ลุ้นเงินเฟ้อสหรัฐฯ อาจลดความกังวลเฟดเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงได้

เผยแพร่ 09/05/2022 08:35

สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินผันผวนหนัก หลังผู้เล่นในตลาดยังคงกังวลว่าเฟดอาจเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบายรุนแรงกว่าคาด เพื่อควบคุมปัญหาเงินเฟ้อ

  • ข้อมูลเงินเฟ้อสหรัฐฯ เดือนเมษายน รวมถึงถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด อาจช่วยให้ตลาดประเมินทิศทางนโยบายการเงินเฟดได้ชัดเจนมากขึ้น

  • ตลาดอาจทยอยกลับมาเปิดรับความเสี่ยงได้ หากเงินเฟ้อสหรัฐฯ ชะลอลงและเจ้าหน้าที่เฟดไม่ได้ส่งสัญญาสนับสนุนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรง ทำให้เงินดอลลาร์อาจย่อตัวลงและแกว่งตัว sideways ทว่าหากตลาดยังคงปิดรับความเสี่ยง เงินดอลลาร์อาจแข็งค่าจากความต้องการสินทรัพย์ปลอดภัย ส่วนเงินบาท ยังคงแกว่งตัว sideways ตามทิศทางเงินดอลลาร์ (Correlation 30 วัน โดยเฉลี่ยในช่วง 1 เดือนที่ผ่านมา -62%)และบรรยากาศในตลาดการเงิน ซึ่งหากตลาดกลับมาเปิดรับความเสี่ยงมากขึ้น ก็อาจช่วยให้ ฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติไม่ได้ไหลออกรุนแรงมาก และช่วยชะลอการอ่อนค่าของเงินบาทได้ ส่วนในระยะสั้นนี้ แนวรับเงินบาทจะอยู่ในโซน 34.10-34.20 บาทต่อดอลลาร์ และแนวต้านยังคงเป็นโซน 34.50 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งผู้ส่งออกบางส่วนก็ยังคงรอทยอยขายเงินดอลลาร์อยู่ในโซนดังกล่าว

  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    34.10-34.60
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯ – ตลาดจะรอลุ้นรายงานอัตราเงินเฟ้อทั่วไป (CPI) ในเดือนเมษายน ซึ่งตลาดคาดว่าจะเริ่มชะลอลงสู่ระดับ 8.1% จากระดับราคาสินค้าในกลุ่ม Reopening อาทิ สินค้าคงทน (เครื่องใช้ไฟฟ้า รถยนต์) ที่เพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลงมากขึ้น หลังราคาได้พุ่งขึ้นแรงในช่วงต้นของการเปิดเมือง ทว่าค่าใช้จ่ายในส่วนการบริการต่างๆ ยังมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น หลังความต้องการบริโภคของผู้คนได้เปลี่ยนจากสินค้าสู่การบริการมากขึ้น ทำให้อัตราเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับสูงต่อ ทั้งนี้ หากเงินเฟ้อไม่ได้เร่งตัวขึ้นเกินคาด หรือ ชะลอลงมากกว่าคาด จะช่วยลดโอกาสที่เฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยนโยบายรุนแรงถึง +0.75% ในการประชุมครั้งถัดๆ ไป ซึ่ง ตลาดจะจับตาถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าเฟดว่าจะมีมุมมองต่อแนวโน้มเศรษฐกิจหลังการทยอยขึ้นดอกเบี้ยอย่างไร โอกาสที่เฟดจะเร่งขึ้นดอกเบี้ยรุนแรงมีมากน้อยขนาดไหน รวมถึงคาดการณ์อัตราดอกเบี้ยนโยบายสูงสุด (Terminal Rate) ในรอบนี้ ทั้งนี้ ตลาดจะรอติดตามดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Sentiment) โดยมหาวิทยาลัยมิชิแกน ซึ่งคาดว่าอาจปรับลงเล็กน้อยสู่ระดับ 64 จุด ในเดือนพฤษภามคม ตามความกังวลผลกระทบเศรษฐกิจจากภาวะเงินเฟ้อสูงและการทยอยขึ้นดอกเบี้ยของเฟด ทว่าปัจจัยหนุนยังคงเป็นตลาดแรงงานสหรัฐฯ ที่อยู่ในภาวะแข็งแกร่ง ดังจะเห็นได้จากยอดการจ้างนอกภาคเกษตรกรรมและค่าจ้างที่เพิ่มสูงขึ้น

