สัญญาซื้อขายล่วงหน้าหุ้นสหรัฐฯ ปรับตัวลดลงท่ามกลางความขัดแย้งอิหร่านและความกังวลเงินเฟ้อ
สรุป ราคาทองคําวันศุกร์ที่ผ่านมาปิดปรับตัวเพิ่มขึ้น 3.30 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ทั้งนี้ ราคาทองคําค่อยๆปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยได้รับแรงหนุนจากการเปิดเผยดัชนีราคาการใช้จ่ายเพื่อการบริโภคส่วนบุคคล (PCE) ทั่วไป ซึ่งรวมหมวดอาหารและพลังงานของสหรัฐ ที่ปรับตัว 6.37% ในเดือนเม.ย. เมื่อเทียบรายปี และปรับตัวขึ้นเพียง 0.2% ในเดือนเม.ย. ซึ่งถือว่าเป็นการเพิ่มขึ้นในอัตราที่น้อย ที่สุดตั้งแต่เดือนพ.ย. 2020 บ่งชี้ว่าเงินเฟ้อของสหรัฐอาจผ่านพ้นระดับสูงสุดไปแล้ว ส่งผลให้นักลงทุนยิ่งมองว่าเฟดอาจไม่จําเป็นต้องคุมเข้มนโยบายการเงินอย่างแข็งกร้าวมากเท่าที่เคย คาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้ สะท้อนจาก Fed Fund Futures ซึ่งบ่งชี้ถึงการคาดการณ์การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟตในอนาคต พบว่า เทรดเดอร์คาดว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยสะสมรวม 210 bps ซึ่งลดลงจากระดับ 255 bps ในการคาดการณ์เมื่อช่วงต้นเดือนพ.ศ. และยังสะท้อนอีกว่าเฟดอาจมีการขึ้นอัตราดอกเบี้ยเพียง 25 bps ในเดือนก.ย.หากแนวโน้มเงินเฟ้อยังซะลอตัวลง ต่อไป สถานการณ์ดังกล่าวกดดันให้ดัชนีดอลลาร์อ่อนค่าลงแตะระดับต่ําสุดที่ 101.43 ซึ่งเป็นระดับต่ําสุดนับตั้งแต่วันที่ 25 เม.ย. พร้อมปิตอ่อนค่าลงเป็นสัปดาห์ที่ 2 ติดต่อกัน จนเป็นปัจจัยหลัก ที่หนุนราคาทองคําให้ทะยานขึ้นทดสอบระดับสูงสุดบริเวณ 1,861.82 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ด้านกองทุน SPDR ถือครองทองคําไม่เปลี่ยนแปลง สําหรับวันนี้ไม่มีการเปิดเผยตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐ ขณะที่ปริมาณการซื้อขายอาจเนานางกว่าปกติ เนื่องจากตลาดทองคํา ตลาดเงินและตลาดทุนของสหรัฐปิดท้าการเนื่องในวันทหารผ่านศึก (Memoral Day)
หากราคาทองคำไม่สามารถ break out ผ่านแนวต้านบริเวณ 1,869 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ซึ่งเป็นระดับสูงสุดของสัปดาห์ที่ผ่านมา อาจเกิดแรงขายทำกำไรระยะสั้นให้ราคาอ่อนตัวลงมา เบื้องต้นประเมินแนวรับบริเวณ 1,847-1,836 ดอลลาร์ต่อออนซ์ หากราคายืน ระดับนี้ได้จึงจะมีแรงดีดกลับไปทดสอบแนวต้านด้านบนอีกครั้ง
คําแนะนํา เปิดสถานะขายหากไม่ผ่าน $1,869
จุดทํากําไร ซื้อคืนเพื่อทํากําไร $1,847-1,836
ตัดขาดทุน ตัดขาดทุนสถานะขายหากผ่าน $1,869
บทความนี้จัดทำขึ้นโดย YLG Bullion International
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมติดต่อ 02-687-9888 กด 1 หรือเว็บไซต์ ylgbullion.co.th
