ราคา Bitcoin วันนี้: อ่อนแอที่ $75k หลังทําจุดต่ําสุดในรอบ 15 เดือน
เราไปดูผลกระทบที่มีต่อตลาดสกุลเงินต่างประเทศจากการร่วงลงของราคาน้ำมันในวันนี้กันครับ
ทำไมราคาน้ำมันถึงได้ร่วงลงอย่างหนัก ซึ่งราคาน้ำมันได้มีการร่วงลงมาตั้งแต่เมื่อคืนนี้แล้วครับ ก่อนที่จะร่วงลงอย่างต่อเนื่องอีกครั้งในวันนี้
สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 5% วันอังคาร (30 ส.ค.) เนื่องจากนักลงทุนกังวลว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางทั่วโลกอาจส่งผลให้ความต้องการใช้น้ำมันชะลอตัวลง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากข่าวที่ว่า อิรักพร้อมที่จะเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบไปยังยุโรป
ทั้งนี้ สัญญาน้ำมันดิบ WTI ส่งมอบเดือนต.ค. ร่วงลง 5.37 ดอลลาร์ หรือ 5.5% ปิดที่ 91.64 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.
ส่วนสัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ (BRENT) ส่งมอบเดือนต.ค. ดิ่งลง 5.78 ดอลลาร์ หรือ 5.5% ปิดที่ 99.31 ดอลลาร์/บาร์เรล ซึ่งเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.
สัญญาน้ำมันดิบร่วงลงอย่างหนัก ท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับความต้องการใช้น้ำมันที่มีแนวโน้มชะลอตัวลง หลังจากธนาคารกลางทั่วโลก ซึ่งรวมถึงธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) และธนาคารกลางยุโรป (ECB) ส่งสัญญาณเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
สำหรับข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่มีการเปิดเผยเมื่อคืนนี้ สำนักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสำรวจการเปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็นมาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน เพิ่มขึ้น 200,000 ตำแหน่ง สู่ระดับ 11.24 ล้านตำแหน่งในเดือนก.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 10.3 ล้านตำแหน่ง ส่วนอัตราการเปิดรับสมัครงานดีดตัวสู่ระดับ 6.9%
ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS เป็นข้อมูลที่เฟดให้ความสนใจ โดยมองว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงินและอัตราดอกเบี้ยของเฟด
ขณะที่ผลสำรวจของ Conference Board ซึ่งเป็นสถาบันวิจัยเศรษฐกิจระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐดีดตัวขึ้นสู่ระดับ 103.2 ในเดือนส.ค. สูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 97.7 จากระดับ 95.3 ในเดือนก.ค.
ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐเป็นการสำรวจมุมมองของผู้บริโภค, ความเชื่อมั่นต่อสภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบัน และในช่วง 6 เดือนข้างหน้า, สถานะการเงินส่วนบุคคล และการจ้างงาน
ทั้งนี้ นักลงทุนกังวลว่าข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐอาจทำให้เฟดเร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย โดยล่าสุด FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า ขณะนี้นักลงทุนให้น้ำหนักมากถึง 76.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% สู่ระดับ 3.00-3.25% ในการประชุมวันที่ 20-21 ก.ย. และให้น้ำหนักเพียง 23.5% ที่เฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50%
ในขณะที่สกุลเงินยูโรปรับตัวต่ำกว่า 1 ดอลลาร์ในวันนี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในยุโรปจากวิกฤตพลังงาน และการที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อ
ณ เวลา 19.08 น.ตามเวลาไทย ยูโรอ่อนค่า 0.18% สู่ระดับ 0.999 ดอลลาร์ และมีแนวโน้มปรับตัวลงเป็นเดือนที่ 3
ก๊าซพรอม (Gazprom) บริษัทพลังงานรายใหญ่ของรัสเซียได้ทำการระงับจัดส่งก๊าซไปยังเยอรมนี ผ่านท่อส่งนอร์ด สตรีม 1 เพื่อซ่อมบำรุงอุปกรณ์เป็นเวลา 3 วันตั้งแต่วันนี้ (31 ส.ค.) ซึ่งเพิ่มความตึงเครียดให้กับตลาดไฟฟ้ามากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ ทางก๊าซพรอมระบุว่า งานซ่อมบำรุงที่สถานีอัดก๊าซนั้นถือเป็นเรื่องจำเป็น โดยต้องดำเนินการเช่นนี้ทุก ๆ 1,000 ชั่วโมงของการดำเนินงาน
เอ็นต์ซอก (Entsog) ผู้ดำเนินการของท่อส่งก๊าซนอร์ด สตรีม 1 ประกาศว่า การส่งก๊าซยุติลงก่อนเวลา 13.00 น.ของวันนี้ตามเวลาในไทยเล็กน้อย
อย่างไรก็ตาม นายเคลาส์ มึลเลอร์ หัวหน้าสำนักงานเครือข่ายรัฐบาลกลางเยอรมนีระบุว่า การระงับจัดส่งก๊าซครั้งนี้เป็นการตัดสินใจที่ยากเกินกว่าจะเข้าใจได้ พร้อมเตือนว่าเป็นไปได้ที่รัสเซียจะใช้เรื่องดังกล่าวเป็นข้ออ้างในการใช้พลังงานเป็นอาวุธทางการเมือง
อย่างไรก็ดี หลายฝ่ายวิตกว่าก๊าซพรอมอาจไม่กลับมาเปิดท่อส่งก๊าซหลังเสร็จสิ้นการซ่อมบำรุงในวันที่ 2 ก.ย. โดยเป็นมาตรการของรัสเซียเพื่อกดดันให้ยุโรปลดการสนับสนุนยูเครนในการทำสงครามกับรัสเซีย
การปิดท่อส่งก๊าซดังกล่าวจะส่งผลให้ยุโรปเผชิญวิกฤตพลังงาน ซึ่งจะทำให้ราคาก๊าซพุ่งขึ้น และเงินเฟ้อดีดตัวขึ้น ขณะที่เศรษฐกิจเผชิญภาวะถดถอย
นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า ECB จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมวันที่ 8 ก.ย.เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเป็นประวัติการณ์
"เงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นจะกดดันอุปสงค์ ฉุดการขยายตัวทางเศรษฐกิจ และส่งผลให้เศรษฐกิจยูโรโซนเข้าสู่ภาวะถดถอยในฤดูหนาวนี้" นายริคคาร์โด มาร์เซลลี ฟาบิอานี นักวิเคราะห์จากออกซ์ฟอร์ด อิโคโนมิคส์ กล่าว
นายมาดิส มูลเลอร์ ประธานธนาคารกลางเอสโทเนีย กล่าวว่า ECB ควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ในการประชุมนโยบายการเงินในวันที่ 8 ก.ย.เพื่อสกัดเงินเฟ้อที่พุ่งสูงในขณะนี้
"ผมคิดว่าการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.75% ควรเป็นตัวเลือกหนึ่งในการประชุมเดือนก.ย. เนื่องจากแนวโน้มเงินเฟ้อยังคงไม่ดีขึ้น" นายมูลเลอร์กล่าว
นายมูลเลอร์ระบุว่า ECB ควรเข้มงวดในการใช้นโยบายการเงิน เนื่องจากเงินเฟ้อยังคงมีแนวโน้มพุ่งขึ้นต่อไป และขณะนี้อยู่สูงกว่าเป้าหมายที่ 2% ของ ECB ถึงกว่า 4 เท่า
ทางด้านนางอิสซาเบล ชนาเบล กรรมการ ECB ระบุเช่นกันว่า ECB ควรจะใช้นโยบายการเงินอย่างเข้มงวดเพื่อสกัดเงินเฟ้อ และปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยไม่น้อยกว่า 0.50% ในเดือนก.ย. แม้ว่าการดำเนินการดังกล่าวอาจส่งผลกระทบทำให้เศรษฐกิจเผชิญภาวะถดถอย
สำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ของยูโรโซนพุ่งขึ้นสู่ระดับ 9.1% ในเดือนส.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ที่ยูโรสแตทเริ่มรวบรวมข้อมูลดังกล่าวในปี 2540 และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ที่ระดับ 9.0% จากระดับ 8.9% ในเดือนก.ค.
นอกจากนี้ ดัชนี CPI ยังสูงกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อที่ ECB กำหนดไว้ที่ระดับ 2%
ทั้งนี้ ดัชนี CPI ของยูโรโซนทำสถิติปรับตัวขึ้นติดต่อกัน 9 เดือน โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของราคาอาหารและพลังงาน ขณะที่ได้รับผลกระทบจากคลื่นความร้อนที่แผ่กระจายไปทั่วยุโรป รวมทั้งการทำสงครามระหว่างรัสเซียและยูเครน
ส่วนดัชนี CPI พื้นฐาน ซึ่งไม่รวมหมวดอาหารและพลังงาน และเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่ ECB ให้ความสำคัญ ดีดตัวสู่ระดับ 5.5% ในเดือนส.ค. จากระดับ 5.1% ในเดือนก.ค.
ทางด้านของสกุลเงินปอนด์ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบมากกว่า 2 ปี เนื่องจากวิกฤตพลังงานทำให้เกิดความวิตกเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจถดถอยครั้งใหม่ในอังกฤษ ขณะที่นักเศรษฐศาสตร์ของโกลด์แมน แซคส์เตือนว่า ภาวะเงินเฟ้อในอังกฤษอาจสูงเกิน 20% ในต้นปีหน้า หากราคาก๊าซยังคงพุ่งขึ้น
ผลสำรวจบ่งชี้ว่า ธุรกิจในภาคบริการของอังกฤษรายงานต้นทุนที่เพิ่มขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ และมีมุมมองเชิงลบในอนาคต เนื่องจากภาวะเงินเฟ้อมีแนวโน้มทำให้อุปสงค์ลดลงอีก
นอกจากนี้ ตลาดยังไดัรับแรงกดดันหลังจาก SOMO ซึ่งเป็นบริษัทของรัฐบาลอิรักแถลงว่า ทางบริษัทพร้อมที่จะเพิ่มการส่งออกน้ำมันดิบไปยังยุโรป หากมีความจำเป็น
แหล่งข่าวระบุว่า SOMO ได้เพิ่มการส่งออกน้ำมันไปยังยุโรปตั้งแต่เดือนมิ.ย. หลังจากที่บางประเทศในเอเชีย เช่น จีนและอินเดีย ได้หันไปซื้อน้ำมันราคาถูกจากรัสเซีย ขณะที่ยุโรปคว่ำบาตรน้ำมันจากรัสเซีย หลังจากที่รัสเซียส่งกำลังทหารบุกโจมตียูเครนในเดือนก.พ.
นักลงทุนจับตาการประชุมของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร หรือโอเปกพลัส ในวันที่ 5 ก.ย.นี้
นอกจากนี้ นักลงทุนยังรอดูตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานของสหรัฐ (EIA) ในวันนี้ เวลา 21.30 น.ตามเวลาไทย ขณะที่นักวิเคราะห์ในโพลสำรวจของเอสแอนด์พี โกลบอล คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบสหรัฐจะลดลง 1.9 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 26 ส.ค. และคาดว่าสต็อกน้ำมันเบนซินจะลดลงราว 1.3 ล้านบาร์เรล
และนี่ก็คือผลกระทบต่อตลาดสกุลเงินต่างประเทศจากการร่วงลงของราคาน้ำมันในวันนี้ครับ!!!