  • ฝั่งยุโรป – ความกังวลผลกระทบจากสงครามที่อาจชะลอการฟื้นตัวของเศรษฐกิจยุโรป รวมถึงความกังวลแนวโน้มธนาคารกลางยุโรป (ECB) อาจทยอยขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในปีนี้ เพื่อควบคุมปัญหาเงินเฟ้อจะส่งผลให้ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของเยอรมนี (ZEW Economic Survey) ในเดือนพฤษภาคม ปรับตัวลงต่อเนื่องสู่ระดับ -43 จุด ซึ่งแนวโน้มเศรษฐกิจยุโรปที่ไม่สดใสนักจะสะท้อนผ่านตลาดหุ้นยุโรปและค่าเงินยูโร (EUR) ที่อาจแกว่งตัว sideways ในระยะสั้น ส่วนในฝั่งอังกฤษ เศรษฐกิจอาจโตราว +1.0%q/q ในไตรมาสแรกของปีนี้ ชะลอลงจากช่วงปลายปีที่แล้ว จากผลกระทบของการระบาดโอมิครอนและผลกระทบจากสงครามที่กดดันการบริโภคภาคเอกชนและภาคการผลิต ผ่านปัญหาราคาสินค้าและต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้น นอกจากนี้ การทยอยขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) เพื่อคุมปัญหาเงินเฟ้อก็อาจเป็นอีกปัจจัยกดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจและทำให้เศรษฐกิจอังกฤษมีความเสี่ยงที่จะซบเซาหนักในปลายปีมากขึ้น และนอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ตลาดจะรอจับตาถ้อยแถลงของบรรดาคณะกรรมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) โดยเฉพาะมุมมองการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ทิศทางเงินเฟ้อ และแนวโน้มนโยบายการเงิน ECB จากประธาน ECB

  • ฝั่งเอเชีย – ตลาดประเมินว่า ผลกระทบจากการระบาดโอมิครอนจะส่งผลให้การค้าของจีนซบเซาลง โดยยอดการส่งออก (Exports) เดือนเมษายน อาจโตเพียง 2.7%y/y ส่วนยอดการนำเข้า (Imports) อาจหดตัวถึง -3.0% ซบเซาลงหนัก จากความต้องการบริโภคและการผลิตที่ลดลง ท่ามกลางปัญหาการระบาดของโอมิครอนที่ส่งผลให้หลายเมืองเผชิญมาตรการ Lockdown อย่างไรก็ดี แม้เศรษฐกิจจีนอาจชะลอลงหนัก แต่ระดับราคาสินค้าพลังงานและอาหารที่สูงขึ้นต่อเนื่องจะส่งผลให้ อัตราเงินเฟ้อทั่วไปปรับตัวขึ้นแตะระดับ 1.9% ในเดือนเมษายน ส่วนในฝั่งมาเลเซีย ตลาดมองว่า ธนาคารกลางมาเลเซีย (BNM) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ระดับ 1.75% ไปก่อน หลังเศรษฐกิจทยอยฟื้นตัวดีขึ้น แต่เงินเฟ้อไม่ได้พุ่งสูงขึ้นจนน่ากังวล (อัตราเงินเฟ้อล่าสุดอยู่ที่ระดับ 2.2% ในเดือนมีนาคม)

  • ฝั่งไทย – เราประเมินว่า ผลกระทบจากค่าครองชีพที่ปรับตัวสูงขึ้น ทั้งราคาสินค้าพลังงานและราคาอาหาร ในขณะที่การจ้างงานยังฟื้นตัวได้ไม่ดีนัก จะกดดันให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภค (Consumer Confidence) เดือนเมษายน ปรับตัวลดลงสู่ระดับ 40 จุด ทั้งนี้ หากไม่มีปัญหาการระบาดที่รุนแรงหลังการทยอยเปิดเมือง ความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็มีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นได้ ตามการจ้างงานที่อาจดีขึ้น นอกจากนี้ หากมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจจากรัฐบาล อาทิ เราคนละครึ่งเฟสใหม่ ก็อาจช่วยพยุงความเชื่อมั่นผู้บริโภคและช่วยให้การบริโภคยังขยายตัวต่อเนื่องได้

Weekahead carlendar

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย