สกุลเงินเอเชียปรับตัวลดลงท่ามกลางราคาน้ำมันที่พุ่งสูง รูปีฟื้นตัวจากระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์
สรุป หลังจากราคาทองคําเมื่อคืนนี้ปิดพุ่งขึ้น 22.60 ตอลลาร์ต่อออนซ์ ทันทีที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.50% มากกว่าที่ตลาด ส่วนใหญ่คาดไว้ที่ 0.25% และเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งใหญ่ที่สุดนับตั้งแต่ปี 2000 นอกจากนี้ ECB ได้เปิดเผยเครื่องใหม่ที่เรียกว่า Transmission Protection Instrument (TPI) โดยจะดําเนินการเข้าซื้อพันธบัตรจากประเทศที่มีหนี้สินจํานวนมาก เช่น อิตาลี สถานการณ์ดังกล่าวหนุนเงินยูโรให้แข็งค่าแตะ ระดับสูงสุดในรอบกว่า 2 สัปดาห์ที่ 1.0275 จนเป็นปัจจัยหลักที่กดดันดัชนีดอลลาร์ให้ร่วงลง และกลับมาหนุนทองคํา ซึ่งภายหลังการทะยานขึ้นของทองคํา ในวันนี้ราคาช่วงเช้ามีการพักตัวและแกว่งตัวในลักษณะค่อยๆ sideway down ลงภายในกรอบ 1,712.50 -1,719.21 ดอลลาร์ต่อออนซ์ โดยมีปัจจัยกดดันมา จากสัญญาซื้อขายล่วงหน้าน้ำมันดิบ WTI ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 3% หลังมีรัสเซียกลับมาส่งก๊าซให้กับยุโรปผ่านทางท่อส่ง Nord Stream 1 ประกอบกับ ณ เวาล 11.55 น. ตามเวลาไทย ดัชนีดอลลาร์สลับกลับมาขึ้นแข็งค่าอยู่บริเวณ 107.00 และเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนนั้น ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นมาที่ 137.90 เยน หลังจากเงินเฟ้อญี่ปุ่น หรือ ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) พื้นฐาน พุ่งขึ้น 2.2% ในเดือนมิ.ย. เมื่อเทียบรายปี ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นสูงสุดในรอบกว่า 7 ปี และสูง กว่าระดับเป้าหมายเงินเฟ้อที่ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOI) กําหนดไว้ที่ 2% ติดต่อกันเป็นเดือนที่ 3 สําหรับวันนี้นักลงทุนรอติดตามตัวเลขทางเศรษฐกิจของ สหรัฐฯ ทั้งดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการบริการและภาคการผลิตเบื้องต้นของสหรัฐ
คําแนะนํา เปิดสถานะขาย $1,724-1,732
จุดทํากําไร ซื้อคืนทํากําไร $1,704-1,697
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,751
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
