PBOC ซื้อทองคำต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 16 ท่ามกลางความวุ่นวายในตะวันออกกลาง
สรุป หลังจากวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาทองคําปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.27 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่ 22 ก.ค. บริเวณ 2.902% ในวันพฤหัสบดี หลังตัวเลขเงินเฟ้อจากดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) และดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) สหรัฐชะลอตัวลงเกินคาด ขณะที่ในวันนี้ราคาทองคําระหว่างวันเคลื่อนไหวลักษณะ downtrend หรือทิศทางขาลงในกรอบ 1,774,92-1,802.39 ดอลลาร์ต่อ ออนซ์ โดยได้รับแรงกดดันหลักมาจากการแข็งค่าของดัชนีดอลลาร์ แข็งค่าขึ้น 0.60% แตะที่ระดับ 106.26 ณ 17.00น. ตามเวลาไทย ประกอบกับ ผลสํารวจนัก เศรษฐศาสตร์ของบลูมเบิร์กเปิดเผยว่า ความเสี่ยงที่เศรษฐกิจยูโรโซนจะถดถอยพุ่งแตะระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2563 เนื่องจากการขาดแคลนพลังงาน หลังเยอรมนี้ซึ่งเป็นประเทศเศรษฐกิจใหญ่ที่สุดในยุโรป ได้รับผลกระทบจากการลดการส่งก๊าซธรรมชาติของรัสเซียเป็นอย่างมาก ส่งผลต่อเนื่องให้เงินเฟ้อที่สูง เป็นประวัติการณ์อยู่แล้วสูงขึ้นไปอีก ปัจจัยดังกล่าวทําให้สกลุเงินยูโรอ่อนค่าลงมา หนุนดอลลาร์ให้แข็งค่าขึ้น และกลับมาเป็นปัจจัยกดดันทองคํา อีกทั้งราคา น้ํามันดิบยังได้ร่วงลงแรงกว่า 4% ทั้งสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI และ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันเบรนท์ณ 17.00น. ตามเวลาไทย
ปัจจัยทั้งหมดนี้ได้เข้ามาบดบังปัจจัยบวกทองคําอย่างความ ตึงเครียดจากที่กองทัพจีนได้เปิดปฏิบัติการซ้อมรบใกล้เกาะไต้หวันรอบใหม่ในวันนี้ หลังคณะผู้แทนฯสหรัฐเดินทางเยือนกรุงไทเป และพบปะกับประธานาธิบดีใช่ อิงเหวิน คืนนี้ติดตามการเปิดเผยดัชนีภาวะธุรกิจโดยรวม และดัชนีตลาดที่อยู่อาศัย NAHB รวมถึงถ้อยแถลงของนายคริสโตเฟอร์ วอลเลอร์ คณะผู้ว่าการเฟต
คําแนะนํา เปิดสถานะซื้อ $1,771-1,782
จุดทํากําไร ขายเพื่อทํากําไร $1,807-1,802
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะซื้อหากผ่าน $1,754
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
