ผลการประชุม OPEC+ ในเมื่อวานนี้ ได้ส่งผลต่อตลาดน้ำมันอย่างไร

เผยแพร่ 06/09/2022 19:13

กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ได้เสร็จสิ้นการประชุมในเมื่อวานนี้ โดยที่ประชุมมีมติลดกำลังการผลิต 100,000 บาร์เรล/วันในเดือนต.ค.

ทั้งนี้ โอเปกพลัสมีมติปรับลดกำลังการผลิตดังกล่าวเป็นครั้งแรกในรอบกว่า 1 ปีเพื่อพยุงราคาน้ำมันในตลาดโลก

ก่อนหน้านี้ เจ้าชายอับดูลาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย กล่าวว่า โอเปกพลัสมีความมุ่งมั่น ความยืดหยุ่น และแนวทางในการรับมือกับความท้าทาย โดยสามารถปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันได้ทุกเวลา และในรูปแบบที่แตกต่างกัน

โอเปกพลัสเพิ่มกำลังการผลิต 432,000 บาร์เรล/วันในเดือนมิ.ย. รวมทั้งเพิ่มการผลิต 648,000 บาร์เรล/วันทั้งในเดือนก.ค.และส.ค. ก่อนที่จะเพิ่มการผลิตเพียง 100,000 บาร์เรล/วันในเดือนก.ย.

การที่โอเปกพลัสมีมติลดกำลังการผลิต 100,000 บาร์เรล/วันในวันนี้ สวนทางกับการคาดการณ์ในตลาดที่ว่าโอเปกพลัสจะเพิ่มการผลิต 100,000 บาร์เรล/วันในเดือนต.ค. ไม่เปลี่ยนแปลงจากเดือนก.ย.

หนังสือพิมพ์วอลล์สตรีท เจอร์นัลรายงานก่อนหน้านี้ว่า รัสเซียคัดค้านการปรับลดกำลังการผลิตของโอเปกพลัส เนื่องจากไม่ต้องการเสียเปรียบในการเจรจาขายน้ำมันราคาถูกให้แก่ชาติเอเชีย เนื่องจากหากโอเปกพลัสประกาศลดกำลังการผลิตจะเป็นการบ่งชี้ว่าปริมาณน้ำมันในตลาดอยู่สูงกว่าความต้องการ ซึ่งจะลดความได้เปรียบของรัสเซียในการเจรจาขายน้ำมันให้แก่หลายชาติในเอเชีย

ทั้งนี้ สมาชิกโอเปกพลัสบางส่วนต้องการคงกำลังการผลิตในเดือนต.ค. ขณะที่บางรายต้องการปรับลดการผลิตเพื่อพยุงราคาน้ำมันในตลาด โดยคาดว่าที่ประชุมมีการหารือกันในหลายปัจจัย รวมถึงความคืบหน้าในการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน ซึ่งอาจปูทางให้อิหร่านกลับมาส่งออกน้ำมันในตลาดโลก

มีการคาดการณ์ว่า อิหร่านจะสามารถส่งออกน้ำมัน 1 ล้านบาร์เรล/วัน หรือคิดเป็น 1% ของอุปทานน้ำมันในตลาดโลก หากมีการยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่ออิหร่าน

โอเปกพลัสจะจัดการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 5 ต.ค.เพื่อกำหนดนโยบายการผลิตสำหรับเดือนพ.ย.

แหล่งข่าวเปิดเผยว่า กลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ได้มอบอำนาจให้เจ้าชายอับดูลาซิส บิน ซัลมาน รัฐมนตรีพลังงานซาอุดีอาระเบีย และเป็นประธานโอเปกพลัส สามารถเรียกประชุมโอเปกพลัสได้ทุกเวลาเพื่อรักษาเสถียรภาพของตลาดน้ำมัน

โอเปกพลัสมีกำหนดจัดการประชุมครั้งต่อไปในวันที่ 5 ต.ค.เพื่อกำหนดนโยบายการผลิตสำหรับเดือนพ.ย. แต่สมาชิกโอเปกพลัสระบุว่า โอเปกพลัสสามารถจัดการประชุมก่อนกำหนดเวลาดังกล่าวเพื่อปรับการผลิต และลดความผันผวนในตลาด

ทั้งนี้ โอเปกพลัสจะใช้นโยบายยืดหยุ่นดังกล่าวตั้งแต่ขณะนี้ไปจนถึงหลังเดือนต.ค.

ราคาน้ำมัน WTI พุ่งขึ้นกว่า 2% เช้านี้ หลังจากกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ประกาศลดกำลังการผลิตในการประชุมเมื่อวานนี้

ณ เวลา 09.45 น.ตามเวลาไทย สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ส่งมอบเดือนต.ค. พุ่งขึ้น 1.78 ดอลลาร์ หรือ 2.05% แตะที่ 88.65 ดอลลาร์/บาร์เรล

นายดมิทรี เปสคอฟ โฆษกรัฐบาลรัสเซียให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวในวันจันทร์ (5 ก.ย.) ว่า รัสเซียจะระงับการจัดส่งก๊าซผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 ให้กับยุโรปไปจนกว่าชาติตะวันตกจะยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรที่บังคับใช้กับรัสเซียและบริษัทรัสเซีย ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดระหว่างรัสเซียและชาติตะวันตก หลังจากราคาพลังงานในภูมิภาคพุ่งสูงขึ้น

สำนักข่าวอินเตอร์แฟ็กซ์ของทางการรัสเซียเปิดเผยถ้อยแถลงของนายเปสคอฟว่า มาตรการคว่ำบาตรของชาติตะวันตกเป็นสาเหตุให้เกิดปัญหาด้านการซ่อมบำรุงอุปกรณ์ จนทำให้ต้องปิดท่อส่งก๊าซตลอดช่วงหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนอร์ดสตรีม 1 เป็นท่อส่งก๊าซหลักที่เชื่อมระหว่างรัสเซียและยุโรปตะวันตก

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่ารัสเซียจะกลับมาจัดส่งก๊าซให้ยุโรปดังเดิมหรือไม่ หากตะวันตกยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย นายเปสคอฟตอบว่า "แน่นอน" พร้อมกล่าวว่า มาตรการคว่ำบาตรเหล่านั้นก่อให้เกิดสถานการณ์ที่เห็นกันอยู่ในปัจจุบัน

นายเปสคอฟกล่าวว่า การระงับจัดส่งก๊าซในปัจจุบันเกิดจากความบกพร่องของหน่วยปฏิบัติการแห่งสุดท้ายของท่อส่งก๊าซนอร์ดสตรีม 1 ขณะที่หน่วยปฏิบัติการที่เหลือถูกระงับการดำเนินไปก่อนหน้านี้ เพราะปัญหาเรื่องการซ่อมบำรุง

ก่อนหน้านี้ รัสเซียอ้างว่าปัญหาเรื่องการจัดส่งก๊าซให้ยุโรปนั้นเกิดจากความล่าช้าในการส่งคืนใบพัดสูบก๊าซที่มีการซ่อมแซมในแคนาดา โดยการส่งมอบชิ้นส่วนดังกล่าวมีความล่าช้า เพราะมาตรการคว่ำบาตรของนานาประเทศ

หนังสือพิมพ์คอมเมอร์แซนต์ (Kommersant) ซึ่งเป็นหนังสือพิมพ์ธุรกิจของรัสเซียรายงานโดยอ้างอิงข้อมูลจากแหล่งข่าวว่า รัสเซียจะไม่กลับมาจัดส่งก๊าซผ่านท่อนอร์ดสตรีม 1 ให้กับยุโรปในอนาคตอันใกล้นี้

ทั้งนี้ ก่อนเกิดเหตุรัสเซียรุกรานยูเครนในเดือนก.พ.ที่ผ่านมา ก๊าซจากรัสเซียคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 40% ของการนำเข้าก๊าซทั้งหมดของยุโรป

นายฮาร์ดีพ สิงห์ ปุรี รัฐมนตรีกระทรวงปิโตรเลียมและก๊าซธรรมชาติของอินเดียเปิดเผยเมื่อวานนี้ (5 ก.ย.) ว่า อินเดียจะประเมินว่าควรสนับสนุนข้อเสนอของกลุ่ม G7 ในการกำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซียหรือไม่

นายปุรีเปิดเผยกับสำนักข่าวซีเอ็นบีซีในงานแก๊ซเทค 2022 ที่กรุงมิลาน ประเทศอิตาลีว่า "หลาย ๆ เรื่องยังคงอยู่ในขั้นตอนการพูดคุยเนื่องจากมีปัจจัยต่าง ๆ จำนวนมาก"

นายปุรีกล่าวว่า เศรษฐกิจโลกยังคงอยู่ในช่วงการปรับตัวตามผลกระทบที่เกิดจากโรคโควิด-19 และเหตุการณ์รัสเซียบุกยูเครน พร้อมเสริมว่า ขณะนี้ยังไม่ชัดเจนว่าประเทศใดบ้างจะทำตามข้อเสนอของกลุ่ม G7 ที่จะกำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซีย และไม่เป็นที่แน่ชัดว่าข้อเสนอดังกล่าวจะส่งผลต่อตลาดพลังงานอย่างไรบ้าง

อนึ่ง รัฐมนตรีคลังของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำทั้ง 7 หรือ G7 เห็นพ้องกันในการประชุมเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (2 ก.ย.) เพื่อกำหนดเพดานราคาน้ำมันของรัสเซีย โดยข้อเสนอดังกล่าวเป็นไปเพื่อบั่นทอนฐานะทางการคลังของรัสเซีย โดยมิให้นำรายได้ไปสนับสนุนการทำสงครามกับยูเครน นอกจากนี้ยังมีวัตถุประสงค์เพื่อสกัดการพุ่งขึ้นของราคาพลังงานในตลาดโลก และคลายความกดดันต่อเงินเฟ้อ เพื่อการปกป้องผู้บริโภคได้ดียิ่งขึ้น

นายปุรีกล่าวว่า อินเดียใช้น้ำมันราว 5 ล้านบาร์เรลต่อวัน และน้ำมันส่วนใหญ่มาจากอิรัก, ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทั้งนี้ นายปุรีกล่าวว่า อินเดียนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพียง 0.2% เท่านั้นในช่วงสิ้นเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา แม้บางคนจะวิจารณ์ว่า อินเดียนำเข้าน้ำมันจากรัสเซียเพิ่มขึ้นหลังรัสเซียบุกยูเครนก็ตาม

ในขณะที่ผู้เชี่ยวชาญคาดว่าราคาน้ำมันในสหรัฐจะยังคงลดลงต่อไป ขณะที่ชาวอเมริกันทำการประหยัดพลังงาน และลดการขับขี่รถยนต์ หลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้

นอกจากนี้ วันหยุดเนื่องในวันแรงงานสหรัฐในเมื่อวานนี้ ถือเป็นการสิ้นสุดฤดูกาลขับขี่รถยนต์ในช่วงฤดูร้อนของสหรัฐ

ทั้งนี้ ราคาน้ำมันในสหรัฐได้ลดลงอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ที่ราคาเฉลี่ยของน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วของสหรัฐพุ่งแตะ 5.02 ดอลลาร์/แกลลอนในวันที่ 14 มิ.ย. ขณะที่ราคาล่าสุดในวันนี้อยู่ที่ระดับ 3.79 ดอลลาร์/แกลลอน

"ผมคิดว่าราคาน้ำมันจะยังคงปรับตัวลงต่อไป โดยราคาน้ำมันเบนซินจะลดลงขณะเข้าสู่ช่วงฤดูใบไม้ร่วง ซึ่งราคาเฉลี่ยทั่วประเทศน่าจะแตะ 3.49 ดอลลาร์ในช่วงเทศกาลฮาโลวีนและเทศกาลขอบคุณพระเจ้า หรืออาจดิ่งลงแตะ 3.29 ดอลลาร์ หากไม่เกิดพายุเฮอริเคน หรือไม่มีปัญหาเกี่ยวกับโรงกลั่น" นายแพทริก เดอฮาน หัวหน้าฝ่ายวิเคราะห์ปิโตรเลียมของบริษัท GasBuddy กล่าว

นอกจากนี้ ราคาน้ำมันยังถูกกดดันจากความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และมาตรการล็อกดาวน์เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19

เมืองเซินเจิ้น ซึ่งเป็นศูนย์กลางทางเทคโนโลยีของจีนประกาศว่าจะเริ่มใช้มาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 แบบเป็นขั้นเป็นตอนในเมื่อวานนี้ ในขณะที่เมืองเฉิงตู ทางตะวันตกเฉียงใต้ของจีน ประกาศขยายเวลาใช้มาตรการล็อกดาวน์ ในขณะที่จีนกำลังเผชิญกับการระบาดครั้งใหม่

เมืองเซินเจิ้นซึ่งประกาศล็อกดาวน์เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา ได้ประกาศการตรวจเชื้อโควิด-19 รอบใหม่ พร้อมให้คำมั่นว่าจะจัดสรรทรัพยากรที่มีอยู่ทั้งหมด ระดมกำลังทั้งหมด และใช้มาตรการทั้งหมดที่เป็นไปได้ เพื่อขจัดการแพร่ระบาดให้หมดไป

ส่วนที่เมืองเฉิงตูซึ่งมีประชาชน 21 ล้านคนอยู่ภายใต้มาตรการล็อกดาวน์ตั้งแต่เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 1 ก.ย.นั้น ได้ประกาศขยายเวลาล็อกดาวน์ในพื้นที่เกือบทั้งหมดของเมือง และจะเริ่มปูพรมตรวจเชื้อตั้งแต่วันจันทร์ถึงวันพุธนี้ (5 ก.ย.-7 ก.ย.)

ทั้งนี้ จีนยังคงปฏิบัติตามนโยบายโควิดเป็นศูนย์ (Zero COVID) อย่างเคร่งครัด แม้ว่าประเทศอื่น ๆ จะเริ่มคลายมาตรการคุ้มเข้มลงและเลือกที่จะใช้ชีวิตอยู่กับร่วมกับโรคโควิด-19 แล้วก็ตาม ด้วยเหตุนี้ การระบาดครั้งใหม่จึงกลายเป็นความเสี่ยงอย่างมีนัยสำคัญต่อเศรษฐกิจของจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก

ข้อมูลจากไฉซิน ซึ่งเป็นนิตยสารการเงินของจีนระบุว่า ปัจจุบัน 33 เมืองของจีนได้ประกาศใช้มาตรการล็อกดาวน์บางส่วนหรือทั้งหมด ซึ่งส่งผลกระทบต่อประชาชนกว่า 65 ล้านคน

เมืองกุ้ยหยาง ซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลกุ้ยโจว ประกาศล็อกดาวน์พื้นที่ส่วนใหญ่เพื่อสกัดการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ เทศบาลเมืองกุ้ยหยางสั่งล็อกดาวน์ชุมชนใน 6 เขตจากทั้งหมด 10 เขตเป็นเวลา 4 วันจนถึงวันพฤหัสบดีที่ 8 ก.ย. โดยประชาชนใน 6 เขตที่ถูกล็อกดาวน์นั้นจะได้รับอนุญาตให้ออกจากบ้านก็ต่อเมื่อไปรับการตรวจเชื้อโควิด-19 เท่านั้น และการบริการรถแท็กซี่ทั้งหมดจะหยุดให้บริการ

เมืองกุ้ยหยางรายงานพบผู้ติดเชื้อโควิด-19 รายใหม่จำนวน 132 รายเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา (5 ก.ย.) ซึ่งเพิ่มขึ้น 28 รายจากวันอาทิตย์ โดยกุ้ยหยางมีประชาชนอาศัยอยู่ประมาณ 6.1 ล้านคน และเป็นที่ตั้งของบริษัทผลิตรถยนต์หลายแห่งซึ่งรวมถึงบริษัทจีลี ออโตโมบิล โฮลดิ้งส์

การล็อกดาวน์เมืองกุ้ยหยางมีขึ้นในขณะที่เมืองเฉิงตูซึ่งเป็นเมืองหลวงของมณฑลเสฉวน ประกาศขยายเวลาการล็อกดาวน์ออกไปจนถึงวันพุธที่ 7 ก.ย. เพื่อดำเนินการตรวจเชื้อโควิด-19 ครั้งใหญ่ให้กับประชาชน

ทั้งนี้ จีนยังคงยึดมั่นในนโยบายโควิดเป็นศูนย์ตามแนวทางของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง แม้ว่าการใช้มาตรการล็อกดาวน์จะส่งผลกระทบต่อภาคส่วนต่าง ๆ ในระบบเศรษฐกิจของจีนก็ตาม โดยล่าสุดผลสำรวจของไฉซินระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนส.ค.ของจีนปรับตัวลงสู่ระดับ 49.5 จากระดับ 50.4 ในเดือนก.ค. โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตปรับตัวลงติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 เนื่องจากผลกระทบของมาตรการล็อกดาวน์

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย