ราคา Bitcoin วันนี้: อ่อนแอที่ $75k หลังทําจุดต่ําสุดในรอบ 15 เดือน
Headline Inflation July 2022
Actual: 7.61% Previous: 7.66%
KTBGM: 7.73% Consensus: 8.00%
-
กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปเดือนกรกฎาคม ชะลอลงจากเดือนก่อนหน้า สู่ระดับ 7.61% จากราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่ปรับตัวลดลง ขณะที่ราคาอาหารยังคงปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่องตามสภาพอากาศที่แปรปรวนและการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น
-
ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์มองว่า เงินเฟ้อในเดือนสิงหาคม ยังมีแนวโน้มอยู่ในระดับสูง จากการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นไปยังราคาสินค้าและบริการ กอปรกับการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยก็มีส่วนหนุนให้เงินเฟ้อปรับตัวขึ้นได้ อย่างไรก็ดี แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกอาจกดดันราคาสินค้าพลังงานและอาจช่วยลดทอนแรงส่งต่อเงินเฟ้อได้
-
เราคงมองว่า คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะทยอยปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย โดยอาจจะเริ่มขึ้นดอกเบี้ย 0.25% ในการประชุมเดือนสิงหาคม หลังแรงกดดันเงินเฟ้อยังคงมีอยู่ สะท้อนผ่านเงินเฟ้อพื้นฐานที่เร่งตัวขึ้น แต่การขึ้นดอกเบี้ยจะสามารถค่อยเป็นค่อยไปได้ ตราบเท่าที่เงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นมากกว่าที่ กนง. คาดการณ์ไว้
-
แนวโน้มเงินเฟ้อที่อยู่ในระดับสูงและโมเมนตัมการฟื้นตัวเศรษฐกิจที่ดีขึ้น ทำให้เราคงมุมมองเดิมว่า กนง. สามารถทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ 2 ครั้งในปีนี้ สู่ระดับ 1.00% อย่างไรก็ดี ควรติดตามมุมมองของ กนง. ต่อแนวโน้มเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในการประชุมเดือนสิงหาคมอย่างใกล้ชิด เพราะแรงกดดันให้ กนง. เร่งขึ้นดอกเบี้ยอาจยังมีอยู่ หากคาดการณ์เงินเฟ้อระยะกลางเร่งขึ้นมากกว่าคาด
กระทรวงพาณิชย์รายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอยู่ที่ระดับ 7.61% ชะลอลงเล็กน้อย จากระดับ 7.66% ในเดือนมิถุนายน
-
กระทรวงพาณิชย์รายงานดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) เดือนล่าสุด ลดลง -0.16% จากเดือนก่อนหน้า ชะลอลงจากที่ปรับตัวขึ้นราว +0.90% กดดันโดยการปรับตัวลดลงหนักของราคาน้ำมันเชื้อเพลิงราว -6.63% ส่วนสินค้าหมวดอื่นๆ ทยอยปรับตัวขึ้นตามแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ส่วนราคาสินค้าหมวดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์ก็เพิ่มขึ้นต่อเนื่องในอัตราเร่งขึ้น +1.25% จากผลกระทบของสภาพอากาศที่แปรปรวน ขณะเดียวกันการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้นก็หนุนให้ ราคาอาหารในบ้านและนอกบ้านต่างปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง
-
เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน เงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงสู่ระดับ 7.61% จาก 7.66% ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยหนุนยังคงเป็นราคาสินค้าพลังงานและราคาหมวดอาหารที่อยู่ในระดับสูงกว่า 7% จากปีก่อนหน้า ตามราคาน้ำมันดิบในตลาดโลก รวมถึงการส่งผ่านต้นทุนที่สูงขึ้น
-
กระทรวงพาณิชย์ มองว่า อัตราเงินเฟ้อทั่วไปในเดือนสิงหาคมยังคงขยายตัวต่อเนื่อง ตามการส่งผ่านของต้นทุนที่สูงขึ้น รวมถึงการทยอยฟื้นตัวของเศรษฐกิจก็มีส่วนช่วยหนุนเงินเฟ้อ ทั้งนี้ กระทรวงพาณิชย์มองว่า แรงกดดันเงินเฟ้ออาจเริ่มลดลง หากราคาสินค้าพลังงานเผชิญแรงกดดันจากความกังวลแนวโน้มเศรษฐกิจโลกชะลอตัว อนึ่ง กระทรวงพาณิชย์ได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อสู่ระดับ 5.5%-6.5% ในปีนี้ จากที่เคยมองไว้ที่ 4.0%-5.0%
แรงกดดันเงินเฟ้อไม่น่ากังวลมาก ทำให้ กนง. สามารถทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายได้ในการประชุมเดือนสิงหาคมนี้
-
เราประเมินว่า แรงกดดันเงินเฟ้อยังคงมีอยู่และเห็นการส่งผ่านต้นทุนที่เพิ่มมากขึ้น ดังจะเห็นได้จากการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อพื้นฐาน แต่โดยรวมแรงกดดันเงินเฟ้ออาจไม่น่ากังวลมาก โดยเฉพาะในกรณีที่ ราคาสินค้าพลังงานทยอยปรับตัวลดลงและอาจไม่ได้เร่งตัวขึ้นกลับไปทำนิวไฮใหม่ในปีนี้ ตามแนวโน้มการชะลอตัวลงอย่างชัดเจนของบรรดาเศรษฐกิจหลัก นอกจากนี้ แนวโน้มธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ เฟด ที่อาจจะไม่ได้เดินหน้าเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง (ขึ้นดอกเบี้ยกว่า 1.00% หรือ 0.75%) จะยิ่งลดแรงกดดันต่อการตัดสินใจนโยบายการเงินของคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ทำให้ เราคงมุมมองเดิมว่า กนง. จะ “ทยอยปรับขึ้น” อัตราดอกเบี้ยนโยบายสู่ระดับ 1.00% ได้ในปีนี้ โดยเริ่มการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก 0.25% ในการประชุมเดือนสิงหาคมและอีก 0.25% ในการประชุมเดือนพฤศจิกายน
-
อย่างไรก็ดี เรามองว่า หากโมเมนตัมการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยดีกว่าที่ กนง. คาดการณ์ไว้ รวมถึง กนง. เริ่มเห็นสัญญาณการเร่งตัวขึ้นของเงินเฟ้อ โดยเฉพาะ คาดการณ์เงินเฟ้อระยะปานกลาง 5 ปี ก็มีโอกาสที่คณะกรรมการ กนง. บางท่าน อาจสนับสนุนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยได้ โดยเราจะจับตาผลการประชุมของ กนง. ในเดือนสิงหาคมอย่างใกล้ชิด เพื่อประเมินมุมมองของ กนง. ต่อแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจและเงินเฟ้อ ทั้งนี้ เราประเมินว่า โอกาสที่จะเกิดภาพดังกล่าว อาจมีไม่มากนัก เพราะปัจจุบันแนวโน้มเศรษฐกิจหลักก็ชะลอตัวลงชัดเจนมากขึ้น จนเสี่ยงที่จะเข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession) ซึ่งก็อาจกระทบการฟื้นตัวเศรษฐกิจไทยผ่านการส่งออกและการท่องเที่ยวได้ แต่ก็ปฎิเสธไม่ได้ว่า ภาวะตลาดน้ำมันยังคงมีความตึงตัวอยู่ ทำให้ราคาน้ำมันอาจพุ่งสูงขึ้นได้อีกครั้ง หากปัญหาความขัดแย้งระหว่างรัสเซียกับฝั่งตะวันตกร้อนแรงขึ้น จนรัสเซียตอบโต้ด้วยการยุติการส่งออกพลังงานหรือลดกำลังการผลิตลง
