OpenAI พิจารณาสัญญาใหม่กับ NATO หลังตกลงกับกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ
Investment Ideas:
ภาพรวมการลงทุน: คาด SET ยังมีปัจจัยเสี่ยงกดดัน - เราคาดว่า SET วันนี้ จะเคลื่อนไหวในกรอบ 1,5301,550 จุด คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ Sideway แต่การฟื้นตัวของ SET ยังมีปัจจัยจํากัด จากแรงขายหุ้น ในกลุ่มพลังงานต่อเนื่อง หลังราคาน้ํามันดิบยังคงปรับลดลง ประกอบกับภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแอ หลัง ตลาดพันธบัตรยังคงเกิดภาวะ inverted yield curve รวมไปถึงปัจจัยเสี่ยงจากสถานการณ์โควิด-19 ใน ประเทศและจีน ที่กลับมาแพร่ระบาดเพิ่มขึ้น ซึ่งจะเป็น Sentiment เชิงลบ เราแนะนําหุ้นในกลุ่ม Anti Commodity รวมไปถึงหุ้น Defensive ที่เรากลับมาให้น้ําหนักทั้งโรงพยาบาล และโรงไฟฟ้า • SET วานนี้ กลับมามีแรงซื้อในลักษณะ Technical Rebound หลังซึมซับปัจจัยลบไปมาก - SET วานนี้ปิดที่ 1,541.79 จุด เพิ่มขึ้น 0.49 จุด (+0.03%) มูลค่าการซื้อขาย 72,117.55 ล้านบาท (สูงสุด 1,546.84 จุด และ ต่ําสุด 1,530.43 จุด) โดย SET ผันผวนตลอดทั้งวัน โดยระหว่างวีนของการซื้อขาย SET ลงไปทําจุดต่ําสุดใหม่ ของปี 2565 ที่ 1,530 จุด แต่มีการฟื้นตัวในช่วงบ่าย ก่อนปิดตลาดในแดนบวกเล็กน้อย โดยเป็นการซื้อกลับ ลักษณะ Technical Rebound หลัง SET สะท้อนความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในช่วงที่ผ่านมาไปมากแล้ว อย่างไรก็ ตามการฟื้นตัวในระหว่างวันยังเป็นไปอย่างจํากัด จากความกังวลต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่อ่อนแอ โดยเฉพาะ เศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีสัญญาณการถอถอยที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการเกิด Inverted Yield Curve และการคาดหมาย GDP ในช่วง 2Q65 ที่หดตัวต่อเนื่องจาก 1Q65 • กลยุทธ์การลงทุน หุ้นในพอร์ต 40% หุ้นกลุ่ม Anti-commodity เริ่มกลับมาน่าสนใจ
- กลยุทธ์การลงทุน เรายังคงให้น้ําหนักการลงทุนในหุ้น 40% ของพอร์ต เราเพิ่มน้ําหนักการลงทุนหุ้นในกลุ่ม Defensive โดยเฉพาะ กลุ่มธุรกิจโรงไฟฟ้าอย่าง RATCH EGCOCKP BGRIM GPSC GULF และกลุ่มโรงพยาบาลที่กลับมาได้ ประโยชน์จากสถานการณ์โควิด-19 ที่กลับมาระบาดอีกครั้ง เราเลือก CHG BCH BH BDMS และแนะนําเก็ง กําไร ระยะสั้น หุ้น STGT เรากลับมาให้ความสนใจหุ้นในกลุ่ม Anti-Commodity อย่าง BJC OSP RBE BGRIM GPSC TOA PTG SUSCO GFPT EPG สัปดาห์นี้ติดตามรายงาน Non-farm Payroll และอัตราการว่างงานสหรัฐฯ - 7 ก.ค. : การเปลี่ยนแปลงใน การจ้างงานภาคนอกภาคเกษตรกรรมจาก ADP เดือน มิ.ย. (คาด 2 แสนตําแหน่ง) จํานวนคนที่ยื่นขอรับ สวัสดิการว่างงานครั้งแรก (คาด 2.3 แสนตําแหน่ง) รายงานปริมาณสํารองน้ํามันดิบ (คาดลดลง 5.69 แสน บาร์เรล) // 8 ก.ค. : การจ้างงานนอกภาคการเกษตร เดือน มิ.ย. (คาด 2.7 แสนตําแหน่ง) และอัตราการ ว่างงานเดือน มิ.ย. (คาดอยู่ที่ 3.6%)
รายงานเฟด ของการประชุมเดือน มิ.ย. ไม่มี Negative Surprise แต่ภาพรวมการลงทุนยังมีปัจจัยกดดันจาก เศรษฐกิจถดถอยทั่วโลก - คณะกรรมการเฟด เปิดเผยรายงานการประชุมเฟดประจําวันที่ 14-15 มิ.ย. วานนี้ โดยเนื้อหาสําคัญ ยังคงเป็นเรื่องของการใช้เครื่องมือทางการเงินเพื่อควบคุมเงินเฟ้อ โดยกรรมการเฟด ส่วนมากมีความเห็นตรงกันว่า การเดินหน้าปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพื่อสกัดเงินเฟ้อถือเป็นเรื่องที่เหมาะสม โดย มีแนวโน้มว่าเฟดอาจจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 50-75 bps ในการประชุมเดือน ก.ค. (26-27 ก.ค.) แม้ไม่มี สัญญาณเชิงลบเพิ่มเติม แต่การประชุมกรรมการเฟด ระหว่างวันที่ 26-27 ก.ค. ยังคงต้องติดตาม ไม่ใช่เพียง เรื่องของการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย แต่เป็นความเห็นของการทํา QT ที่เริ่มมาตั้งแต่เดือน มิ.ย. ที่ผ่านมา รวม ไปถึงการทํา QT และการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในระยะอันใกล้ อย่างไรก็ตามเราเชื่อว่าปัจจัยดังกล่าวจะยัง เป็นปัจจัยกดดันภาพรวมการลงทุน โดยเฉพาะในการที่ตลาดพันธบัตรสหรัฐฯ เกิด Inverted Yield Curve ซึ่งเป็นสัญญาณการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอย รายงานตัวเลขทางด้านเศรษฐกิจที่สําคัญ - สํานักงานสถิติของกระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยผลสํารวจการ เปิดรับสมัครงานและอัตราการหมุนเวียนของแรงงาน (JOLTS) พบว่า ตัวเลขการเปิดรับสมัครงาน ซึ่งเป็น มาตรวัดอุปสงค์ในตลาดแรงงาน ลดลง 427,000 ตําแหน่ง สู่ระดับ 11.3 ล้านตําแหน่ง ในเดือน พ.ค. แต่สูง กว่าที่ Market Consensus ประเมินไว้ที่ระดับ 11.0 ล้านตําแหน่ง ตัวเลขการจ้างงานทรงตัวที่ระดับ 6.5 ล้านตําแหน่ง ตัวเลขการลาออกจากงานโดยสมัครใจอยู่ที่ระดับ 4.3 ล้านราย ส่วนตัวเลขปลดออกจากงานอยู่ ที่ระดับ 1.4 ล้านราย ทั้งนี้ ตัวเลข JOLTS นับเป็นข้อมูลที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ให้ความสนใจ โดยมอง ว่าเป็นมาตรวัดภาวะตึงตัวในตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นปัจจัยในการพิจารณานโยบายการเงิน และอัตราดอกเบี้ย ของเฟด
ปัจจัยทางเทคนิค - หุ้นแนะนํา ได้แก่ G BAFS (แนวต้าน 29.00-29.50 / แนวรับ 28.00-27.50 / Stop loss 26.25) G MAKRO (แนวต้าน 36.25-37.00 / แนวรับ 34.25-33.75/Stop loss 32.50) MEGA (แนวต้าน 51.25-53.00 / แนวรับ 49.0-47.75/Stop loss 46.25)
บทวิเคราะห์นี้จัดทำขึ้นและเผยแพร่โดยทีมนักวิเคราะห์ของ Asia Wealth Securities
