ลุ้นรายงานผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนและรายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีน

เผยแพร่ 18/04/2022 09:03
  • สัปดาห์ที่ผ่านมา ตลาดการเงินยังคงปิดรับความเสี่ยงจากความกังวลเฟดเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้นและปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครนที่ร้อนแรงขึ้นอีกครั้ง
  • ตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียนที่อาจช่วยพยุงตลาดได้ หากผลประกอบการส่วนใหญ่ออกมาดีกว่าคาด ขณะเดียวกัน รายงานข้อมูลเศรษฐกิจสำคัญของจีนก็อาจส่งผลต่อตลาดฝั่งเอเชียได้

  • การแข็งค่าของเงินดอลลาร์อาจเริ่มจำกัด หากตลาดไม่ได้ปิดรับความเสี่ยงรุนแรง ซึ่งต้องรอลุ้นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน พร้อมกับจับตาสถานการณ์สงครามว่าจะรุนแรงขึ้นหรือไม่ ส่วนเงินบาท ยังมีแนวโน้ม “sideways” โดยเงินบาทยังพอได้แรงหนุนจากโฟลว์ขายทำกำไรทองคำอยู่บ้าง ทว่าแรงกดดันฝั่งอ่อนค่าอาจมาจากแรงขายสินทรัพย์ฝั่งเอเชีย หากข้อมูลเศรษฐกิจจีนแย่กว่าคาดมาก ทั้งนี้ ควรติดตามทิศทางฟันด์โฟลว์นักลงทุนต่างชาติ ซึ่งอาจผันผวนตามสถานการณ์การระบาดของโอมิครอนในไทย ส่วนแนวต้านเงินบาทยังอยู่ในโซน 33.70-33.80 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งคาดว่าบรรดาผู้ส่งออกต่างรอขายเงินดอลลาร์อยู่

  • มองกรอบเงินบาทสัปดาห์นี้
    33.30-33.80
    บาท/ดอลลาร์

มุมมองเศรษฐกิจทั่วโลก

  • ฝั่งสหรัฐฯ – ตลาดมองว่า ภาคการผลิตอุตสาหกรรมสหรัฐฯ จะได้รับผลกระทบจากสงครามที่กดดันให้ราคาวัตถุดิบพุ่งสูงขึ้น พร้อมกับปัญหา Supply Chain ที่รุนแรงขึ้น ทำให้ภาคการผลิตขยายตัวในอัตราชะลอลง สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตอุตสาหกรรม (S&P Global Manufacturing PMI) เดือนเมษายนที่จะลดลงสู่ระดับ 58 จุด (ดัชนีเกิน 50 จุด หมายถึง ภาวะขยายตัว ) ส่วนภาคการบริการยังคงขยายตัวได้ดี หนุนโดยตลาดแรงงานที่แข็งแกร่งและการระบาดของโอมิครอนที่ไม่ได้น่ากังวล ดังจะเห็นได้จากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการบริการ (S&P Global Services PMI) ที่ระดับ 58 จุด นอกเหนือจากรายงานข้อมูลเศรษฐกิจดังกล่าว ตลาดจะรอจับตารายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ IBM, Netflix (NASDAQ:NFLX), Tesla (NASDAQ:TSLA) โดยผลประกอบการที่ดีกว่าคาดอาจพอช่วยพยุงตลาดหุ้นสหรัฐฯ ได้บ้าง ท่ามกลางความกังวลแนวโน้มเฟดเร่งใช้นโยบายการเงินที่เข้มงวดขึ้น ซึ่งตลาดจะรอติดตามถ้อยแถลงของบรรดาเจ้าหน้าที่เฟด โดยเฉพาะประธานเฟด Powell เพื่อวิเคราะห์มุมมองของเฟดต่อทิศทางเศรษฐกิจสหรัฐฯ และนโยบายการเงินเฟด หลังล่าสุด เจ้าหน้าที่เฟดส่วนใหญ่ต่างสนับสนุนการเร่งขึ้นดอกเบี้ยรวมถึงเร่งลดงบดุล

  • ฝั่งยุโรป – สถานการณ์สงครามระหว่างรัสเซียกับยูเครนยังคงน่ากังวล หลังการเจรจาสันติภาพยังไม่มีความคืบหน้าใดๆ และรัสเซียเดินหน้าบุกยึดพื้นที่ในฝั่งตะวันออกและทางตอนใต้ของยูเครน ทำให้สงครามมีแนวโน้มยืดเยื้อและฝั่งตะวันตกอาจเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซีย ซึ่งต้องจับตาว่า ฝั่งยุโรปจะกล้าคว่ำบาตรพลังงานจากรัสเซียหรือไม่ อย่างไรก็ดี ผลกระทบจากสงครามได้กดดันให้แนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจยูโรโซนชะลอลง สะท้อนผ่านดัชนี PMI ภาคการผลิตและการบริการในเดือนเมษายนที่จะปรับตัวลดลงสู่ระดับ 54.7 จุด และ 55 จุด ตามลำดับ สอดคล้องกับการปรับลดประมาณการอัตราการเติบโตเศรษฐกิจยูโรโซน ทั้งนี้ ผู้เล่นในตลาดจะรอลุ้นรายงานผลประกอบการของบรรดาบริษัทจดทะเบียน อาทิ ASML, SAP ว่าจะมีแนวโน้มเป็นอย่างไร และจะได้รับผลกระทบจากสงครามมากน้อยเพียงใด ซึ่งคาดว่าบรรดานักวิเคราะห์จะทยอยปรับประมาณการผลกำไรและเป้าราคาหุ้นหลังรับรู้ผลประกอบการล่าสุด ทำให้ตลาดหุ้นยุโรป รวมถึงเงินยูโรมีแนวโน้มผันผวนได้ในช่วง Earnings Season

  • ฝั่งเอเชีย – ตลาดคาดว่า เศรษฐกิจจีนอาจขยายตัวได้ราว 4.2%y/y ในไตรมาสแรกของปีนี้ ทว่า ผลกระทบจากการระบาดของโอมิครอนในจีน จะกดดันการฟื้นตัวเศรษฐกิจจีนในเดือนมีนาคมและมีโอกาสกดดันเศรษฐกิจจีนต่อเนื่องในไตรมาสที่ 2 หากการระบาดยังคงรุนแรงอยู่ ซึ่งตลาดประเมินว่า ยอดการผลิตอุตสาหกรรม (Industrial Production) จะโตลดลงเหลือ +4.0%y/y ส่วนยอดค้าปลีก (Retail Sales) อาจพลิกมา หดตัว -3.0%y/y จากผลของมาตรการ Zero COVID ทั้งนี้ ธนาคารกลางจีน (PBOC) อาจปรับลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ลูกหนี้ชั้นดี (Loan Prime Rate) ประเภท 1 ปี ลงเหลือ 3.60% รวมถึง ปรับลด LPR ประเภท 5 ปี เหลือ 4.55% เพื่อเป็นการช่วยเหลือภาคธุรกิจและพยุงการฟื้นตัวเศรษฐกิจ ส่วนในฝั่งญี่ปุ่น ผลกระทบของสงครามจะกดดันให้ภาคการผลิตขยายตัวในอัตราชะลอลงเช่นกัน โดยดัชนี PMI ภาคการผลิตในเดือนเมษายนจะลดลงแตะระดับ 53 จุด อย่างไรก็ดี ภาคการบริการอาจขยายตัวในอัตราเร่ง จากการผ่อนคลายมาตรการควบคุมการระบาด COVID-19 โดยดัชนี PMI ภาคการบริการอาจพุ่งขึ้นสู่ระดับ 51 จุด แม้ว่า ธนาคารกลางเกาหลีใต้ (BOK) รวมถึง ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ (RBNZ) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายในสัปดาห์ก่อน ทว่า ธนาคารกลางอินโดนีเซีย (BI) อาจคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 3.50% ไปก่อน จนกว่าจะมั่นใจแนวโน้มการฟื้นตัวเศรษฐกิจ

  • ฝั่งไทย – เรามองว่า ควรจับตาแนวโน้มการระบาดของ COVID-19 หลังวันหยุดยาว เพราะหากมีการระบาดที่รุนแรงหนัก ก็อาจกดดันให้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจสะดุดลงในระยะสั้นได้ ซึ่งภาพดังกล่าวอาจทำให้นักลงทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในหุ้นไทยไปก่อน และทำให้เงินบาทยังคงขาดปัจจัยหนุนฝั่งแข็งค่าที่ชัดเจนในช่วงนี้

Weekahead carlendar

ความคิดเห็นล่าสุด

การเปิดเผยความเสี่ยง: การซื้อขายตราสารทางการเงินและ/หรือเงินดิจิตอลจะมีความเสี่ยงสูงที่รวมถึงความเสี่ยงต่อการสูญเสียจำนวนเงินลงทุนของคุณบางส่วนหรือทั้งหมดและอาจไม่เหมาะสมกับนักลงทุนทั้งหมด ราคาของเงินดิจิตอลแปรปรวนอย่างมากและอาจได้รับผลกระทบจากปัจจัยภายนอกต่าง ๆ เช่น เหตุการณ์ทางการเงิน กฎหมายกำกับดูแล หรือ เหตุการณ์ทางการเมือง การซื้อขายด้วยมาร์จินทำให้ความเสี่ยงทางการเงินเพิ่มขึ้น
ก่อนการตัดสินใจซื้อขายตราสารทางการเงินหรือเงินดิจิตอล คุณควรตระหนักดีถึงความเสี่ยงและต้นทุนที่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายในตลาดการเงิน ควรพิจารณาศึกษาอย่างรอบคอบในด้านวัตถุประสงค์การลงทุน ระดับประสบการณ์ และ การยอมรับความเสี่ยงและแสวงหาคำแนะนำทางวิชาชีพหากจำเป็น
Fusion Media อยากเตือนความจำคุณว่าข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้ไม่ใช่แบบเรียลไทม์หรือเที่ยงตรงแม่นยำเสมอไป ข้อมูลและราคาที่แสดงไว้บนเว็บไซต์ไม่ใช่ข้อมูลที่ได้รับจากตลาดหรือตลาดหลักทรัพย์เสมอไปแต่อาจได้รับจากผู้ดูแลสภาพคล่องและดังนั้นราคาจึงอาจไม่เที่ยงตรงแม่นยำและอาจแตกต่างจากราคาจริงในตลาดซึ่งหมายความว่าราคานี้เป็นเพียงราคาชี้นำและไม่เหมาะสมสำหรับวัตถุประสงค์เพื่อการซื้อขาย Fusion Media และผู้ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้จะไม่รับผิดชอบใด ๆ สำหรับความเสียหายหรือการสูญเสียที่เป็นผลมาจากการซื้อขายของคุณหรือการพึ่งพาของคุณในข้อมูลที่มีในเว็บไซต์นี้
ห้ามใช้ จัดเก็บ ทำซ้ำ แสดงผล ดัดแปลง ส่งผ่าน หรือ แจกจ่ายข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้โดยไม่ได้รับการอนุญาตล่วงหน้าอย่างชัดแจ้งแบบเป็นลายลักษณ์อักษรจาก Fusion Media และ/หรือจากผู้ให้ข้อมูล ผู้ให้ข้อมูลขอสงวนสิทธิในทรัพย์สินทางปัญญาและ/หรือการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่ให้ข้อมูลที่มีอยู่ในเว็บไซต์นี้
Fusion Media อาจได้รับผลตอบแทนจากผู้โฆษณาที่ปรากฎบนเว็บไซต์โดยอิงจากปฏิสัมพันธ์ของคุณที่มีกับโฆษณาหรือผู้โฆษณา
เวอร์ชั่นภาษาอังกฤษของเอกสารฉบับนี้เป็นเวอร์ชั่นหลักซึ่งจะเป็นเวอร์ชั่นที่เหนือกว่าเมื่อใดก็ตามที่มีข้อขัดแย้งไม่สอดคล้องตรงกันระหว่างเอกสารเวอร์ชั่นภาษาอังกฤษกับเอกสารเวอร์ชั่นภาษาไทย