประมาณการ GDP ครั้งที่ 3 ประจํา Q3/22 และจํานวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานครั้งแรก ปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้ดัชนีดอลลาร์แข็งค่าขึ้นต่อเนื่องเป็นวันที่ 2 จึงกลับมา เป็นปัจจัยกดดันทองคํา ให้ดิ่งลงทําระดับต่ําสุดของเมื่อวานนี้ที่ 1,784.84 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนในวันนี้ราคาทองคําค่อยๆ แกว่งตัวฟื้นขึ้นมาใน ลักษณะ Sideway Up ในกรอบ 1,790.50-1,798.18 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยตลาดมีความหวังว่าอัตราเงินเฟ้อสหรัฐ ได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งจะ เป็นปัจจัยที่ทําให้เฟดสามารถชะลอความแข็งกร้าวในการขึ้นดอกเบี้ยได้ ดังนั้นแล้วทองคําจึงค่อยๆ ซึมตัวขึ้นมาในกรอบจํากัด เพื่อรอความชัดเจน จากตัวเลขเงินเฟ้อสหรัฐ หรือ ดัชนีการใช้จ่ายส่วนบุคคล (PCE) ที่จะประกาศในคืนนี้ 20.30 น. ตามเวลาไทย หากตัวเลขจริงออกมาน้อยกว่าที่ คาดการณ์ จะยิ่งไปตอกย้ํากระแสคาดการณ์ที่ว่าเงินเฟ้อสหรัฐได้ผ่านจุดสูงสุดไปแล้ว ซึ่งจะเป็นปัจจัยหนุนทองคําได้ แต่หากตัวเลขจริงกลับมา เพิ่มขึ้น เฟดจะจําเป็นต้องขึ้นดอกเบี้ยอย่างแข็งกร้าวต่อเพื่อกดเงินเฟ้อลง ซึ่งในกรณีนี้จะกดดันทองคําได้ นอกจากนี้ยังมีการเปิดเผยตัวเลข เศรษฐกิจสหรัฐอีกหลายรายการ ทั้งตัวเลขรายได้ส่วนบุคคล, การใช้จ่ายส่วนบุคคล, ยอดขายบ้านใหม่ และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค จาก UoM
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ $1,784-1,773
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,806-1,824
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากหลุด $1,773
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
