Bitcoin ปรับตัวขึ้นแต่ยังต่ำกว่า $67k ท่ามกลางความตึงเครียดอิหร่านกดดันความเสี่ยง
หากไม่รวมมูลค่าการซื้อขายของหุ้น TLI วานนี้ตลาดหุ้นไทยจะมีมูลค่าซื้อขายอยู่ที่ 4.74 หมื่นล้านบาท ต่ำสุดเป็นอันดับที่ 2 ของปี 2565 สะท้อนให้เห็นภาพการเข้าสู่ โหมด Wait & See ของตลาด เนื่องจากในช่วงวันหยุดยาวของเรา 28 – 31 ก.ค. 65 จะมีรายงานตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญของสหรัฐ ซึ่งได้แก่ การปรับขึ้นดอกเบี้ย ของ Fed และ GDP งวด 2Q65 ส่วนทิศทางโดยรวมหลังจากนั้น เชื่อว่าระดับแรง กดดันต่อตลาดหุ้นไทยน่าจะลดลง เฉพาะอย่างยิ่งหากสหรัฐฯรอดพ้นจากภาวะ Technical Recession โดยสัญญาณบวกอีกประการหนึ่งที่เห็นได้คือราคา Commodity ที่ปรับตัวลดลงในช่วงเดือน ก.ค.65 น่าจะทำให้ทิศทางเงินเฟ้อหลัง เดือน ส.ค.65 ค่อยๆ ปรับลดลง อีกทั้งการใช้นโยบายการเงินตึงตัวหลังจากนั้นก็ น่าจะลดความร้อนแรงลง ซึ่งเรื่องที่ดีสำหรับตลาดหุ้น
คาด SET Index เคลื่อนไหวในกรอบแคบช่วง 1560 +/- 10 จุด พอร์ตจำลองวาน นี้Cut Loss หุ้น BLA ออกไป ให้ซื้อกลับด้วยน้ำหนัก 10% เท่าเดิม พร้อมลดเงิน สด 5% เหลือ 10% เข้าซื้อ PYLON หุ้น Top Pick เลือก BLA, KTB และ PYLON
เดือน ก.ค. COMMODITY เริ่มปรับตัวลงคาดเห็นเงินเฟ้อลดลงในอนาคต
ตั้งแต่ต้นเดือน ก.ค. เริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวลดลงของราคาสินค้าโภคภัณฑ์ (Commodity) อาทิ Cotton กากถั่วเหลือง ถั่วเหลือง ยางแท่ง ยางแผ่นและน้ำมันดิบ ซึ่ง เกิดจากSupply Shortage ที่ขาดแคลนในช่วงก่อนหน้านี้จากภาวะสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่มีการคว่ำบาตรสินค้าหลายชนิด ซึ่งปัจจุบันได้ที่มีการจัดหาทรัพยากรทดแทนได้เพิ่มมาก ขึ้น ขณะที่ฝั่ง Demand เองยังชะลอตัวในหลายประเทศ จากความกังวลเรื่องการแพร่ ระบาดของ COVID-19 และฝีดาษลิง บวกกับอัตราเงินเฟ้อในปัจจุบันทำให้ราคาสินค้า ต่างๆ แพงขึ้นอย่างมีนัยฯ
นอกจากนี้ประเด็นสงครามยูเครน-รัสเซียดูคลี่คลายลงบ้าง หลังรัสเซียและยูเครนได้ลง นามในข้อตกลงส่งออกธัญพืชในวันศุกร์ที่ผ่านมา (22ก.ค.65) ซึ่งจะช่วยผ่อนคลายวิกฤต อาหารทั่วโลก ข้อตกลงฉบับนี้จะช่วยฟื้นฟูการส่งออกธัญพืชจากยูเครนและรัสเซีย ซึ่งต่างก็ เป็นผู้ส่งออกข้าวสาลี ข้าวโพด น้ำมันพืช และปุ๋ยรายใหญ่ของโลก รวมทั้งช่วยคลี่คลาย ปัญหาห่วงโซ่อุปทานทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวหนุนให้ราคา Soft Commodity ปรับตัวลงอีกแรง โดยฝ่ายวิจัยฯประเมินว่าทิศทางราคา Commodity ต่างๆ ในช่วงเวลาที่เหลือของปี 2565 น่าจะอยู่ในทิศทางขาลงต่อไป
ราคา Commodity ที่ปรับตัวลดลง คาดส่งผลกระทบต่ออัตราเงินเฟ้อทั่วโลกให้ปรับตัวลง ได้โดยคาดจะมี Time Lack ราว 2-3 เดือน เนื่องจากต้องมีระยะเวลาให้ผู้ประกอบการ บริหารจัดการสินค้าคงเหลือที่มีอยู่ โดยฝ่ายวิจัยฯ ประเมินว่า อัตราเงินเฟ้อของไทยจะขึ้น ไปทำจุดสูงสุด +10%YoY ในเดือน ส.ค.65 (กำหนดให้ CPI เพิ่มขึ้นในอัตราเพียง 0.92% ต่อเดือน) แล้วค่อยทยอยลดลงหลังจากนั้น
สรุปคือ ราคา Commodity มีทิศทางเป็นขาลง คาดหนุนให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัว ลดลงได้ใน 2-3 เดือนข้างหน้า ถือเป็น Sentiment ดีต่อเศรษฐกิจ และตลาดหุ้นใน ระยะกลาง-ยาว โดยวันนี้คาดกรอบ SET Index อยู่ที่ 1550-1570 จุด
หุ้น IPO ใหม่ไม่เข้า SET50 FAST TRACK รอลุ้นอีกที 2H66แนะ BLA TIDLOR
วานนี้หุ้นประกันขนาดใหญ่ที่ราคาปิด 15.9 บาท มี Market Cap 1.82 แสนล้านบาท ซึ่ง ไม่ผ่านเกณฑ์เข้าคำนวณ SET50 แบบ Fast Track ทั้ง 2 ข้อ ดังนี้
1. Market Cap ที่ราคาปิด 1.82 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 0.97% ของตลาด (ตกเกณฑ์ > 1%ของ Market Cap ของ SET)
2. Market Cap น้อยกว่าอันดับที่ 20 อย่าง CPF ที่ 2.17 แสนล้านบาท (ตกเกณฑ์ ใหญ่ติดอันดับ 1 ใน 20)
“ที่สำคัญการไม่ผ่านเกณฑ์ FAST TRACK ในครั้งนี้ จะมีโอกาสเข้ารอบถัดไปได้เริ่มที่ รอบ 2H66 เลย” เนื่องจากต้องใช้ข้อมูลอย่างน้อย 6 เดือนในการคำนวณเกณฑ์สภาพ คล่อง ทำให้ไม่มีข้อมูลเพียงพอในการคำนวณรอบ 1H66 หรือรอบถัดไป
ในอีกมุมหนึ่งหากไปดูหุ้นที่ถูกกดดันจากการปรับพอร์ตเพื่อรองรับหุ้นขนาดใหญ่เข้ามา เช่น ในระยะ 1 วันที่ผ่านมา BLA ปรับลงแรง -3.3% (SET +0.5%) ส่วนหนึ่งเกิดจากความ กังวลว่าจะหลุด SET50 และหากพิจารณาระยะ 1 เดือน พบว่า หุ้นที่ลงมาลึก โดยเฉพาะ ในอุตฯ FINCIAL อย่าง BLA -11.3% , TIDLOR -3.7% (SET -0.5%) น่าจะมีโอกาสรีบา วน์กลับได้สูงตามสถิติในอดีต หุ้นในกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสสร้าง Alpha (ผลตอบแทนชนะ ตลาดเทียบกับ SET50) เฉลี่ยได้สูงถึง 5.5% หลังจากหุ้น IPO ขนาดใหญ่เข้ามา 1 เดือนประเด็นดังกล่าวเพื่อคาดหวังการรีบาวน์กลับ แนะนำ BLA (ลงมาลึก และไม่หลุด SET50), TIDLOR (ถูกกดดันจากการปรับพอร์ตของกองทุนมานาน คาดกำไร 2Q65 จะเติบโตทั้ง QoQ และ YoY)
แม้ค่าเงินบาทชะลอการอ่อนบ้าง แต่มูลค่าซื้อขายยังเบาบาง กดดัน SET ขยับขึ้นได้จำกัด
หลังจากที่ค่าเงินบาทอ่อนค่าขึ้นมาเร็วจนในเดือนนี้เกือบไปแตะระดับ 37 บาท/เหรียญ ณ วันที่ 21 ก.ค. 65 หรืออ่อนค่าเพิ่มขึ้น 4.1%mtd การอ่อนค่าขึ้นมาเร็วจน Indicator ทาง เทคนิค หลายๆ ตัวเริ่มเข้าเขต Overbought เช่น MACD, RSI (สูงในระดับรอบ 20 ปี) บวก กับค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง จึงกดดันให้ค่าเงินบาทชะลอการอ่อนค่าในช่วงนี้ หนุนให้ Fund Flow มีการไหลกลับตลาดหุ้นไทยบ้างในช่วงสั้นๆ 4 วันทำการ มีมูลค่าซื้อสุทธิรวม 4.7 พันล้านบาท
แต่หากดูในมุมมูลค่าซื้อขายตลาหุ้นไทยในวานนี้ หากหักมูลค่าซื้อขายหุ้น IPO ใหม่ 1.03 หมื่นล้านบาทออก จะเหลือเพียง 4.74 หมื่นล้านบาท (ต่ำสุดเป็นอันดับ 2 ของปีนี้) เนื่องจากในสัปดาห์นี้ไทยจะมีวันหยุดยาว และนักลงทุนยังรอดูการรายงานตัวเลข เศรษฐกิจสำคัญในช่วงวันหยุดอย่าง การขึ้นดอกเบี้ยของ Fed (ตลาดคาดขึ้น 0.75%) และ การรายงานตัวเลข GDP งวด 2Q65 ว่าจะติดลบหรือไม่?
ประเด็นดังกล่าวน่าจะกดดันให้ SET Index ยังเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ 1550 – 1570 จุด ในช่วง 1 – 2 วันนี้ ส่วน Fund Flow ในสัปดาห์หน้า ด้วยส่วนต่างของ ดอกเบี้ยไทยสหรัฐที่กว้างขึ้นหลังวันหยุดยาว อาจกดดันให้ Fund Flow พลิกกลับมา ไหลออกอีกครั้งหนึ่งได้
กลยุทธ์การลงทุนแนะหุ้นผ่อนคลายจากประเด็นหุ้น IPO ขนาดใหญ่เข้ามา และได้แรง หนุนจากดอกเบี้ยกำลังเป็นขาขึ้น อย่าง KTB และ BLA รวมถึงหุ้นกำไรงวด 2Q65 ดี ราคายังไม่ขยับขึ้น อย่าง PYLON เป็น Top pick ในวันน
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities
