ราคาน้ำมันลดลงกว่า 1% ขณะที่การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ-อิหร่านอยู่ในความสนใจ
IMF ออกรายงานปรับลด World GDP Growth ปี 2565 ลงจาก 4.4% มาอยู่ ที่ 3.6% เทียบกับ World Bank ที่ปรับลดลงจาก 4.1% เหลือ 3.2% ส่วน ใหญ่เป็นการปรับลดในกลุ่มประเทศที่เกี่ยวเนื่องกับกรณี รัสเซีย-ยูเครน โดย ของไทยถูกปรับลด GDP Growth ลงมาอยู่ที่ 3.3% (เดิม 4.1%) ซึ่งถือว่าเป็น การปรับลดลงในอัตราใกล้เคียงกับสำนักวิจัยในบ้านเรา สำหรับภาพการฟื้น ตัวของเศรษฐกิจไทย มองว่ายังมีอุปสรรคอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นหนี้ สาธารณะ และ หนี้ครัวเรือนที่อยู่ระดับสูง ขณะที่ปัญหาเรื่องเงินเฟ้อก็รุนแรง ส่วนประเด็นที่อาจตีความในทางบวกได้แก่ แผนการผ่อนคลายมาตรการคุม Covid-19 เช่นการยกเลิก Thailand Pass และใช้ATK แทน RT-PCR
คาดว่า SET Index น่าจะผันผวนในทิศทางขึ้น กรอบการเคลื่อนไหว 1660 – 1682 จุด พอร์ตจำลองได้ Cut Loss หุ้น INSET (น้ำหนัก 5%) ให้ถือเป็นเงิน สด สำหรับหุ้น Top Pick เลือก GPSC, MINT และ THREL
IMF ปรับลดคาด GDP โลกและไทย แต่ Downside ยังไม่หมด
กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เผยแพร่ประมาณการเศรษฐกิจโลกปี 2565-2566 วานนี้ ภาพรวมเป็นการปรับลดประมาณการ GDP โลกปี 2565 ลงจาก 4.4%yoy เหลือ 3.6%yoy โดยปรับลงทั้งในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้ว และกำลังพัฒนา เช่น สหรัฐ, ยุโรป, อังกฤษ, จีน, อาเซียนและรัสเซียที่ประมาณการลดลงจาก 2.8%yoy เป็น -8.5%yoy (ดัง ตาราง) สาเหตุสำคัญมาจากผลกระทบของสงครามยูเครน-รัสเซีย ที่กดดันการฟื้นตัวของ เศรษฐกิจในหลายๆประเทศ และการค้าโลก รวมไปถึงการส่งสัญญาณดำเนินนโยบาย การเงินตึงตัวของสหรัฐที่เร็วขึ้น ส่วนในปี 2566 IMF ปรับประมาณการ GDP ลดลง เล็กน้อยจาก 3.8%yoy เป็น 3.6%yoy
ส่วนของไทย IMF ปรับลดจาก 4.1% เหลือ 3.3% ส่วนหนึ่งเกิดจากผลกระทบของ สงครามยูเครน-รัสเซียเช่นกัน แต่นับว่ายังสอดคล้องกับ Consensus ที่คาด GDP ไทยปี 2565 จะขยายตัวในช่วง 2.5-4.0% อย่างไรก็ตามเรายังเห็นว่า Downside ต่อประมาณ การยังคงมีอยู่ หากสงครามยังคงยืดเยื้อ อีกทั้งด้วยสถานะเรื่อง หนี้สาธารณะ และหนี้ ครัวเรือน ยังอยุ่ระดับสูง และการเดินทางเข้ามาของนักท่องเที่ยวจีนที่ยังไม่เกิดขึ้น ในอีก ทางหนึ่งสถานการณ์สู้รบระหว่าง รัสเซีย-ยูเครน ก็ยังหาจุดสิ้นสุดได้ยาก โดยล่าสุดสำนัก ข่าว รอยเตอร์ส รายงานว่า รัสเซียเริ่มปฏิบัติการเพื่อยึดภูมิภาคดอนบาสทางตะวันออก ของประเทศยูเครน หลังจากยึดการควบคุมเมืองเครมินนาในแคว้นลูฮานสก์ได้ในวันที่ 19 เม.ย.ที่ผ่านมา
สรุป การปรับลดประมาณการ GDP ของ IMF ในหลายประเทศนั้นยังคงมี Downside เพิ่มเติมหากสงครามยูเครน-รัสเซียยังคงยืดเยื้อ ซึ่งเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่าง ใกล้ชิด โดยคาดวันนี้ SET Index แกว่งกรอบ 1668-1682 จุด โดยมีโอกาสไปทดสอบ แนวต้าน จาก Sentiment เชิงบวกของตลาดหุ้นฝั่งสหรัฐฯที่กำไรไตรมาส 1 หลาย บริษัทออกมาดีกว่าที่ตลาดฯคาด
รัฐบาลเตรียมปลดล็อคมาตรการโควิดเร็วขึ้นกว่ากำหนดเดิม ดีต่อหุ้น AOT (BK:AOT) MINT ERW CPN CRC MAJOR
ทางรัฐบาลเตรียมปลดล็อคมาตรการโควิดเร็วขึ้น กว่ากำหนดเดิมใน เดือน ก.ค. 65 หลัง สถิติคนต่างประเทศเข้าไทยติดเชื้อน้อยมาก และการติดเชื้อในประเทศควบคุมได้ ขณะเดียวกันทางสำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่ง สหรัฐอเมริกา (CDC) แถลงในวันที่ 18 เม.ย. มี89 ประเทศรวมถึงไทย ถูกถอดออกจาก รายชื่อกลุ่มประเทศที่มีความเสี่ยงจากโควิด-19 ระดับ 4 ซึ่งเป็นระดับที่สูงที่สุด และมีคำ เตือนห้ามเดินทาง ให้มาอยู่ในประเทศกลุ่มความเสี่ยงระดับ 3 เริ่มกลับเข้ามาเดินทางใน ประเทศไทยได้อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีแรงหนุนจากหุ้นท่องเที่ยวทั่วโลกที่ Outperform กว่ากลุ่มอื่นๆ มากใน วานนี้(ข้อมูลจาก MSCI) อาทิ Boeing +3.4%, Walt Disney +3.2% และ Sector ท่องเที่ยวในดัชนี MSCI ACWI +1.6% บวกแรงสุดเป็นอันดับต้นเมื่อเทียบกับ Sector อื่น
ทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมา ถือเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว แนะนำ หุ้น กลุ่มท่องเที่ยว MINT ERW หุ้นสถานที่ท่องเที่ยว CPN CRC MAJOR หุ้นเกื่ยวกับการ เดินทาง AOT AAV
รัฐบาลออกมาตรการลดค่าครองชีพ แต่ต้องคอยดูระดับหนี้สาธารณะประกอบ
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียดในมาตรการเร่งด่วน เพื่อบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนจากสถานการณ์ราคาพลังงาน
-
การปรับปรุงถ้อยคำมาตรการลดภาระค่าครองชีพของประชาชน โดยการให้ส่วนลด อัตราค่าไฟฟ้าผันแปร (ค่า FT) ให้แก่ผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 300 หน่วย/เดือน
-
มาตรการลดภาระค่าใช้จ่ายของผู้ประกอบอาชีพในภาคขนส่ง โดยให้ส่วนลดราคา น้ำมัน "กลุ่มเบนซิน" จากเดิมที่ให้ส่วนลดราคา "น้ำมันแก๊สโซฮอล์" แก่ผู้ขับขี่ รถจักรยานยนต์สาธารณะ (รถมอเตอร์ไซค์รับจ้าง
นอกจากนี้ยัง มีแนวคิดดันคนละครึ่งเฟส 5 ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง ประเด็น ดังกล่าวถือเป็น Sentiment ที่ดีต่อหุ้นในกลุ่มค้าปลีก อย่าง CPALL (BK:CPALL) MAKRO BJC เป็นต้น
แม้มาตรการข้างต้นมีส่วนช่วยบรรเทาภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ แต่ในระยะ ถัดไป หากภาครัฐต้องเน้นมาตรการเยียวยาบ่อยครั้งขึ้น มีโอกาสส่งผลให้ภาระทางการ คลังของรัฐเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้ระดับหนี้สาธารณะของไทยเพิ่มขึ้นตาม โดย ปัจจุบัน ไทยมีหนี้สาธารณะอยู่ที่ระดับ 60% ต่อ GDP เช่นเดียวกับหนี้ครัวเรือนต่อ GDP อยู่ในระดับสูง 89.6% ต่อ GDP ซึ่งมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อ
การปรับเพิ่มขึ้นของระดับหนี้สาธารณะและหนี้ครัวเรือนอาจกดดันความสามารถใน การใช้จ่ายของรัฐในอนาคตได้ โดยเฉพาะในระยะต่อไปที่การระบาด COVID-19 เริ่ม บรรเทาลง และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆที่เคยดำเนินไปตั้งแต่ช่วงต้นปี 2565 ใกล้ครบกำหนด ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
ราคา Commodity มีโอกาสถูกกดดันต่อในระยะถัดไป หุ้นแนะนำวันนี้ GPSC MINT THREL
วานนี้ราคาน้ำมันดิบโลกปรับตัวลดลงราว 5% ประเด็นกดดันส่วนหนึ่งมาจาก IMF มีการ ปรับคาดการณ์ GDP โลก ในปี 2022 และ 2023 ลงเหลือ 3.6% และ 3.6% ตามลำดับ
นอกจากนี้ Bond Yield 10 ปี มีการเร่งขึ้นมาจนล่าสุดอยู่ที่ 2.94% สูงสุดในรอบ 3 ปึ และสูงกว่าคาดการณ์เงินเฟ้อในระยะ 5 ปีข้างหน้า จึงหนุนให้อัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Real Yield) พลิกกลับมาเป็นบวกอีกครั้ง อาจส่งผลให้ราคาน้ำมัน หรือ Commodity ต่างๆ มีโอกาสทยอยปรับตัวลดลงได้ในระยะถัดไป
สอดคล้องกับข้อมูลสถิติในอดีต พบว่า เวลาที่ Real Yield ขยับตัวอยู่ในแดนบวก มักจะ กดดันราคา Commodity ย่อลงเสมอ เนื่องจากเม็ดเงินบางส่วนจะมีการไหลกลับจาก สินทรัพย์เสี่ยงไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัย
ดังนั้นจึงแนะนำหุ้นที่ได้แรงหนุนจากต้นทุน Commodity มีโอกาสทยอยลดลง อย่าง GPSC, SAPPE, BGRIM, BJC, OSP เป็นต้น
สำหรับวันนี้คาด SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1668 – 1682 จุด กลยุทธ์แนะนำหุ้นที่มี ปัจจัยสนับสนุนเฉพาะตัว อย่าง GPSC (ได้แรงหนุนจากต้นทุน Commodity มี โอกาสทยอยลดลง), MINT (ทยอยเปิดเมืองมากขึ้น หุ้นท่องเที่ยวโลก Outperform), THREL (ได้กระแส Bond Yield 10 ปี สหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง) เป็น Top pick ในวันนี
บทความนี้จัดทำและเผยแพร่ครั้งแรกบนเว็บไซต์ ASIA Plus Securities
