ข่าวเด่น
เสนอซื้อเสนอขาย
ประเภทตราสารทั้งหมด

โปรดลองค้นหาใหม่อีกครั้ง

0
เวอร์ชันเนื้อหาแบบไม่มีโฆษณา อัพเกรดประสบการณ์การใช้งานเว็บไซต์ Investing.com ของคุณ ประหยัดสูงถึง 40% รายละเอียดเพิ่มเติม

นโยบายไบเดน 7 ข้อที่นักลงทุนควรรู้ในการกดราคาพลังงานให้ลดลง

th.investing.com/analysis/article-200440773
นโยบายไบเดน 7 ข้อที่นักลงทุนควรรู้ในการกดราคาพลังงานให้ลดลง
โดย Ellen R. Wald, Ph.D.   |  Jun 24, 2022 10:34
บันทึกแล้ว ดู รายการที่ได้บันทึก.
ได้บันทึกบทความนี้ไว้เรียบร้อยแล้วใน รายการที่ได้บันทึก ของคุณ
 

ราคาน้ำมันของสหรัฐอเมริกาตลอดสัปดาห์มานี้จะเห็นว่ามีการปรับตัวลดลง แต่ถึงกระนั้น ราคาน้ำมันก็ยังอยู่สูงจากที่ควรจะเป็นอยู่ดี จนตอนนี้มันเริ่มทำให้ไบเดนและทีมงานเริ่มที่จะหมดหวัง

Gasoline Futures Weekly TTM
Gasoline Futures Weekly TTM

แม้ว่าก่อนหน้านี้ โจ ไบเดนจะพยายามแก้ไขปัญหาพลังงานเพื่อดึงราคาน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติลงมาแล้ว ถึงขนาดยอมดึงน้ำมันจากคลังน้ำมันสำรองทางยุทธศาสตร์ (SPR) ออกมาใช้ 260 ล้านบาร์เรล แต่สถานการณ์ที่ดีขึ้นเล็กน้อย ยังไม่เพียงพอที่จะเรียกความเชื่อมั่นของประชาชน ให้ยังเชื่อกับเดโมแครตต่อไปในการเลือกตั้งช่วงกลางเทอม ซึ่งจะเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนนี้

WTI Weekly TTM
WTI Weekly TTM

แต่ในเมื่อได้ชื่อว่าเป็นรัฐบาลแล้ว คำว่ายอมแพ้ย่อมไม่มีในพจนานุกรม การตัดสินใจลงมือพยายามทำอะไรบางอย่างยังดีกว่าการไม่ทำอะไรเลย ในบทความนี้ เราจะพยายามดูมาตรการบรรเทาทุกข์จากเงินเฟ้อ ที่ทำเนียบขาวกำลังพิจารณา และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้่นกับตลาดลงทุน ซึ่งเป็นสิ่งที่นักลงทุนควรทราบ

1. ประชุมกับบรรดา CEO บริษัทผู้ผลิตพลังงาน

สัปดาห์นี้ CEO ของเจ็ดบริษัทผู้ผลิตน้ำมันมีนัดเข้าพบประธานาธิบดีโจ ไบเดนที่ทำเนียบขาว ซึ่ง CEO ทั้ง 7 นั้นล้วนมาจากบริษัทพลังงานที่เราคุ้นหน้าคุ้นตากันเป็นอย่างดีไม่ว่าจะเป็น BP (NYSE:BP), Chevron (NYSE:CVX) และ Phillips 66 (NYSE:PSX) เป็นไปได้ว่าการประชุมครั้งนี้จะส่งผลให้เกิดมาตรการที่เป็นรูปธรรม ซึ่งฝ่ายบริหารของไบเดนสามารถใช้เพื่อบรรเทาปัญหาคอขวดด้านกฎระเบียบ ที่ขัดขวางไม่ให้โครงการขุดเจาะน้ำมันและก๊าซใหม่ดำเนินการต่อไปได้

ในทางกลับกัน ผู้บริหารน้ำมันจะต้องสามารถให้คำมั่นที่จะเพิ่มกำลังการผลิต นอกจากนี้ ยังเป็นไปได้ที่ไบเดนและพรรคพวกจะใช้โอกาสนี้ตำหนิอุตสาหกรรมน้ำมันและขอให้ซีอีโอแบ่งผลกำไรจากจำนวน 35 พันล้านดอลลาร์ในไตรมาสแรกของปี 2022 มาให้กับรัฐบาล

หากเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จะเป็นสัญญาณขาลงสำหรับน้ำมัน เพราะอาจหมายถึงการผลิตที่มากขึ้นจากฝั่งสหรัฐฯ หากเกิดอย่างหลังขึ้น จะถือเป็นสัญญาณขาขึ้นของน้ำมัน เพราะอุตสาหกรรมน้ำมันจะมองว่าฝ่ายไบเดนเป็นศัตรูและจะยังคงการผลิตแบบระมัดระวัง ไม่ขยายกำลังการผลิตเพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดขึ้นกับฝั่งตน

2. ปรับโครงสร้างการชำระภาษีน้ำมัน

รัฐบาลไบเดนกำลังขอให้รัฐสภาระงับภาษีน้ำมันของรัฐบาลกลางเป็นเวลาสามเดือน และเรียกร้องให้รัฐบาลของแต่ละรัฐระงับภาษีน้ำมันเบนซินภายในรัฐของตนเอง ภาษีน้ำมันเบนซินของรัฐบาลกลางในปัจจุบันอยู่ที่ 18 เซนต์ต่อแกลลอน แต่ภาษีน้ำมันเบนซินเฉลี่ยของรัฐอยู่ที่ 54 เซนต์ การดำเนินการเหล่านี้ร่วมกันอาจทำให้ราคาน้ำมันเบนซินลดลงเกือบ 1 เหรียญต่อแกลลอนสำหรับผู้บริโภคจำนวนมาก

แม้ว่าสิ่งนี้จะทำให้ราคาน้ำมันหน้าปั๊มลดลงชั่วคราว แต่ก็จะไม่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อราคาน้ำมันที่แท้จริง ดังนั้นนักวิเคราะห์บางคนจึงมองว่านโยบายนี้อาจทำให้ราคาน้ำมันสูงขึ้นได้ ราคาน้ำมันเบนซินที่สูงขึ้นจะทำให้ปริมาณการใช้น้ำมันลดลง ซึ่งทำให้ตลาดน้ำมันที่ตึงตัวผ่อนคลาย แม้ว่าราคาน้ำมันจะต่ำลง แต่ซัพพลายน้ำมันก็ไม่เพิ่มขึ้นควบคู่กันไป ดังนั้นเราจึงเห็นความต้องการน้ำมันเบนซินที่เพิ่มขึ้นโดยไม่จำเป็นต้องมีอุปทานเป็นแรงผลักดัน

หากเป็นเช่นนี้จริง จะเป็นการผลักดันทั้งน้ำมันเบนซินและราคาน้ำมันดิบให้ปรับตัวขึ้น ไม่ได้ช่วยบรรเทาทุกข์ให้กับผู้บริโภคเลย

3. การปรับภาษีกับบริษัทผู้ผลิตน้ำมัน

นี่เป็นข้อเสนอที่กำลังเริ่มเข้าสู่รัฐสภาและจะต้องผ่านทั้งสภาล่างและวุฒิสภาก่อนที่จะลงนามในกฎหมายโดยประธานาธิบดี มีแนวโน้มว่าประธานาธิบดีจะชอบกฎหมายนี้ เพราะเขาเคยวิพากษ์วิจารณ์บริษัทน้ำมันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าทำกำไรได้มากเกินไป อย่างไรก็ตาม นโยบายนี้จะไม่สามารถช่วยไบเดนให้บรรลุเป้าหมายในการลดราคาสำหรับผู้บริโภคได้มากนัก

หากผิดพลาดไปจากนี้ ก็อาจหมายถึงราคาน้ำมันที่จะยังคงปรับตัวสูงขึ้นไปอีกนาน เนื่องจากบริษัทน้ำมันที่ดำเนินการหรือทำธุรกิจในสหรัฐฯ จะมีเงินสดน้อยลงในการสำรวจและผลิต และกฎหมายนี้จะเป็นการขัดขวางบริษัทต่างๆ จากการหาแหล่งน้ำมันของสหรัฐฯ เพิ่ม

4.กลับมาทำนโยบายห้ามการส่งออกน้ำมันดิบออกจากสหรัฐฯ

ตามกฎหมายของสหรัฐอเมริกา พวกเขาห้ามไม่ให้มีการส่งออกน้ำมันดิบมาเป็นเวลา 40 ปีจนถึงปี 2015 เมื่อประธานาธิบดีโอบามายกเลิกการห้ามนี้ สิ่งนี้ช่วยให้ผู้ผลิตน้ำมันของสหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันดิบชนิดเบาและหวาน ซึ่งผู้กลั่นในสหรัฐฯ ไม่สามารถดำเนินการและนำเข้าน้ำมันดิบที่มีรสเปรี้ยวที่มีน้ำหนักกว่าได้ ดังนั้นผู้กลั่นจำเป็นต้องดำเนินการกลั่นกรองอย่างเหมาะสมที่สุด

ในเดือนพฤศจิกายน 2021 สหรัฐฯ ส่งออกน้ำมันดิบ 3 ล้านบาร์เรลต่อวัน หากการส่งออกของสหรัฐฯ ถูกห้าม ก็อาจไม่ช่วยทำให้ราคาน้ำมันหรือน้ำมันเบนซินในสหรัฐฯ ลดลง เนื่องจากการนำน้ำมันดิบของอเมริกาออกจากตลาดโลกจะทำให้ราคาน้ำมันโลกสูงขึ้น

5. ห้ามการส่งออกผลิตภัณฑ์ที่มีความเกี่ยวข้องกับปิโตรเลียม

ทำเนียบขาวได้บอกเป็นนัยว่ากำลังพิจารณาที่จะให้คำสั่งห้ามการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบางส่วนหรือทั้งหมดมีผลบังคับใช้ นี้อาจจะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ แม้ว่าสหรัฐฯ จะสั่งห้ามการส่งออกน้ำมันดิบ แต่ผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมก็ยังส่งออกได้

หลังจากการประชุมกับซีอีโอของบริษัทน้ำมันในสัปดาห์นี้ เชื่อว่าฝ่ายบริหารของไบเดนมีแผนที่จะพบกับซีอีโอเจ้าของโรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ของสหรัฐ ในการประชุมครั้งนี้ เจ้าของโรงกลั่นจะต้องห้ามไม่ให้ไบเดนดำเนินนโยบายนี้ต่อไปได้

พวกเขาอาจจะโต้แย้งว่าถึงแม้มันจะท่วมตลาดสหรัฐฯ ชั่วคราวด้วยน้ำมันดีเซล น้ำมันเบนซิน และน้ำมันเครื่องบิน แต่ก็อาจจบลงด้วยการขาดแคลนน้ำมันในระยะกลางและระยะยาว เนื่องจากโรงกลั่นลดการดำเนินกิจการเพื่อปรับให้เข้ากับความต้องการของชาวอเมริกันเท่านั้น

การห้ามครั้งนี้จะทำให้เกิดการหยุดชะงักครั้งใหญ่ในตลาดผลิตภัณฑ์กลั่นทั่วโลกซึ่งสหรัฐฯ มีบทบาทสำคัญ ในการส่งออกผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมกลั่นประมาณ 6 ล้านบาร์เรลต่อวัน การหยุดชะงักของโลกจะทำให้ราคาซื้อขายผลิตภัณฑ์ปิโครเลียมแปรรูปในต่างประเทศเพิ่มขึ้น

6. ระงับกฎหมายว่าด้วยการส่งสินค้าทางน้ำ

Jones Act (JA) เป็นกฎหมายที่กำหนดให้สินค้าที่ขนส่งระหว่างท่าเรือในสหรัฐอเมริกา ที่ต้องขนส่งทางเรือที่สร้างขึ้นในสหรัฐอเมริกาและเป็นเจ้าของและดำเนินการโดยพลเมืองอเมริกันหรือผู้มีถิ่นพำนักถาวรในสหรัฐฯ กฎหมายนี้รวมถึงผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียม และ JA เป็นเหตุผลว่าทำไมราคาผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมบนชายฝั่งตะวันออกจึงสูงกว่าที่ควรจะเป็น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเรือติดธงชาติอเมริกามีไม่พอสำหรับขนส่ง

JA มักถูกระงับหลังจากพายุเฮอริเคนเพื่อส่งน้ำมันเบนซินและดีเซลไปยังพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างรวดเร็วในขณะที่ผู้อยู่อาศัยพยายามฟื้นฟูสถานที่ให้กลับคืนมา การระงับ JA ในขณะนี้สามารถช่วยลดราคาน้ำมันเบนซินและดีเซลบนชายฝั่งตะวันออกได้ โดยการลดต้นทุนการขนส่งและขจัดปัญหาคอขวดในการขนส่ง มีแนวโน้มว่าการระงับ JA จะไม่ส่งผลกระทบต่อราคาน้ำมันทั่วโลก แต่สามารถช่วยลดต้นทุนสำหรับผู้บริโภคได้

7. ลูกเล่นทางการเมือง และกลไกเบื้องหลังเวที

เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าทำเนียบขาวอาจพยายามกดดันอะไรหรืออาจเสนอประโยชน์อะไรได้บ้างเมื่อใกล้ถึงการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน ทำเนียบขาวในขณะนี้กำลังหมดหวัง พวกเขาเหลือเวลามากกว่าสี่เดือนจากวันเลือกตั้งที่จะมาถึง เราสามารถสรุปได้ว่าหากราคาน้ำมันไม่ลดลงอย่างมีนัยสำคัญ—อาจจะมากถึง 40% หรือ 50%— ฝ่ายบริหารจะยิ่งสิ้นหวังและเต็มใจที่จะถูกบังคับให้ทำข้อตกลงที่เสียเปรียบในเดือนกันยายนหรือตุลาคม

นโยบายไบเดน 7 ข้อที่นักลงทุนควรรู้ในการกดราคาพลังงานให้ลดลง
 

บทความที่เกี่ยวข้อง

วรุต รุ่งขำ
ดัชนีดอลลาร์กลับมาแข็งค่า กลับมาเป็นปัจจัยกดดันทองคำ โดย วรุต รุ่งขำ - Aug 15, 2022

สรุป หลังจากวันศุกร์ที่ผ่านมาราคาทองคําปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 13.27 ดอลลาร์ต่อออนซ์ รับแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐอายุ 10 ปี ที่ ปรับตัวลดลงจากระดับสูงสุดตั้งแต่วันที่...

ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ
ราคาทองคําปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความตึงเครียด จีน-สหรัฐ โดย ณัฐพงศ์ หิรัณยศิริ - Aug 15, 2022

ทิศทางราคาทองคํา ราคาทองคําปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย ท่ามกลางความตึงเครียดอย่างต่อเนื่องระหว่างจีน และสหรัฐฯ ในประเด็นเรื่องของไต้หวัน ขณะที่ภาพรวมตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯในคืน...

ทันโลกกับ Trader KP
ทำไมราคาน้ำมันดิบถึงร่วงหนักในคืนนี้ ? Trader KP มีคำตอบ โดย ทันโลกกับ Trader KP - Jul 06, 2022

ราคาน้ำมันดิบร่วงหนักถึง -10% คืนนี้ ! จนทำให้ WTI หลุดระดับ 100 เหรียญ/บาร์เรลไปแล้ว เพราะความกังวลเรื่อง Recession ทำไมราคาน้ำมันดิบถึงร่วงหนักในคืนนี้ ? Trader KP...

นโยบายไบเดน 7 ข้อที่นักลงทุนควรรู้ในการกดราคาพลังงานให้ลดลง

แสดงความคิดเห็น

หลักเกณฑ์คำแนะนำสำหรับการแสดงความคิดเห็น


เราสนับสนุนให้ท่านได้ใช้ช่องทางการแสดงความคิดเห็นนี้เพื่อสื่อสารสัมพันธ์กับผู้ใช้เว็บไซต์อื่นๆ เพื่อแลกเปลี่ยนในทัศนคติและสอบถามข้อสงสัยกับผู้เขียนและสอบถามซึ่งกันและกัน อย่างไรก็ตามเพื่อให้การสื่อสารสัมพันธ์นี้เป็นไปอย่างเรียบร้อยที่เราทุกคนต้องการและคาดหวังดังนี้กรุณาพึงระลึกในข้อปฏิบัติดังต่อไปนี้:  

  • มีเนื้อหาสาระ การสนทนาควรมีเนื้อหาสาระที่น่าสนใจ
  • เอาใจใส่และตรงประเด็น กรุณาโพสต์ในเนื้อหาสาระที่เกี่ยวข้องกับหัวเรื่องที่กำลังอภิปราย
  • ให้เกียรติ แม้ในการแสดงความคิดเห็นเชิงลบก็ตามควรต้องกระทำในลักษณะสร้างสรรค์และสุภาพ
  • ใช้สไตล์การเขียนมาตรฐานทั่วไป ที่รวมถึงการใช้เครื่องหมายวรรคตอนและตัวอักษรใหญ่เล็ก
  • หมายเหตุ: ข้อความและลิงค์ประเภทสแปมและ/หรือเพื่อการส่งเสริมการขายที่ปรากฎในการแสดงความคิดเห็นจะถูกลบทิ้ง
  • หลีกเลี่ยงการลบหลู่ การให้ร้ายผู้อื่น และการกล่าวโจมตีโดยส่วนตัว ที่กระทำต่อผู้เขียนเนื้อหาในเว็บหรือต่อผู้ใช้เว็บไซต์คนอื่น
  • เฉพาะภาษาไทยเท่านั้น สามารถแสดงความคิดเห็นเป็นภาษาไทยเท่านั้น

ผู้ที่โพสต์เนื้อหาข้อความสแปมหรือใช้เว็บไซต์นี้ไปในทางผิดจะถูกลบรายชื่อทิ้งจากเว็บไซต์และถูกปิดกั้นการลงทะเบียนเป็นสมาชิกในอนาคตซึ่งเป็นไปตามดุลพินิจของเว็บไซต์ Investing.com

เขียนบรรยายความคิดของคุณได้ที่นี่
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
และโพสต์บน :
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
ขอบคุณสำหรับความคิดเห็นของคุณ ความคิดเห็นของคุณทั้งหมดจะอยู่ระหว่างการอนุมัติจากผู้ดูแลระบบ ดังนั้นอาจใช้เวลาระยะหนึ่งก่อนที่จะปรากฎบนเว็บไซต์ของเรา
 
คุณแน่ใจว่าต้องการลบกราฟนี้?
 
โพสต์
 
แทนที่กราฟที่แนบมาด้วยกราฟใหม่ ?
1000
ความสามารถในการแสดงความคิดเห็นของคุณถูกระงับในขณะนี้เนื่องจากมีรายงานเชิงลบจากผู้ใช้เว็บไซต์ ผู้ดูแลเพจของเราจะทบทวนสถานะของคุณ
กรุณารอสักครู่ก่อนที่จะแสดงความคิดเห็นอีกครั้ง
เพิ่มกราฟไว้ในคอมเมนต์
ยืนยันการบล็อก

คุณแน่ใจหรือว่าคุณต้องการบล็อก %USER_NAME%?

เมื่อทำการบล็อก คุณและ %USER_NAME% จะไม่สามารถเห็นโพสต์ของแต่ละฝ่ายบนเว็บไซต์ Investing.com ได้

%USER_NAME% ได้ถูกเพิ่มเข้าไปใน Block List ของคุณแล้ว

เนื่องจากคุณเพิ่งยกเลิกการบล็อกบุคคลนี้ คุณต้องรอ 48 ชั่วโมงก่อนการบล็อกอีกครั้ง

รายงานความคิดเห็นนี้

ฉันรู้สึกว่าความคิดเห็นนี้

ความคิดเห็นได้รับการติดธงเตือน

ขอบคุณ!

รายงานของคุณได้ถูกส่งไปยังผู้ดูแลบอร์ดของเราเพื่อการทบทวน
สมัครสมาชิกด้วย Google
หรือ
สมัครสมาชิกด้วยอีเมล